macthai-weekly-iphone-6s-ipad-pro-apple-tv

ผ่านไปแล้วกับงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของแอปเปิล ซึ่ง MacThai Weekly ในสัปดาห์นี้ เราก็จะขอหยิบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจจากการเปิดตัวสินค้าหลักของแอปเปิล ทั้ง iPhone 6s, iPad Pro, Apple TV

ซึ่งเมื่อมองจากยุทธศาสตร์ของแอปเปิลในปีนี้ เราก็สามารถมองไปได้ถึงภาพรวม และแนวโน้มในอนาคตของบริษัท ที่กำลังจะต่อยอดไปทำอะไรมากกว่าสิ่งที่มีอยู่ได้ด้วย

apple revealed iPhone 6s and 6s plus-4

iPhone 6s กับสินค้ารุ่น “S” ที่อัพเดทเยอะสุดตั้งแต่เคยมีมา

โดยปกติแล้วแอปเปิลมักจะออกไอโฟนในดีไซน์เดิมนาน 2 ปี รุ่นแรกเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ รุ่นต่อมาปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งก็จะเห็นได้จาก iPhone 3g -> 3gs, 4 -> 4s, 5 -> 5s และรุ่น 6 ไปเป็น 6s ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น

เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างไปจากทุกครั้งที่เคย คือเมื่อนับสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น S ครั้งนี้ ดูจะมากกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา นับเอาเฉพาะหลักๆ ก็ 7-8 อย่างเข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Force Touch, กล้องหลัง, กล้องหน้า, Touch ID ใหม่, ชิปใหม่, แรมเพิ่ม (ยังไม่คอนเฟิร์ม), สีใหม่, Taptic Engine, Live Photo

อ่านเพิ่ม : สรุป 7 ความสามารถใหม่ใน iPhone 6s มีอะไรเจ๋งบ้าง มาดูกัน

summarized-7-features-of-iphone-6s-4

ในจำนวนสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ หลายคนฮือฮากับสีชมพู (Rose Gold) แต่ในหมู่ผู้ติดตามเรื่องเทคโนโลยี การมาของ Force Touch ดูน่าจะตื่นเต้นที่สุด

เทคโนโลยี Force Touch หรือหน้าจอแบบแยกแรงสัมผัสได้ อาจจะไม่ใช่ของใหม่ เพราะเราก็เคยเห็นกันแล้วบน Apple Watch แต่การที่แอปเปิลนำมาใส่บนไอโฟน พร้อมกับระบบการใช้งานที่เรียก 3D Touch ถือว่าเป็นการเปิดโลกใหม่ของการใช้งานบนหน้าจอมือถือเลยทีเดียว

Jony Ive เผยว่า ทุกวันนี้เราใช้การสัมผัสบนจอในลักษณะแนวราบเพียงอย่างเดียว คือแตะ ลาก หรือใช้สองนิ้ว แต่การเพิ่มความลึก การกดแบบหนักเบาเข้าไป แล้วผสานกับเมนูการใช้งานต่างๆ ที่แสดงผลออกมา จะทำให้ไอโฟนที่แตกต่างจากคู่แข่งอยู่แล้ว แตกต่างเพิ่มเข้าไปอีก (แนะนำให้ชมคลิปด้านล่าง)

apple revealed iPhone 6s and 6s plus-3

แน่นอนว่าการมาของ Force Touch ไม่ได้หยุดอยู่แค่ไอโฟนแน่นอน เราคงจะได้เห็นแนวทางนี้บนสินค้าในทุกตัวของแอปเปิลหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น iPad, MacBook (ซึ่งเริ่มมีการใช้แล้วบน Trackpad แบบใหม่), iPod หรืออาจจะมาบน Apple TV รีโมทด้วย

ในขณะที่หลายคนบอกว่าเทคโนโลยีบนมือถือไม่น่าจะพัฒนามากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว แอปเปิลเองก็แสดงให้เห็นว่าเขาก็ยังมีอะไรต่อยอดได้อยู่เรื่อยๆ ก็ต้องรอดูผลตอบรับของ Force Touch อีกครั้งว่าผู้ใช้จริงแล้วจะมีความเห็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ นี่คือเทคโนโลยีที่เราจะได้เห็นในอนาคตของสินค้าแอปเปิลต่อไปแน่นอน

apple-introduce-ipad-pro-featured

iPad Pro มาช้า, อุดช่องโหว่, ยังดีกว่าไม่มา

สินค้าที่เหมือนจะเป็นตัวขโมยซีนที่สุดในงานวันพุธที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น iPad Pro ที่ถึงแม้เราจะพอรู้ว่ามันจะมาแบบจอใหญ่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะใหญ่ถึงขนาด 12.9 นิ้ว

