wwdc-2015-summary-time-to-clean-up-ios-osx-and-the-fight-with-google

ผ่านไปแล้วกับ World Wide Developer Conference งานประจำปีของแอปเปิล ซึ่งวิ่งที่เปิดตัวออกมาใหม่ไม่ว่าจะเป็น iOS 9, OS X El Capitan หรือ Apple Music ต่างก็เป็นไปตามข่าวลือที่หลายคนคาดกันไว้

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่หลายคนบอกว่างานนี้ “ไม่มีอะไรใหม่” รวมไปถึง “ตามหลังคู่แข่ง” เรามาลองดูบทสรุปของงานในปีนี้ ที่แอปเปิลอาจจะส่งสัญญาณน่ากลัวบางอย่างที่ชัดเจนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

ios-9-walkthrough-gallery-1

iOS 9, OS X El Capitan ได้เวลาปรับจูนประสิทธิภาพใหม่

ก่อนงาน WWDC เราพอจะได้ทราบข่าวลือออกมาบ้างแล้วว่า iOS 9 และ OS X El Capitan จะไม่เน้นฟีเจอร์ใหม่ แต่จะเป็นเวอร์ชันที่ปรับจูนรากฐานให้ประสิทธิภาพดีขึ้น, เร็วขึ้น, ปัดกวาดบั๊กที่เคยมีมาให้เสถียรกว่าเคย

ซึ่งในประเด็นแรกเรื่องการไม่เน้นฟีเจอร์ใหม่ก็ชัดเจนทีเดียว เมื่อเทียบ iOS 9 กับ iOS 7, 8 แต่เมื่อดูในประเด็นการปรับจูนประสิทธิภาพนั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่า เพราะกินพื้นที่ 4 ไอคอนแถวล่างสุดตามรูป (แต่คนไม่ค่อยสนใจกัน)

คือโดยธรรมชาติของซอฟต์แวร์นั้น เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี ก็ควรจะหยุดปรับจูนกันใหม่ซักรอบ เช่นเดียวกับ iOS 6, OS X Snow Leopard เมื่อหลายปีก่อน ที่แอปเปิลไม่ได้ออกฟีเจอร์ใหม่มาก แต่บอกว่าเน้นปรับจูน Performance ใหม่นะ

ios-9-performance

อะไรบ้างที่ iOS 9 ปัดกวาดตัวเองใหม่

  • ใช้พลังงานน้อยลง : สามารถใช้งาน iPhone, iPad ได้นานขึ้น 1 ชั่วโมงด้วยแบตเท่าเดิม (ไม่รวมฟีเจอร์ใหม่ Low Power Mode ให้แบตใช้ได้นานขึ้นอีก 3 ชั่วโมง)
  • ใช้เนื้อที่น้อยลง : iOS 9 ใช้พื้นที่ว่างในเครื่องเพื่ออัพเดทเพียง 1.3 GB (จากเดิม iOS 8 ต้องใช้ถึง 4.6 GB)
  • ลื่นขึ้น : ระบบใหม่ที่เอา Metal เข้ามาอยู่ร่วมกับการแสดงผล เร็วขึ้น 1.6 เท่า ในขณะที่ใช้ซีพียูน้อยลง 50%
  • รองรับอุปกรณ์รุ่นเก่า : เป็นข่าวดีของ iPhone 4s, iPad 2 ที่มีอายุมากว่า 5 ปี แต่ก็ยังจะได้ใช้ iOS 9 ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมากๆ สำหรับผู้ที่ใช้สินค้าของแอปเปิล

ในส่วนของ OS X El Capitan ก็เช่นกัน แอปเปิลเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามวงจรของระบบแอปเปิลที่จะปรับจูนทำความสะอาดระบบใหม่ทุก 3-4 ปี ถ้าถามว่าในความไม่มีอะไรใหม่จะทำให้คนเลิกใช้สินค้าแอปเปิลหรือย้ายค่ายไหม ก็คงไม่ขนาดนั้น

1288464950038845731

เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ประกาศศึกกับ Google เต็มตัว

ในงาน Google IO 2015 ที่ผ่านมา ถ้าใครที่ได้ติดตามก็จะทราบว่ากูเกิลได้รับคำบ่นไม่ต่างจากงาน WWDC ของแอปเปิล คือน่าเบื่อ และไม่มีอะไรใหม่ โดยเฉพาะกับตัว Android M

ในขณะที่ Android M ทำในสิ่งที่ iOS มีมาก่อนแล้วอย่างระบบ App Permission, Fingerprint หรือ Android Pay ในขณะที่ iOS 9 ก็มีในสิ่งที่ Android มีก่อนแล้วอย่าง การแบ่งหน้าจอ, Transit ใน Apple Maps, Proactive ระบบที่คล้าย Google Now

8-features-to-kill-with-ios-9_Proactive_Privacy

แต่สิ่งที่ชัดเจนกว่าคือแอปเปิลประกาศตัวเป็นศัตรูกับกูเกิลชัดเจน โดย Tim Cook ที่ได้ออกมาโจมตีเรื่องการใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราไปหาเงินของหลายๆ บริษัทมันไม่คุ้มกันหรอก รวมถึงสไลด์ในงาน WWDC ก็เน้นย้ำว่าแอปเปิลจะไม่เอาข้อมูลส่วนตัวของคุณไปหากิน ทั้งกับระบบ Proactive หรือแอพ News (ซึ่งกูเกิลกำลังถูกโจมตีกับบริการ Google Photos)

สิ่งสำคัญสุดคือการประกาศทำ 2 แอพบน Android ครั้งแรกของแอปเปิล ตัวแรกคือบริการ Apple Music ซึ่งแน่นอนว่าแอปเปิลหวังฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาลของ Android

