พาชม Apple Shinsaibashi สาขาแรกและสาขาเดียวใน Osaka

in-front-of-apple-shinsaibashi-2

เนื่องจากช่วงนี้คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมาก ทีมงาน MacThai ก็อยากจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สาวกควรไปกราบไหว้บูชากันสักครั้ง ในวันนี้จะมานำเสนอ Apple Shinsaibashi

Apple นั้นมีสาขาในญี่ปุ่นทั้งหมด 7 สาขา (ไม่นับ Apple Watch Isetan Shinjuku) คือ Tokyo 3 สาขา, Osaka, Sendai, Fukuoka, Nagoya ซึ่งทีมงาน MacThai จะทยอยทำบทความพาชม Apple ทั้งหมด 6 สาขาในญี่ปุ่น (ยกเว้น Sendai เนื่องจากไม่มีโอกาสไป) สาขาที่จะมาแนะนำกันวันนี้อยู่ใน Osaka ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้ง Shinsaibashi

apple-shinsaibashi-sign

รู้จัก Shinsaibashi

ก่อนที่จะรู้จัก Apple Shinsaibashi เราก็ต้องมารู้จักกับที่ตั้งกันก่อน Shinsaibashi ถือว่าอยู่ในแหล่งความเจริญของ Osaka ซึ่งจังหวัด Osaka นี้ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคคันไซ หากมาจากโตเกียวสามารถนั่ง Tokaido Shinkansen มาได้

การตั้งร้านของ Apple นั้น จะต้องพิจารณาสถานที่ตั้งร้านเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์, สถานีรถไฟ หรือย่านช้อปปิ้งที่มีคนเดินเป็นจำนวนมาก สาขาแรกใน Osaka จึงเป็นที่ Shinsaibashi เพราะถือได้ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญของ Osaka

Shinsaibashi เป็นย่านช้อปปิ้งที่คนไทยขาช้อปน่าจะรู้จักกันดี อยู่ติดกับย่าน Namba, Dotonbori แลนด์มาร์กของ Dotonbori คือรูป Glico Man Sign ที่มาทีไรก็จะต้องมีคนมาถ่ายรูปด้วย Shinsaibashi ก็อยู่ติด ๆ กันเลย

สำหรับ Apple Shinsaibashi ที่เราจะพามารู้จักกันนี้ เป็น Apple สาขาแรกและปัจจุบันยังคงเป็นสาขาเดียวในเมือง Osaka รวมถึงในภูมิภาคคันไซด้วย

osaka-shinsaibashi
Shinsaibashi ย่านช้อปปิ้งสำคัญของ Osaka

การเดินทางมา Apple Shinsaibashi

สำหรับวิธีการเดินทางมา Apple Shinsaibashi สะดวกที่สุดคือเดินทางด้วยรถไฟ

  • ใกล้ที่สุดคือ Osaka City Subway สาย Midosuji, Nagahori Tsurumi-ryokuchi มาลงที่สถานี Shinsaibashi ออกที่ทางออกหมายเลข 7 แล้วเดิน
  • Osaka City Subway สาย Yotsubashi ลงสถานี Yotsubashi ออกทางออก 5 แล้วเดิน
  • จาก Kansai International Airport (KIX) นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Namba หรือ JR-Namba แล้วเดิน (ไกลกว่าลงสถานี Shinsaibashi แต่ก็เดินได้)

Apple Shinsaibashi จะอยู่ติดสี่แยก Midosuji-Suomachi ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยติดถนนใหญ่คือถนน Midosuji หน้าร้านจะเป็นโลโก้ Apple ขนาดใหญ่ สามารถสังเกตได้ไม่ยากนัก

ด้านหน้า

front-of-apple-shinsaibashi

สำหรับ Apple Shinsaibashi ภายนอกอาจจะดูเล็ก แต่ภายในถือว่าค่อนข้างใหญ่กว่าที่คิดพอสมควร ภายในร้านนั้นจะมีสองชั้นซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับลูกค้า (ไม่นับพื้นที่ของพนักงานหรือสต็อกเก็บของ) ใช้บันไดกระจกตามสไตล์ Apple

apple-shinsaibashi-first-floor

ชั้นแรก จะเป็นชั้นที่วางเครื่องเดโมสินค้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น Mac ทุกรุ่น, iPhone, iPad, Apple TV, Apple Watch โดยภายในร้านมีเครื่องเดโมให้เล่นทุกรุ่น และแม้ว่าร้านจะดูไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่ด้วยจำนวนคนมากทำให้ร้านดูเล็กไปเลยทีเดียว

apple-shinsaibashi-glass-stair

บันไดกระจกสำหรับขึ้นไปชั้นสอง

ชั้นที่สองจะมีหลายส่วน ตั้งแต่ส่วนที่ให้พนักงานนั่งคุยกับลูกค้าที่จะซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย, ชำระเงิน, อธิบายวิธีการใช้งาน ฯลฯ

