วันที่: 09/11/2019 | หมวด: Apple, Featured, iCloud | แท็ก: , , , ,

 

Screen Shot 2562-11-08 at 12.38.32

ปัจจุบัน ใน ecosystem ของ Apple นั้นมีระบบซิงค์ภาพอยู่ 2 ระบบด้วยกัน ระบบหนึ่งเรียกว่า iCloud Photo Library ส่วนอีกระบบเรียกว่า My Photo Stream ซึ่งวันนี้ทีมงาน MacThai จะมาอธิบายให้ทราบว่าระบบทั้งสองนั้นทำงานอย่างไร เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

iCloud-02

My Photo Stream ระบบพุชภาพที่มาพร้อม iCloud

My Photo Stream หรือภาษาไทยว่า “การสตรีมภาพของฉัน” เป็นระบบการพุชภาพที่เปิดตัวมาครั้งแรกพร้อมกับ iCloud ในปี 2011 โดยการทำงานของ My Photo Stream จะเน้นที่การ “พุช” หรือการส่งกระจายภาพไปยังอุปกรณ์ทุกเครื่อง

หากเปิดใช้งาน My Photo Stream จะสังเกตได้ว่า ตัว My Photo Stream จะอยู่เป็นอัลบั้มหนึ่งบนแอป Photos หรืออยู่ตรง Sidebar ของ Photos บน Mac ซึ่งจะเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมภาพที่เกิดจากการพุชภาพของแต่ละเครื่องที่ล็อกอิน iCloud บัญชีเดียวกัน โดย My Photo Stream มีกำหนดการเก็บรูปภาพบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

  • iPhone และ iPad เก็บภาพ 1,000 ภาพ ไม่จำกัดวัน
  • Mac และ PC เก็บภาพไม่จำกัดจำนวน ไม่จำกัดวัน
  • iCloud เก็บภาพ 1,000 ภาพ ไม่จำกัดวัน และไม่นับรวมกับพื้นที่หลักที่ไว้เก็บไฟล์ของ iCloud

เมื่อลบภาพใน My Photo Stream หากภาพนี้ยังอยู่บนอุปกรณ์อื่น My Photo Stream จะตามไปลบด้วย

My Photo Stream นั้นเกิดมาเพื่อการพุชภาพ ดังนั้นภาพที่เก็บไว้แต่ละเครื่องเป็นเพียงการพุชภาพเท่านั้น ไม่ใช่การเก็บไว้บนเครื่องอย่างถาวร และจุดสำคัญที่สุดคือถ้าคุณจะนำภาพมาทำอะไรต่อ เช่น แต่งภาพ คุณจะต้องเซฟภาพนั้นออกมาจาก My Photo Stream ก่อน จึงจะสามารถแต่งภาพได้ และที่สำคัญ ภาพที่แต่งจะไม่ซิงค์กันระหว่างเครื่อง จุดนี้คือจุดด้อยสำคัญของ My Photo Stream

photos-os-x-icloud-photo-library

iCloud Photo Library ผู้มาแก้ไขข้อจำกัดของ My Photo Stream

My Photo Stream เกิดมาเพื่อการพุชภาพแล้ว แต่หลายคนอาจต้องการให้ภาพซิงค์กันระหว่างเครื่อง หรืออธิบายได้ว่าเราต้องการให้ภาพเก็บไว้บน iCloud และจะเข้าใช้งานผ่านเครื่องไหนก็ได้ ซึ่งเป็นลักษณะที่ควรจะเป็นของ iCloud เพราะตอนเปิดตัวในปี 2011 นั้น Apple ตั้งใจจะให้เป็น Digital Hub แทน Mac แต่ถ้า My Photo Stream ทำได้แค่ “พุช” ภาพ ไม่ใช่การซิงค์ภาพโดยสมบูรณ์ ไลบรารีของภาพในแต่ละเครื่องยังแยกกัน การจะเป็น Digital Hub ของ iCloud คงจะยังไม่สมบูรณ์

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิด iCloud Photo Library หรือ “คลังภาพ iCloud” ขึ้นมา โดยเราจะย้ายทุกอย่างที่เป็นรูปภาพไปเก็บไว้บน iCloud ดังนั้นไม่ว่าเราจะถ่ายรูปเครื่องไหน จะแต่งที่เครื่องไหน ระบบก็จะซิงค์รูปเราตลอดเวลา เช่น ถ่ายรูปจาก iPhone เอาไปแต่งต่อที่ iPad เปิดบน Mac แล้วไม่พอใจอยากจะลบ การเปลี่ยนแปลงรูปภาพก็จะซิงค์ครบทุกเครื่อง

photos-hero

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า iCloud Photo Library จบในตัวทุกอย่าง เพราะไลบรารีภาพ ทั้ง iPhone, iPad และ Mac คือไลบรารีเดียวกัน เพราะไลบรารีทั้งหมดก็คือไลบรารีของ iCloud ต่างจาก My Photo Stream ที่เป็นเพียงการ “พุช” ภาพเท่านั้น

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ iCloud Photo Library คือเมื่อเราเก็บรูปภาพไว้บน iCloud แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องเก็บต้นฉบับไว้ที่เครื่องอีกต่อไป ดังนั้นรูปภาพเก่า ๆ บนเครื่อง เราก็เก็บไว้เฉพาะขนาดพรีวิว แต่เมื่อต้องการจะดูภาพขนาดเต็มหรือต้องการแต่งภาพต่อก็ค่อยดาวน์โหลดลงมาจาก iCloud

ข้อเสียอย่างหนึ่งของ iCloud Photo Library คือ ภาพที่เก็บไว้บน iCloud จะนับรวมกับพื้นที่ที่เก็บไฟล์ของ iCloud ด้วย ดังนั้นผู้ใช้พื้นที่ฟรี 5GB คงจะไม่พออย่างแน่นอน

 

icloud-macthai-satchan

สรุป

จากการอธิบาย iCloud Photo Library กับ My Photo Stream ผู้อ่านทุกท่านคงจะเข้าใจความแตกต่างของฟีเจอร์ของทั้งสองระบบนี้แล้ว ซึ่งตอนนี้ iCloud Photo Library และ My Photo Stream ต่างก็คนละคุณสมบัติกัน แม้จะซิงค์รูปภาพได้เหมือนกัน แต่

  • iCloud Photo Library เป็นการนำคลังภาพขึ้น iCloud โดยสมบูรณ์
  • My Photo Stream คือการ “พุช” ภาพระหว่างเครื่อง แต่คลังภาพของแต่ละเครื่องยังคงแยกกัน

ดังนั้น ถ้าอธิบายสั้น ๆ iCloud Photo Library สามารถทดแทน My Photo Stream ได้ แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ที่หากใครไม่ซื้อ 5GB ที่ให้มาเป็นค่าเริ่มต้นของ iCloud คงจะไม่พอแน่นอน ดังนั้นถ้าใครไม่จำเป็นต้องซิงค์รูปหรือมีอุปกรณ์เยอะมาก My Photo Stream ก็เพียงพอที่จะใช้งานแล้ว

แต่ถ้าใครมีอุปกรณ์จำนวนมากที่จะมีปัญหาตามมาเรื่องการซิงค์ภาพระหว่างเครื่องในอนาคต การจ่ายเงินอีกสักหน่อยเพื่อซื้อพื้นที่และใช้ iCloud Photo Library จัดการส่วนนี้ให้ ทีมงานก็เห็นว่าคุ้มมาก ๆ เลยล่ะ

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

About nutmos

สนใจ Apple ชอบ Apple รัก Apple
Blog : nutmos.com
Social Media : Twitter

Leave a Reply