[วิเคราะห์] Apple ครองตลาดสมาร์ตโฟน 20% เพราะกลยุทธ์ไม่ขึ้นราคา แต่สิ้นปีตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกราคาจะสูงขึ้น

ในขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตชิปหน่วยความจำและผู้ผลิตส่วนใหญ่ถูกบังคับให้ขึ้นราคาหรือลดไลน์สินค้าลง แอปเปิลกลับเลือกที่จะเดินสวนทางทุกเจ้า และและผลที่ออกมาในไตรมาสที่ 2 ของปี ก็ทำให้ปี 2026 พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องครับ

ซึ่งรายงานจาก Omdia พบว่าแอปเปิลครองส่วนแบ่ง 20% ของตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในไตรมาสที่ 2 ไป ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดโดยรวมพบกับวิกฤตหดตัวลงไป 4% เมื่อเทียบปีต่อปี ท่ามกลางการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ แต่แอปเปิลกลับทำผลงานในไตรมาสที่ 2 ของปีได้เป็นประวัติการณ์

โดยเกิดขึ้นในช่วงที่ปกติถือเป็นไตรมาสที่ซบเซาที่สุดของบริษัทเลยก็ว่าได้ แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้แอปเปิลยังคงมาเหนือกว่าคู่แข่งทุกเจ้า ก็คือการอัปเกรดไลน์อัป iPhone 17 ที่แข็งแรง รวมถึงการที่แอปเปิลรักษาราคาไว้เท่าเดิมตลอดไลน์อัป ในขณะที่คู่แข่งต่างถูกบีบให้ขึ้นราคา

และแม้ไตรมาสที่ 2 ช่วงเดินเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงที่ห่างจากเทศกาลและวันหยุดมากที่สุด รวมถึงห่างจากช่วงเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ไปพอสมควร การที่แอปเปิลทำ All-time High ได้ในช่วงนี้จึงบอกอะไรได้มากกว่าแค่ว่า iPhone 17 สามารถทำยอดขายได้ดี

ส่วนเทียบกับคู่แข่งอย่าง Samsung แล้ว ยังครองอันดับ 1 และ เป็นผู้ผลิตรายใหญ่รายเดียวที่เติบโตได้เช่นกัน โดยรวมที่ส่วนแบ่ง 22% ขณะที่คู่แข่งจีนต้องลดไลน์สินค้าและขึ้นราคาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ชิปตอนนี้

แต่กลยุทธ์ที่ไม่ขึ้นราคาของแอปเปิล และยังสามารถรักษาราคาไลน์อัปของ iPhone 17 ว้เท่าเดิมตลอดช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่ Samsung, Xiaomi, OPPO และผู้ผลิต Android อื่น ๆ ต่างขึ้นราคาหรือลดตัวเลือกสินค้าเพื่อประคองกำไร ทำให้แอปเปิลกลายเป็นตัวเลือกที่ราคาเท่าเดิมสำหรับผู้บริโภคในตลาดที่ทุกอย่างแพงขึ้นได้

นั่นก็เหมือนกับการเปลี่ยน Perceived Value ของ iPhone โดยไม่ต้องทำ Marketing เพิ่มเลย เพราะผู้ที่กำลังลังเลระหว่าง iPhone กับ Android ก็มีเหตุผลน้อยลงที่จะเลือกซื้อ Android ในช่วงนี้ด้วย อีกทั้ง Omdia ยังคาดว่าแรงกดดันจะรุนแรงขึ้นในอีก 2 ไตรมาสที่เหลือ

เพราะแอปเปิลได้แบกต้นทุนแทนผู้บริโภค และส่วนแบ่ง 20% ที่เป็น All-time High นั้นได้มาจากการที่แอปเปิลยอมกินส่วนต่างของ Margin ไประยะหนึ่ง เพื่อให้ iPhone ดูคุ้มค่ากว่าคู่แข่งในสายตาผู้บริโภค ซึ่งมันได้ผล แต่ก็อาจจะใช้วิธีนี้ได้แค่ระยะนึงเท่านั้น

เพราะมื่อ iPhone 18 เปิดตัวในเดือนกันยายนพร้อมราคาที่สูงขึ้น ข้อได้เปรียบที่รักษาราคาระดับเดิมมาได้ตลอดก็กำลังจะหายไป และแอปเปิลจะกลับมาอยู่ในสนามเดียวกับคู่แข่งที่ต่างก็ขึ้นราคาแล้ว จึงอาจทำให้ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกใน 2 ไตรมาสสุดท้ายน่าจะแพงขึ้นทุกด้าน ไม่ว่าจะเลือกเจ้าไหนก็ตามครับ

ที่มา – https://www.macrumors.com/2026/07/13/apples-steady-iphone-pricing-pays-off/