คือถ้าเทียบแล้วตัว iPad Pro มีขนาดใหญ่เท่าหน้าจอ MacBook เลยทีเดียว ถ้าใครอยากรู้ว่าพอถือแล้วมันจะดูใหญ่แค่ไหน ลองเทียบกับรูปของน้องซี ที่ได้ไปสัมผัสของจริงในงาน จะเห็นว่าใหญ่มากกกก

ไฮไลท์ไม่ได้อยู่ตรงความใหญ่ของเครื่อง แต่กลับไปอยู่ที่อุปกรณ์เสริม คือคีย์บอร์ดที่เป็นตัว Cover หน้าจอได้ และปากกา (ดินสอ) ที่แอปเปิลใช้ชื่อว่า Apple Pencil

ถ้าใครเคยจำได้ สมัยตอนเปิดตัวไอโฟนรุ่นแรก สตีฟ จ็อบส์เคยบอกว่า “ใครกันที่จะใช้ Stylus” และก็ให้สัมภาษณ์โจมตีมือถือ PDA Phone ที่สมัยนั้นใช้ Stylus ว่าการใช้นิ้วมือต่างหากที่ถือว่าดีที่สุดในโลกแล้ว

smart keyboard apple pencil-5

แน่นอนว่าหลังจากเปิดตัวออกมา iPad Pro ก็โดนแซะแหลกว่าลอกแบบมาจาก Microsoft Surface หรือแม้แต่แท็บเล็ต Android หลายๆ รุ่นที่มีปากกามาให้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในแง่เทคโนโลยีแล้ว iPad Pro ไม่ได้มีอะไรใหม่ไปกว่าสินค้าคู่แข่ง

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าจุดแข็งที่แอปเปิลไปไกลกว่าคนอื่นมากในตลาดแท็บเล็ต คือจำนวนของแอพที่สนับสนุน ซึ่งจากผลสำรวจก็พบว่านักพัฒนายังคงเลือกทำแอพบน iPad มากกว่าแท็บเล็ตอื่นๆ อยู่ รวมถึงตลาดองค์กรที่ iPad ยังครองส่วนแบ่งมากกว่า 64% สูงสุดในตอนนี้ เพราะงั้นจุดอ่อนเดียวที่มีคือแอปเปิลไม่มี “แท็บเล็ตที่ใช้งานระดับองค์กรได้จริง”

เมื่อบวกกับเซอร์ไพรส์ที่แอปเปิลประกาศจับมือกับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง IBM รวมไปถึง Cisco ที่เพิ่งตบเท้าเข้าร่วมเมื่อไม่นานมานี้ ก็ชัดเจนแล้วว่า iPad Pro ออกมาเพื่อรองรับตลาดคนทำงาน หรือเน้นในตลาดองค์กรมากกว่า อย่างน้อยแอปเปิลก็ไม่อยากเสียตลาดนี้ให้กับคู่แข่งอย่าง Microsoft หรือ Google ไปมากกว่านี้ (แม้จะต้องกลืนน้ำลายตัวเองก็เถอะนะ)

apple-tv-overview-with-remote

Apple TV ได้เวลาเอาจริง (ซะที)

สุดท้ายสินค้าที่แอปเปิลใช้คำว่า “Hobby (งานอดิเรก)” มาโดยตลอดอย่าง Apple TV ก็ได้เวลาเอาจริงจังกับมันเสียที โดยการมาของฮาร์ดแวร์ใหม่, รีโมทใหม่, หน้าจอการใช้งานใหม่ และ AppStore ก็น่าจะเพียงพอที่แอปเปิลจะบุกตลาดนี้จริงจังได้เสียที

ตลาดห้องนั่งเล่น (Living Room) เป็นพื้นที่แข่งขันอันดุเดือดของทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเกม (Play Station, XBox) ผู้ผลิตทีวี (Sony, Samsung) หรือแม้แต่ผู้ผลิตกล่องอุปกรณ์ดูทีวีต่างๆ (Google, Amazon)