apple-shinsaibashi-accessory

ส่วนจัดจำหน่ายสินค้าจำพวกอุปกรณ์เสริมไม่ว่าจะเป็นหูฟัง, สายชาร์จ, โดรน, อุปกรณ์ Smart Home และอื่น ๆ ตั้งแต่แบรนด์ของ Apple กับ Beats ไปจนถึงแบรนด์อื่นอย่าง DJI, Sphero, Philips, Bamboo ซึ่งสินค้าบางอย่างจะมีมุมสำหรับทดลองให้ด้วย

today-at-apple-shinsaibashi

กิจกรรม Today at Apple ซึ่งจะเป็นคอร์สเทรนของ Apple มีพนักงานคอยมาเทรนเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่การใช้งานเครื่องพื้นฐานไปจนถึงการใช้งานแอพต่าง ๆ (ฟรี แต่ถ้าไม่จองไม่รับประกันว่าจะมีที่นั่ง)

apple-shinsaibashi-genius-bar

Genius Bar สำหรับการปรึกษาปัญหาหรือเคลมเครื่อง (อาจต้องรอคิวหรือจองก่อน)

พนักงานที่นี่สามารถสนทนาภาษาอังกฤษได้ (เห็นมีพนักงานฝรั่งด้วยนะ) ดังนั้นถ้าอยากจะซื้อสินค้าอะไรก็สามารถเรียกหาพนักงานได้ทันที ซึ่งพนักงานที่นี่อาจจะดูยุ่งหน่อยโดยเฉพาะเสาร์และอาทิตย์

การซื้อสินค้า

หากเป็นนักท่องเที่ยว (วีซ่าประเภท Temporary Visitor) การซื้อสินค้าของที่นี่ สามารถขอ Tax Refund ได้ แม้ว่าจะไม่ได้ติดป้าย Japan Tax Free Shop ก็ตาม โดยลูกค้าจะต้องแจ้งพนักงานก่อนจ่ายเงินและยื่นหนังสือเดินทางให้พนักงานด้วย โดยราคาสินค้าหลังคืนภาษีคือราคาตามป้าย เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนิยมติดราคาสินค้าแบบไม่รวมภาษี

การซื้อสินค้า สามารถจ่ายเป็นเงินสดหรือจะจ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิตจากไทยก็ได้ (หากจ่ายด้วยบัตรอาจต้องเช็คกับธนาคารก่อนว่าสามารถใช้ที่ต่างประเทศได้หรือไม่ แต่ส่วนใหญ่มักจะได้อยู่แล้ว)

ปกติแล้ว Apple จะมีแคชเชียร์ แต่พนักงานมักจะใช้อุปกรณ์รับชำระเงินแบบพกพาที่มีเครื่องสแกนบาร์โค้ดพร้อมเครื่องรูดบัตรเครดิตแทนเพื่อนั่งคุยบนโต๊ะและคิดเงินตรงหน้าลูกค้า (แคชเชียร์อาจเอาไว้ใช้เฉพาะจ่ายเงินสดเท่านั้น ซึ่งไม่ค่อยจะมีใครจ่ายเงินสด)

apple-shinsaibashi-side
ด้านข้างของร้าน ติดโฆษณา iPad Pro และ MacBook Pro

ควรค่าแก่การมาเยือนไหม?

Apple Shinsaibashi นั้นถือได้ว่าเป็น Apple แห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในจังหวัด Osaka และภูมิภาค Kansai (ณ ตอนนี้ ถ้ายังไม่เปิดแห่งที่สอง) ดังนั้น ถ้ามาเที่ยวแถบคันไซ Osaka เป็นที่ที่ใครหลายคนเลือกจะแวะอยู่แล้ว การจะมาเยือน Apple Shinsaibashi ซึ่งอยู่ในย่านช้อปปิ้งที่หลายคนต้องมีโปรแกรมมาเที่ยว จึงไม่ได้มายากนัก

แต่ถ้าใครเป็นสาวกและมาเที่ยวในแถบคันไซ ขอแนะนำให้มากราบบูชาสักครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติมของสาขา สามารถดูได้จากเว็บไซต์ Apple

แผนที่ Apple Shinsaibashi

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

Copyright Notice: เนื่องจากทีมงานต้องออกค่าใช้จ่ายเดินทางเองทั้งหมดเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้นภาพถ่ายที่ใช้ในบทความนี้หากจะคัดลอกไปใช้ห้ามตัดลายน้ำ และต้องอ้างอิงกลับมายังบทความต้นฉบับด้วย

สำหรับสาขาอื่น ๆ สามารถชมได้ดังนี้

  1. พาชม Apple Fukuoka Tenjin แห่งภูมิภาค Kyushu
  2. พาชม Apple Nagoya Sakae สาวกมาเที่ยว Nagoya ควรแวะมาสักครั้ง
  3. พาชม Apple Omotesando สาขาใหม่สุดในญี่ปุ่น พร้อมผนังกระจกสูง
  4. พาชม Apple Shibuya สาขาเล็กในย่านคนพลุกพล่านของโตเกียว
  5. พาชม Apple Ginza สาขาแรกและใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มี 4 ชั้นพร้อมลิฟท์กระจก