Phil Schiller เล่าเรื่องราว iPhone ครบรอบสิบปี “มันเปลี่ยนโลก และจะเป็นเช่นนี้ 50 ปี”

ในโอกาส iPhone ครบรอบ 10 ปี ยังคงมีเรื่องราวต่อเนื่องออกมา คราวนี้เป็นบทสัมภาษณ์ของผู้บริหารฝ่ายการตลาด Phil Schiller ซึ่งอยู่ร่วมกับโครงการนี้ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันครับ

ip2

iPhone รุ่นแรกตั้งใจจะไม่มี App Store

Phil Schiller เล่าว่า ตัวเขาเองได้อยู่ร่วมกับโปรเจกต์ iPhone ตั้งแต่ต้น (อันที่จริงเขาเข้ามาร่วมงานกับ Apple ในช่วงเดียวกับที่สตีฟ จ็อบส์ กลับมาทำงานให้แอปเปิลนั่นเอง) ใน iPhone รุ่นแรกนั้นถูกออกมาเป็นระบบปิด ไม่สามารถลงแอพใดๆ เพิ่มเติมได้ เขาเล่าถึงตอนนั้นว่าทุกคนในแอปเปิลก็ถกเถียงกัน ว่า iPhone ควรเป็นแบบ iPod (ลงแอพเพิ่มไม่ได้) หรือ Mac (เปิดให้ลงแอพอื่นได้) กันแน่

สตีฟ จ็อบส์ตัดบทการถกเถียงคราวนั้น แล้วสรุปว่า iPhone ยังไม่สามารถเปิดให้ใครลงแอพเพิ่มเติมได้แน่ อย่างน้อยก็ตอนนี้ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนแนวทางได้ในอนาคต ที่แอปเปิลต้องทำคือสร้างโทรศัพท์ ซึ่งแก้ปัญหาใหญ่ให้ผู้คน มีแอพ built-in ที่ยอดเยี่ยม และเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสร้างเว็บแอพ

สตีฟ จ็อบส์ กับการเปิดตัว iPhone รุ่นแรก
สตีฟ จ็อบส์ กับการเปิดตัว iPhone รุ่นแรก

Schiller บอกว่าวิธีการนี้นั้นได้ผล iPhone รุ่นแรกออกมาพร้อมคุณสมบัติพื้นฐานมากพอที่ทำให้คนหลงใหล มันคือคอมพิวเตอร์พกพาแท้จริง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ หน้าจอ Multi-Touch ซึ่งเวลาต่อมาผู้ใช้ก็เริ่มเรียกร้องมากขึ้นให้สามารถ “ลงแอพเพิ่มได้” ด้วยเวลาที่เหมาะสม แอปเปิลจึงเปิด App Store สำหรับนักพัฒนาในเวลาต่อมา และ App Store ก็กลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ต่อมาของแอปเปิล

iPhone รุ่นใหม่จะยังมีอะไรให้น่าสนใจ?

คำถามต่อมาคือ iPhone รุ่นใหม่ๆ ดูเหมือนจะสร้างความ “ว้าว!” น้อยลง และน่าสงสัยว่า iPhone จะมีอะไรให้ตื่นเต้นได้อีก? Schiller ตอบคำถามนี้ไว้น่าสนใจ

เขาบอกว่าความคาดหวังผู้คนนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าอดีต เลยดูเหมือนว่า iPhone ไม่ค่อยเปลี่ยนไปเยอะ ทั้งที่ความจริง iPhone มีการปรับปรุงขึ้นอย่างมากตลอด ตั้งแต่เครื่องเล็กจอ 3 นิ้วครึ่ง มาเป็น 4 นิ้ว และ 4.7 นิ้วกับ 5.5 นิ้ว ขนาดก็เปลี่ยนไป กล้องยิ่งมีการพัฒนาอย่างมาก รุ่นแรกถ่ายวิดีโอไม่ได้ จนมามีกล้องหน้า-หลัง และล่าสุดมีถึง 3 เลนส์ ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ด้วย

iphone-mosaic

เมื่อถามถึงคู่แข่งในตลาดอย่างสมาร์ทโฟน Android ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงหรืออาจดีกว่า Schiller บอกว่า “คุณภาพก็สู้ไม่ได้ การใช้ง่ายก็สู้ไม่ได้ ฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกันก็สู้ไม่ได้ เรายอมรับว่าเราไม่ใช่ของถูกที่สุด ขายได้เยอะที่สุด แต่เราแน่ใจว่าเราดีที่สุด”

Apple จะมีอะไรต่อจากนี้

อีกประเด็นที่หลายคนสนใจก็คือ Apple ประสบความสำเร็จมากจาก iPhone และเป็นสินค้าทำเงินหลักของบริษัท แล้วต่อจากนี้แอปเปิลจะทำอะไรอีก? สินค้าไหนจะเป็น Next iPhone? Schiller บอกว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น

เขาบอกว่าตอนนี้ทุกคนมุ่งแต่มองหาสิ่งใหม่ ผลิตภัณฑ์สุดฮิตตัวต่อไป แต่เขากลับมองว่า iPhone วันนี้ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และยังสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้มากอีกถึง 50 ปี โดยยกตัวอย่าง Siri ว่าช่วยต่อยอดให้ iPhone ทำอะไรได้อีกมากมายต่อจากนี้

Schiller ยังให้ความเห็นถึง Alexa ตัวช่วยสั่งการด้วยเสียงของ Amazon ว่ามันไม่เหมือน Siri บน iPhone เพราะ iPhone มี “หน้าจอ” และหน้าจอช่วยให้การใช้งานดูใกล้ชิดมากกว่าการสั่งด้วยเสียงลอยๆ

Alexa ตัวช่วยสั่งงานด้วยเสียงของ Amazon "ซึ่งไม่มีหน้าจอ"
Alexa ตัวช่วยสั่งงานด้วยเสียงของ Amazon “ซึ่งไม่มีหน้าจอ”

เขายืนยันว่า iPhone ยังพัฒนาได้อีกไกล และสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนได้อีกมาก รวมทั้งจะมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา: Back Channel