ในมุมฮาร์ดแวร์ Apple TV เองก็ไม่ได้มีอะไรใหม่กว่าคู่แข่งเช่นเดียวกัน แต่แอปเปิลเองก็ดึงจุดเด่นที่แตกต่างออกมาใช้งานได้ดี ไม่ว่าจะเป็น Siri ที่ดูฉลาดขึ้น (มาก) ในการใช้งานกับ Apple TV รวมไปถึง App Store ที่ต้องยอมรับว่ายังแข็งแกร่งกว่าทุกค่ายอยู่ ก็ไม่แปลกใจเลยที่ Tim Cook ใช้คำว่าอนาคตของทีวี ก็คือแอพนั่นเอง

apple-tv

ถามว่าแอพที่ออกมาบน Apple TV จะเจ๋งแค่ไหน อันนี้ก็ต้องรอดูเหล่านักพัฒนาที่จะทำออกมา แต่ถ้าแอปเปิลสามารถดันให้แอพต่างๆ ที่มีอยู่แล้วบน iPhone, iPad ต่อยอดมาลง Apple TV ได้โดยไม่ต้องปรับอะไรเยอะ อนาคตก็น่าจะดูดีทีเดียว (ลองนึกภาพกดซื้อเกมยอดฮิตบน iPhone แล้วเอามาเล่นต่อได้บน iPad หรือ Apple TV ในทันที)

อีกความคาดหวังนึงคือผู้ให้บริการทีวีรายอื่นๆ จะทำแอพบน Apple TV ด้วยเช่นกัน ทำให้เราไม่ต้องยึดติดกับผู้ให้บริการเคเบิลทีวีแล้วสมัครสมาชิกเหมาจ่ายแบบเดิมอีกต่อไป ใครอยากดู ESPN, HBO, ฟุตบอลอังกฤษ ก็โหลดแอพแล้วสมัครสมาชิกแยกกันไป น่าจะเป็นอนาคตของการดูทีวีที่มาในไม่ช้านี้

proactive

:: สรุป ::

โดยสรุปแล้ว งานวันที่ 9 กันยายนน่าจะเป็นงานสุดท้ายในรอบปีนี้ของแอปเปิล และก็รอเปิดตัวสินค้าใหม่อีกทีปีหน้าโน่นเลย ถ้ามองแนวรบทั้งหมดที่มีในตอนนี้ iPhone 6s น่าจะยังคงขายดีต่อเนื่องจาก iPhone 6 ซึ่งหน้าจอแบบใหม่, กล้องใหม่ และสีใหม่ น่าจะดึงดูดคนที่สนใจซื้อได้ไม่น้อยไอโฟนรุ่นก่อนๆ เลยทีเดียว

คำถามคงอยู่กับ iPad Pro และ Apple TV ใหม่ ที่ราคาก็สูงขึ้น และยังหาข้อแตกต่างจากคู่แข่งได้ไม่มากนัก ถ้าสุดท้ายออกมาแป๊กคนไม่ซื้อ ก็น่าจะเหนื่อยหนักเลยทีเดียวกับอาวุธทั้งสองตัวใหม่นี้ (หรืออาจจะต้องใช้พลังศรัทธาเยอะซะหน่อย)

อย่างไรก็ดี แอปเปิลยังคงมีซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ดีและผู้ใช้ชื่นชอบ ทั้ง iOS 9, OS X El Capitan แบรนด์แอปเปิลที่ยังแข็งแกร่ง ทำอะไรออกมาก็ขายได้ เมื่อสรุปแนวรบทั้งหมดในปีนี้ของแอปเปิล ขอยกให้ iPhone 6s โดดเด่นที่สุด รองลงมาคือ Apple Watch, iPad Pro, Apple TV และ Mac ตามลำดับ

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

ที่มาภาพ – AppleEngadgetThe Verge

iphone-6s-rose-gold.49 AM

About khajochi

แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์, บล็อกเกอร์ที่เชื่อในรักแรกพบ, ชาบูภริยายิ่งกว่าใคร
บล็อกเกอร์ : Khajochi.com
Social Media : @Khajochi, Facebook, Google+

Leave a Reply