วิเคราะห์ App Clips: เมื่อแอปที่ใช่ต้องพร้อมใช้งานทุกที่ทุกเวลา และไม่จำเป็นต้องโหลด

ในงาน WWDC 2020 ที่ผ่านมา Apple เปิดตัวฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ App Clips เป็นแอปแบบ instant สามารถใช้งานได้ทันทีที่ต้องการ และอาจจะเปลี่ยนรูปแบบการดาวน์โหลดแอปแบบเดิม ๆ ไปได้ไม่น้อย

เราอาจจะคุ้นเคยกับการโหลดแอปจาก App Store ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ App Store อยู่กับเรามานานกว่า 10 ปีแล้ว เท่ากับว่าคนที่ใช้ iPhone ทุกรุ่นก็ต้องผ่านการโหลดแอปจาก App Store กันมาทั้งหมด และเราก็คงเห็นแล้วว่า App Store ใหญ่มาก แอปเยอะมาก เชื่อว่าคนที่ใช้ iPhone ต้องเคยหาว่ามีแอปที่ทำแบบนี้ไหม (เช่น แอปบันทึกรายรับรายจ่าย, แอปเป็นรีโมททีวี, แอปพจนานุกรม ฯลฯ) ว่าง่าย ๆ คือต้องมีสักแอปที่ใช่แน่ ๆ

ความใหญ่ของ App Store ถือว่าเพียงพอต่อโลกทุกวันนี้ เพราะแทบทุกอย่างก็มีแอปของตัวเองกันหมดแล้ว แต่ปัญหากลับเป็นความ “ทันใจ” ในการใช้แอป ซึ่งทีมงาน MacThai จะมาอธิบายกันว่า App Clip จะตอบโจทย์อย่างไร

There’s an app for that

Phil Schiller ผู้บริหาร Apple เล่าว่าตอนเปิดตัว iPhone รุ่นแรก ก็มีการถกเถียงกันภายใน Apple ว่าควรจะให้ iPhone เป็น iPod (ลงแอปไม่ได้) หรือเป็น Mac (ลงแอปได้) แต่สุดท้าย Steve Jobs ตัดบทโดยจะไม่ให้ iPhone ลงแอปอะไรได้ทั้งนั้น ทำโทรศัพท์ให้ดีก่อน

ภายหลังพอมีเสียงเรียกร้อง Apple จึงเริ่มทำ App Store เป็นแหล่งโหลดแอปให้ผู้ใช้ iPhone ซึ่งก็ประสบความสำเร็จด้วยดี จนช่วงหนึ่ง Apple เอาแอปบน App Store มาเป็นจุดขายของ iPhone ตัวอย่างเช่น โฆษณา iPhone 3G นอกจากฟีเจอร์ของตัวเครื่องแล้ว ​Apple ก็เอาแอปมาโฆษณาด้วย

โฆษณา iPhone 3G จะใช้คำว่า There’s an app for that หรือ “ต้องมีสักแอปที่ใช่” เพื่อโปรโมตว่า App Store มีแอปที่ตอบสนองความต้องการของคุณอย่างแน่นอน

ช่วงหลัง App Store มีแอปมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แอปเล็ก ๆ อาจจะไม่มีที่ยืนมากเท่าช่วงแรก ๆ ของ App Store ช่วงหลัง Apple จึงเริ่มหันมาให้พื้นที่กับแอปเล็ก ๆ บ้าง อย่างเช่น App of the Day ที่จะคัดสรรแอปเล็กใหญ่ใน App Store มาโปรโมตให้

จุดที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันมีเทรนด์หนึ่งที่เรียกว่า ​Super App ที่แอปเดียวพยายามทำให้ได้ทุกอย่าง แถมหลาย ๆ เจ้าเป็นแพลตฟอร์มที่ดึงพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งจุดขายคือธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมไม่ต้องพัฒนาแอปเองตั้งแต่ต้น แพลตฟอร์มจะ provides เครื่องมือการพัฒนาแอปบนแพลตฟอร์มนั้น ๆ

