อะไรคือ Pod แล้วทำไมสินค้าของ Apple ต้องตามด้วย Pod

Apple มีประวัติการตั้งชื่อสินค้าด้วยการใช้คำว่า Pod มาอย่างยาวนาน ที่โด่งดังที่สุดคือ iPod ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า Pod มันแปลว่าอะไร แล้วทำไม Apple จึงเลือกใช้คำว่า Pod กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

วันนี้ ทีมงาน MacThai จะพาทุกท่านไปดูกันว่า Pod มีความหมายอย่างไร และ Apple ใช้ชื่ออะไรเป็น Pod มาแล้วบ้าง

ชื่อ Pod มาจากภาพยนตร์ Space Odyssey

ช่วงก่อนเปิดตัว iPod นั้น Apple ได้จ้าง Vinnie Chieco มาเป็นผู้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งโจทย์สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ของ Apple คือ digital hub ระดับผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ Chieco ต้องไปเลือกสรรคำที่สื่อถึง “ฮับ”

Chieco ในตอนนั้นกำลังจินตนาการว่า ยานอวกาศก็คือ “ฮับ” เขาจึงเริ่มมองไปถึงยานอวกาศซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง 2001: Space Odyssey และหนึ่งในคำพูดที่โด่งดังที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ

Open the Pod bay doors, Hal.

จึงเป็นที่มาของคำว่า Pod และประกอบกับช่วงที่ Apple มีไอเดียการใช้ i นำหน้าสินค้าอยู่แล้ว จึงเป็นที่มาของชื่อ iPod นั่นเอง

Apple เลือกใช้ Pod กับ iPod เป็นครั้งแรกในตอนเปิดตัวปี 2001 ซึ่งภายหลังก็แตกไลน์ออกมาเป็น iPod mini, iPod nano, iPod shuffle, iPod touch และอื่น ๆ

EarPods

หลังจากห่างหายกับสินค้าที่ใช้ชื่อ Pod ไปนาน Apple ก็กลับมาเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ชื่อว่า EarPods ที่ออกแบบมาเป็นหูฟังที่แปลก ๆ ต่างกับหูฟัง earphone ทั่วไปในตลาด ด้วยหน้าตาประหลาดทำให้หูฟังตัวนี้ดูดี และตอนนี้ EarPods ก็เป็นหูฟังมาตรฐานที่แถมมากับ iPhone ทุกเครื่องแล้ว

AirPods และ AirPods Pro

Apple เริ่มเปิดตัว iPhone 7 เป็น iPhone รุ่นแรกที่ไม่มีรูเสียบหูฟัง 3.5 อีกต่อไป และครั้งนี้ Apple ก็เปิดตัวหูฟังใหม่ในชื่อว่า AirPods เป็นหูฟัง True Wireless ซึ่งในช่วงนั้นหูฟัง True Wireless เป็นของใหม่มาก (จนแซวกันว่าเอา EarPods มาตัดสายแล้วใส่กล่องยาสีฟัน)

สิ่งที่น่าสนใจคือ Apple ทำให้ AirPods ใช้งานได้ง่าย ต่างกับหูฟัง Bluetooth ทั่วไปที่ต้องผ่านกระบวนการเชื่อมต่ออันยุ่งยาก จน AirPods กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน แค่ Apple ขาย AirPods อย่างเดียวก็ทำรายได้แซงบริษัทไอทีหลาย ๆ บริษัทไปแล้ว

Apple เริ่มต่อยอดด้วยการออก AirPods Pro ที่มาพร้อมฟีเจอร์อย่างเช่นระบบตัดเสียงรบกวน เป็นต้น ซึ่งทำให้หลายคนมองว่า “นี่คือ AirPods ที่ทำเสร็จแล้ว” พร้อมราคาที่แพงระยับ

HomePod

สิ่งนี้ดูจะเป็นผลิตภัณฑ์ในตระกูล Pod ตัวเดียวที่ไปได้ไม่ไกลเท่าคนอื่น เพราะ Apple ออก HomePod มาในช่วงที่ค่ายอื่นต่างก็มีลำโพงอัจฉริยะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Amazon Echo หรือ Google Home โดยเป้าหมายของ HomePod ก็คือการเป็นศูนย์กลางของบ้าน สามารถสั่ง Siri ให้ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม HomeKit ได้

แม้ว่าตอนนี้ HomePod จะยังไม่หายไปเสียทีเดียว แต่จากที่สถิติก็พบว่าไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เทียบไม่ติดเลยกับลำโพงคู่แข่ง เนื่องจากราคาแพง, Siri สู้ระบบสั่งการด้วยเสียงของค่ายอื่นไม่ได้ และอุปกรณ์ HomeKit ที่แพงมาก ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์สมาร์ทโฮมยังผูกกับแพลตฟอร์มมาก (ว่าง่าย ๆ คือของใครของมัน แทบจะทำงานร่วมกับค่ายอื่นไม่ได้) แต่ Apple ก็เริ่มจับมือกับผู้ผลิตรายอื่นกำหนดมาตรฐานกลางขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากขึ้นในอนาคต เพราะอุปกรณ์น่าจะทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น

ทิ้งท้าย

ในช่วงแรกที่ Apple ใช้คำว่า Pod เนื่องจากเป็นคำที่สื่อถึง “ฮับ” ระดับผู้บริโภค แต่ช่วงหลังไลน์สินค้า Pod เริ่มแตกออกมา (หลายชิ้นอาจไม่ใช่ฮับเลยด้วย) จึงพอจะสรุปได้ว่า Pod ในช่วงหลังน่าจะเริ่มสื่อความถึง “เสียงเพลง” มากขึ้น เนื่องจากการเกิดของคำว่า Pod นั้นเริ่มมาจาก iPod ทำให้คำนี้โดนตีความเป็น “เพลง” ใน ecosystem ของ Apple ไปโดยปริยาย

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

ข้อมูลจาก Lifewire