แต่แอพตัวที่ 2 กลับเป็นแอพ “Move to iOS” ซึ่งช่วยโยนข้อมูลผู้ใช้มาสู่เครื่องในระบบ iOS ทำให้ย้ายค่ายง่ายขึ้น อันนี้น่าจะเกิดจากการที่แอปเปิลบุกตลาดจีนได้สำเร็จจาก iPhone 6 ทำให้ต้องเร่งสร้างเครื่องมือสำหรับคนที่จะย้ายค่ายให้ง่ายยิ่งขึ้น

จะเห็นว่าทั้งในเชิงนโยบายและการแสดงออกนั้น แอปเปิลตรงข้ามกับกูเกิลค่อนข้างชัดเจน

watchos-2

สินค้าและบริการกลุ่มเทรนด์ใหม่ของโลก ที่แอปเปิลยังก้าวนำอยู่นิดๆ

แต่ถ้าเราดูให้ดีเทรนด์ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ในปีนี้ ทั้ง Microsoft, Google หรือแม้แต่ Apple คือการขยายอาณาจักรไปสู่อุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เช่น เครื่องใช้ในบ้าน, ทีวี, รถยนต์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็นเทรนด์ของโลก Internet of Things ที่น่าจะมาแน่ในเร็ววันนี้

Microsoft กับระบบ Cloud, Google กับโปรเจ็ค Brillo ส่วนแอปเปิลก็มาพร้อมกับโปรเจ็คอย่าง Homekit ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่าจะใช้ Apple TV เป็นศูนย์กลาง แม้จะยังไม่มีการเปิดตัว Apple TV ใหม่ แต่ก็เริ่มมีอุปกรณ์ที่รองรับ Homekit แล้ว

apple-wallet-1

ส่วนโลกของการจ่ายเงินกับ Apple Pay ที่อายุยังไม่ถึงปี แต่ถ้าดูจากกระแสและการใช้งาน (ในสหรัฐ) ก็ต้องบอกว่าแอปเปิลยังนำค่ายอื่นๆ ที่เพิ่งเปิดตัวอยู่พอสมควร รวมถึงระบบ CarPlay บนรถยนต์ที่บ้านเราเองก็เริ่มมีให้ใช้แล้ว

สุดท้ายสงคราม Wearable อย่าง Apple Watch ที่ยังวัดความสำเร็จไม่ได้ชัดนัก แต่ยอดขายในเดือนแรกที่มากกว่าอุปกรณ์ Anrdoid Wear ที่เคยขายมาทั้งปี แอปเปิลก็น่าจะมีแววกับสินค้ากลุ่มนี้เช่นกัน

แต่โดยรวมก็ต้องบอกว่าทุกค่ายเพิ่งเริ่ม และยังไม่มีอะไรที่นับความสำเร็จได้ดีไปกว่ากัน คงต้องรอดูอีก 2-3 ปีซึ่งน่าจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้น

wwdc2015decoration1

มองอนาคตของแอปเปิลจากงาน WWDC 2015

ในความไม่มีอะไรใหม่ของงาน WWDC 2015 แอปเปิลก็แอบแง้มบางอย่างออกมาให้เราได้เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าอนาคตของพวกเขาจะทำอะไร อย่างแรกคงหนีไม่พ้นการทำ iPad Pro หน้าจอใหญ่พร้อมปากกาที่เป็นข่าวมานาน ซึ่งการเปิดตัวระบบแบ่งหน้าจอบน iOS 9 หรือระบบเดาการเขียนที่มาจาก Stylus ก็น่าจะชัดพอสมควร

ios-9-walkthrough-gallery-15 ios9-split-view01

แอปเปิลยังตื้อไม่เลิกกับระบบ Apple Maps ที่แม้คนไทยจะส่ายหัว แต่ยอดใช้แอพแผนที่บนมือถือในสหรัฐ Google Maps อยู่ที่ 46% ส่วน Apple Maps อยู่ที่ 26% ก็จะเห็นว่าคนใช้ไม่ได้น้อยเลย เหตุผลนึงที่แอปเปิลไม่ทิ้งระบบแผนที่ อาจจะเพราะพวกเขากำลังสร้างสรถยนต์ Apple Car อยู่ก็เป็นได้

apple-music2

สุดท้ายคือบริการ Apple Music ที่ชัดเจนว่าพวกเขายังต้องการเป็นเบอร์ 1 ในโลก Digital Music อยู่และมีการพูดถึง iPod ออกมาให้เห็น ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าปีนี้เราน่าจะได้เห็น iPod รุ่นใหม่ (เสียที) รวมถึงหูฟัง Beats ที่น่าจะออกมารับกับ Apple Music โดยเฉพาะ

โดยสรุปแล้วภาพรวมแอปเปิลก็ยังคงแข็งแกร่งในทุกธุรกิจที่พวกเขาทำ เพียงแต่การหยุดเพื่อปรับจูนระบบใหม่อย่าง iOS หรือ OS X ก็น่าจะขัดใจสาวกอยู่ไม่น้อย ได้แต่หวังว่าหลังจากปรับกระบวนทัพใหม่ในรอบนี้เสร็จสิ้น เราน่าจะได้เห็นอะไรที่ทำให้โลกได้ร้อง “ว้าว” เหมือนที่แอปเปิลเคยทำได้อยู่เสมอๆ

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

 

About khajochi

แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์, บล็อกเกอร์ที่เชื่อในรักแรกพบ, ชาบูภริยายิ่งกว่าใคร
บล็อกเกอร์ : Khajochi.com
Social Media : @Khajochi, Facebook, Google+

Leave a Reply