ภาพจาก Apple Live

App Clips: Now, there’s an app clip for that

แม้ว่า App Store จะมีแอปที่ใช่อยู่จำนวนมาก แต่จะให้โหลดแอปเต็มตอนที่จะใช้ในหลายสถานการณ์ก็ดูจะไม่ทันการ

ลองนึกถึงสถานการณ์บางอย่าง เช่น ไปร้านกาแฟที่เก็บบัตรสะสมแต้มผ่านแอป หรือรอรถเมล์แล้วอยากจะดูว่ารถเมล์อยู่ที่ไหนผ่านแอป แม้จะมีแอปที่ใช่ แต่เวลายังไม่ใช่ เพราะเราต้องการแอปที่ทำงานได้ทันที ซึ่งการโหลดแอปถ้ามันยาก ผู้ใช้ก็คงจะไม่โหลด ฝั่งเจ้าของธุรกิจก็คือเสียโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย ถ้ามีใครมาเติมเต็มตรงนี้คงจะดีไม่น้อย

หากมองไปที่ประเทศจีน ตอนนี้แอปแชทเจ้าตลาดอย่าง WeChat ก็มีแอปเล็ก ๆ สำหรับใช้งานในแอป WeChat ที่เรียกว่า Mini Programs ซึ่งจุดเด่นของ Mini Programs คือเป็นแอปขนาดเล็ก ใช้งานได้ทันที ตอนนี้ Mini Programs ก็มีครบทุกหมวด ตั้งแต่สั่งอาหาร, ช้อปออนไลน์, เรียกแท็กซี่, เช่าจักรยาน และอื่น ๆ ที่สำคัญคือไม่ต้องโหลด เพียงแค่เปิดก็ใช้งานได้เลย

กลยุทธ Mini Programs ทำให้ WeChat แทบจะเรียกได้ว่าเป็น App Store ขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว เพราะ WeChat มีทุกอย่างที่ต้องการ ถ้าจะซื้อมือถือสักเครื่อง จะเป็นมือถือถูกแพงขอแค่ลง WeChat ได้ ผู้ใช้ในจีนก็พอใจแล้ว

ถ้ามองในประเทศไทย ตอนนี้ก็มี LINE ที่พยายามเข้ามาเติมเต็มจุดนี้ เพียงแค่เพิ่มเพื่อนในไลน์ ก็สามารถตรวจสอบยอดบัตรเครดิต, สะสมแต้ม, รับการแจ้งเตือนรายการเดินบัญชีหรือบัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งช้อปปิ้งก็ทำได้แล้ว ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องโหลดแอปเพิ่มเลย

App Clip จะเป็นสิ่งที่มาคอยเติมเต็ม ecosystem ของ Apple ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดเพียงหลักสิบเมกะไบต์ทำให้ App Clip เป็นแอปแบบ instant ใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะโหลดแอปหลักหรือไม่ก็ตาม ถ้าใช้แค่ไม่กี่ครั้งก็คือใช้แล้วจบกัน แต่ถ้าใช้บ่อย App Clip ก็จะเป็นตัวนำทางไปสู่การโหลดแอปหลักได้ด้วย

ต่อให้มีแอปหลักแล้ว App Clip ก็เปรียบเสมือนชอร์ทคัทไปยังฟีเจอร์สำคัญที่ต้องใช้ ณ ตอนนั้น ลดเวลาการเข้าแอปเพื่อเข้าเมนูต่าง ๆ ไปได้อีกชั้นหนึ่ง

แม้จะมีฟีเจอร์ App Clip แต่ Apple ก็จะไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับ Super App เสียเอง ในทางกลับกัน App Clip จะเติมเต็มและคอยอำนวยความสะดวก เพราะ Apple บอกเองว่า App Clip สามารถคอนฟิกได้ค่อนข้างอิสระ ดังนั้นแม้จะเป็นแอปเดียวกันแต่ App Clip คนละตัวก็สามารถดีไซน์ให้เหมือนเป็นคนละแอปก็ได้

ลองนึกถึง use case ที่น่าสนใจในสถานการณ์ที่ไม่พร้อมจะโหลดแอป เช่น

  • เช่าจักรยานเพียงครั้งเดียว สแกน QR Code บนจักรยานแล้วกดจ่ายเงินผ่าน Apple Pay ก็ปั่นออกไปได้ทันที
  • ร้านอาหารที่อยากจะให้คนช่วยรีวิวก็แปะ QR Code ไว้ พอลูกค้าสแกนแล้วก็เขียนรีวิวได้ทันทีบน App Clip ได้เลย
  • จองคิวร้านอาหารด้วยการสแกน QR Code พอถึงเวลาเรียกคิวจะแจ้งเตือนขึ้นมาบนมือถือ

ดังนั้น App Clip จึงเป็นโจทย์สำคัญของเจ้าของแพลตฟอร์ม Super App ว่าจะทำฟีเจอร์รองรับ App Clip ให้ธุรกิจรายย่อยมาเลือกใช้แพลตฟอร์มของตัวเองได้ดีแค่ไหน

ภาพจาก Apple Developer

การที่ App Clip เป็นแอปแบบ instant จุดสำคัญมีอยู่ไม่กี่อย่าง คือต้องเร็ว และใช้งานได้จริงในฟังก์ชันที่จำเป็นต้องใช้ ดังนั้น Apple จึงกำหนดให้ App Clip ใช้ iOS SDK ซึ่งเป็นชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวหลักตัวของ iOS และกำหนดให้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของแอปหลัก

วิธีเรียก App Clip มีอยู่ 7 วิธี

  • App Clip Codes เป็นโค้ดเฉพาะที่ Apple ออกแบบมาเพื่อ App Clip ใช้ได้ทั้งสแกน NFC และสแกนผ่านกล้อง
  • NFC Tags สำหรับแตะ
  • คิวอาร์โค้ดสำหรับสแกน
  • Safari App Banners แบนเนอร์เชิญชวนดาวน์โหลดแอปใน Safari
  • ลิงก์ใน Messages
  • แปะไว้ใน Point of Interest (POI) หรือจุดสนใจใน Apple Maps

ส่วน App Clip ที่เพิ่งใช้งานบน iPhone จะเก็บไว้ในหน้า App Library ฟีเจอร์ใหม่เพื่อจัดการหน้าโฮมของ iPhone

ด้วยการที่ App Clip ใช้ชุดพัฒนาหลักของ iPhone ดังนั้นฟีเจอร์อย่าง Apple Pay, Sign in with Apple ก็จะตามมาด้วย รวมถึง App Clip สามารถส่งแจ้งเตือนได้นานสุดถึง 8 ชั่วโมงนับตั้งแต่เปิด App Clip ก็ทำให้แอปจิ๋วที่มีขนาดเพียงหลักสิบเมกะไบต์มีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว

ภาพจาก Apple Live

สรุป :: คอนเซปต์ใช้ได้ แต่ต้องรอดูของจริง

App Clip ในตอนนี้ยังเป็นเพียงชุดพัฒนาที่ยังอยู่ระหว่างการทดสอบ กว่าเราจะได้เห็นของจริงคงจะอยู่ในช่วงที่ Apple ปล่อย iOS 14 ให้ดาวน์โหลดในปลายปีนี้ ซึ่งก็ต้องดูกันว่า ชุดพัฒนาและข้อจำกัดของ App Clip จะตอบโจทย์การใช้งานจริงแค่ไหน

เมื่อถึงเวลานั้น ถ้า App Clip เกิดจริง แทนที่เราจะเห็น QR Code ชวนโหลดแอป อาจจะเปลี่ยนเป็น QR Code เปิด App Clip ตามร้านกาแฟ, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ป้ายโฆษณา, ป้ายรถเมล์ และสถานที่รอบ ๆ ตัวก็เป็นได้

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai