วันที่: 10/08/2019 | หมวด: Beats, Featured, MacThai, News, Review | แท็ก: , , , , ,

Apple ได้เปิดตัวหูฟัง Powerbeats Pro ซึ่งเป็นหูฟัง Beats แยกซ้ายขวาแบบ Truely Wireless มาซักพักหนึ่งแล้ว ทางทีมงานก็ได้มีโอกาสลองใช้ตัว Powerbeats Pro เป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ หลังจากที่ เริ่มเปิดขายในไทย โดยราคาอยู่ที่ 8,900 บาท ซึ่งราคาอยู่ในระดับที่แพงกว่า AirPods 2 เล็กน้อย แต่มีแบรนด์เป็น Beats ซึ่งหลายคนอาจจะชื่นชอบ วันนี้เราจะมาลองรีวิวกันว่าหูฟัง Powerbeats Pro ตัวนี้นั้น มีฟีเจอร์อะไรบ้าง

 

2

หูฟังที่ทีมงานนำมารีวิวนั้นเป็น Powerbeats Pro รุ่นสีดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายรุ่นหลายสีที่ Apple ทำการเปิดตัวมา 4 สี คือสีดำ, น้ำเงิน (Navy), เขียวเข้ม (Moss) และ สีเนื้อ (Ivory) โดย Powerbeats Pro มีรุ่นเดียว เสป็คเดียว ไม่เหมือนกับ AirPods 2 ที่แยกออกมาเป็นสองรุ่นที่ฟีเจอร์ไม่เท่ากัน ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อสีไหนก็เหมือนกันหมด

สรุปฟีเจอร์แบบเร็ว ๆ ของ Powerbeats Pro ที่น่าสนใจก็ได้แก่

  • เป็นหูฟังแบบ In-ear คือสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้จากจุกยาง
  • ใช้ชิป H1 รองรับการทำงานกับอุปกรณ์ Apple อย่างเต็มรูปแบบ รองรับ Hey Siri
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ 9 ชั่วโมง ในการชาร์จครั้งเดียว และยังสามารถชาร์จกับกล่องซึ่งโดยรวมแบตอยู่ได้ถึง 24 ชั่วโมง
  • Fast Fuel ชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้ 1.5 ชั่วโมง

ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้พอนำมาลองใช้จริงจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องลองมาดูรีวิวกัน

แกะกล่องรีวิว Powerbeats Pro 2

Powerbeats Pro ของเรามาในกล่องทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสสีดำ ดีไซน์ค่อนข้างเรียบหรูตามสไตล์ Beats เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับกล่องของตัว Powerbeats Pro ซึ่งสัมผัสแรกก็คือมันขนาดใหญ่มากทีเดียว (ตรงนี้จะพูดถึงในส่วนประสบการณ์ภายหลัง) เมื่อดึงกล่องขึ้นมาก็จะเจอกับอุปกรณ์ ด้านในที่ให้มา ซึ่งอุปกรณ์ทุกอย่างในกล่องก็ได้แก่

  • ตัวหูฟัง Powerbeats Pro และกล่องชาร์จ
  • คู่มือการใช้งาน
  • สติกเกอร์โลโก้ Beats สีแดง
  • จุกยางขนาดเพิ่มเติม
  • สายชาร์จ USB to Lightning สีดำ (อันนี้เท่มาก)

 

3

 

4

หมดเท่านี้ ไม่มี หัวชาร์จ USB มาให้ แต่ก็นับว่าโชคดีมากที่ Beats ยังแถมจุกยางมาให้ในกรณีที่เราต้องการเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับรูหูของเรา

เชื่อมต่อกับ iPhone, Mac และ Apple Watch เร็วขึ้นด้วยชิป H1

หลังจากที่แกะกล่องกันแล้ว เปิดออกมาก็จะเจอกับหูฟัง Powerbeats Pro สีดำ ซึ่งทันทีที่เปิดออกมา ชิป H1 ก็เริ่มต้นทำงานทันที และส่งสัญญาณ Bluetooth ไปที่อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้เคียงให้ Setup กับแบบง่าย ๆ ไม่ต้องยุ่งยาก เพียงแค่นำ iPhone ของเรามาจ่อใกล้ ๆ เท่านี้ก็ได้แล้ว

 

9

ความพิเศษของการเชื่อมต่อแบบนี้ก็คือ Apple จะจำอุปกรณ์ของเราไว้ใน iCloud ทำให้เวลาเราเชื่อมต่อหูฟัง Powerbeats Pro กับอุปกรณ์ของเราอย่างน้อยหนึ่งตัวแล้ว เวลาเราอยู่ใกล้อุปกรณ์ Apple ตัวอื่นของเรามันจะสามารถเชื่อมต่อและจำกันได้ทันที ไม่ต้องไปกดเพิ่มอะไรให้ยุ่งยาก เช่น ถ้าเรา Setup ใน iPhone มาเปิดในเมนู Bluetooth ของ Mac ก็จะเจอ Powerbeats Pro

 

10

สะดวกมากสำหรับใครที่มี Gadget หลาย ๆ ตัว เวลาจะเชื่อมต่อก็แค่เอามาจ่อใกล้ ๆ แล้วกด Connect ก็จะเชื่อมต่อกันได้ทันที มีเมนูเด้งขึ้นมาที่หน้าจอเลย ซึ่งตรงนี้จะรองรับเฉพาะ iOS เท่านั้น Android ต้องใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth (กดค้าง) ปกติ

Hey Siri ใช้งานดีหรือเปล่่า มีปุ่มที่หูฟัง แต่กดได้แค่เล่น/หยุด เรียก Siri

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับคนใช้ iPhone และอุปกรณ์ Apple ก็คือ Hey Siri ซึ่งให้เราพูดคำว่า “Hey Siri” หรือ “หวัดดี สิริ” ตามภาษาที่เราตั้งไว้แล้วจะคุยกับ Siri ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องกดอะไร ตรงนี้แล้วแต่คนว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ใช้หรือไม่ใช้ ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกว่าก็ได้ใช้บางครั้งเช่นเวลาที่ใส่แล้วเดินอยู่อยากโทรหาเพื่อน หรืออยากฟังเพลงที่ต้องการ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าขาดไม่ได้ขนาดนั้น

 

11

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตหลักก็คือ หูฟัง Powerbeats Pro จะมีปุ่มอยู่ทั้งสองด้าน ซึ่งในเมนู Settings จะไม่มีให้เลือกว่าทำอะไร พอลองกดก็พบว่าเป็นปุ่ม Play/Pause ปกติ ไม่เจอว่ากดข้ามเพลงยังไง หรือถ้ากดค้างก็จะเป็นการเรียก Siri ตรงนี้ไม่แน่ใจว่า Apple ยังไม่ปล่อยอัพเดทหรือเปล่า แต่ถ้าทำได้แค่นี้จริงก็นับว่าเป็นอีกข้อด้อยที่สำคัญ เพราะขนาด AirPods ที่ใช้วิธีการแตะ ๆ ยังตั้งค่าได้ว่าแตะซ้ายให้ทำอะไร แตะขวาให้ทำอะไร

 

12

ทดลองใช้ทั้งวัน เจออะไรบ้าง เจ็บหูไหม แบตอึดไหม

อย่างที่บอกว่าทีมงานได้ลองใช้ Powerbeats Pro มาเป็นเวลานับอาทิตย์ก่อนที่จะเขียนรีวิวนี้ และต้องยอมรับว่ามีความ Bias จากการใช้งาน AirPods รุ่นแรกและ AirPods 2 มาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี การมาเริ่มต้นใหม่กับ Powerbeats Pro นั้นอาจจะสร้างความลำบากเล็กน้อย ตั้งแต่ขนาดของกล่องที่ใหญ่มาก บางทีเราก็ขี้เกียจเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อยและวางทิ้ง ๆ ซึ่งอาจทำให้หายได้

 

15

ในเรื่องของความสบาย บอกเลยว่าใครที่ไม่ชอบหูฟัง In-ear หรือใส่แล้วเจ็บหู ปวดหู อึดอัด ให้มองข้าม Powerbeats Pro ไปได้เลย (ใครที่มาจากสาย In-ear อาจจะมาลองว่า Truely Wireless นั้นเหมาะกับเราจริงหรือเปล่าก่อน) แต่ก็ต้องชื่นชมเรื่องน้ำหนักที่เบาและไม่ได้รู้สึกว่าเกะกะในขณะที่ใส่อยู่ ไม่มีสายคอยคล้องหรือกลัวว่าจะไปเกี่ยวกับอะไรหลุด

 

16

ส่วนแบตเตอร์รี นับว่า Beats ไม่ได้โม้ แบตค่อนข้างทนจริง ๆ เหมาะสำหรับการใส่ออกกำลังกาย ใส่ทั้งวัน เอากล่องชาร์จไว้ใน Backpack ใส่เล่นคอมนาน ๆ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องแบต กล่องชาร์จก็โหดมากพอสมควร ไปต่างจังหวัด 2-3 วันสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพกที่ชาร์จ

เสียงธรรมดามาก ไม่ได้รู้สึกว่าพิเศษอะไรขนาดนั้น และไม่เข้าใจว่าออกแบบมาเพื่อใครกันแน่

เป็นสิ่งที่ ผิดหวังที่สุดในการรีวิวครั้งนี้ และก็ยังไม่เข้าใจว่า Powerbeats Pro นั้นออกแบบมาเพื่อใครกันแน่ เพราะถ้าการใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็ดูเหมือนว่า AirPods ที่ราคาถูกกว่าจะให้ประสบการณ์ที่สะดวกกว่า ขนาดเล็กกว่า แต่ถ้าจะเน้นเสียงคุณภาพก็จะเน้นไปที่หูฟัง In-ear อย่างตระกูล Solo ไปเลย Powerbeats Pro จึงเป็น Gap ระหว่าง AirPods กับหูฟังระดับกลางถึงสูงรุ่นอื่น ๆ ที่คุณภาพเสียงด้อยกว่า Beats ในรุ่นที่สูงกว่า แต่มีราคาแพงไปแตะถึงหลักเก้าพันบาทได้นั้นเป็นอะไรที่แอบงงเล็กน้อย

 

 

14

สิ่งที่สัมผัสได้ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่สำหรับตัวผู้เขียนรู้สึกว่า เบสเบากว่า, เสียงมีมิติไม่มากนัก และธรรมดามาก ๆ เมื่อต้องแลกมากับความลำบากในการเป็น In-ear ถ้าบอกว่าเน้นไปที่การออกกำลังกายก็โอเคหน่อยเพราะตัวหูฟังถูกพัฒนามาจากหูฟังตระกูล Powerbeats ซึ่งเป็นที่นิยมในการออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ถ้าจะบอกว่าใช้งานทั่วไปนั้น อาจจะยังส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่ใช่อยู่

เปรียบเทียบประสบการณ์กับ AirPods ถ้าต้องเลือกควรเลือกอะไรดี

เลือก AirPods 2 (ฮา) ต้องบอกก่อนว่ามีหลายอย่างที่ชื่นชมในตัวการออกแบบของ Powerbeats Pro แต่เมื่อเทียบกับ AirPods แล้วยังขาดฟีเจอร์หลาย ๆ อย่าง ในขณะที่ AirPods 2 ก็ขาดฟีเจอร์อย่าง ๆ อย่างที่ Powerbeats Pro ไม่มีเช่นกัน ใครที่กำลังต้องเลือกระหว่าง AirPods 2 กับเพิ่มเงินมาซื้อ Powerbeats Pro อาจจะต้องดูเงื่อนไขด้านล่างนี้ไว้

  • AirPods 2 รองรับการชาร์จไร้สาย กล่องชาร์จมีขนาดเล็กกว่าคล่องตัวกว่า Powerbeats Pro ต้องต่อสาย และกล่องใหญ่มาก ถือไม่ได้ ใส่กระเป๋ากางเกงหรือเสื้อเล็ก ๆ ไม่ได้
  • ใส่นาน ๆ แล้วปวดหู อันนี้หลายคนอาจจะด่า AirPods 2 เหมือนกันว่าใส่แล้วหลุด ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความชอบเลย
  • มิติของเสียงถือว่าพอใช้ แต่ยังต่ำกว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ ไม่ได้รู้สึกว่าอยากย้ายจาก AirPods 2 มาใช้นัก
  • อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่รองรับการเชื่อมต่อระหว่าง iPhone, Mac, Apple Watch, iPad อุปกรณ์ Apple ได้ในระดับดีเยี่ยมเท่ากัน ใช้คุยโทรศัพท์เสียงดี ไมค์ชัด เล่นเกมไม่ดีเลย์
  • AirPods 2 มีความอเนกประสงค์สูงกว่า เป็นสาย Lifestyle ในขณะที่ Powerbeats Pro อาจจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้ Powerbeats เดิม ที่ต้องการประสบการณ์ไร้สาย

 

8

สรุปรีวิว Powerbeats Pro ข้อดี ข้อเสีย คุ้มไหม

สรุปแล้ว หลังจากที่ได้ลองเล่น Powerbeats Pro ก็พบว่ามีข้อดีและข้อเสียที่ไม่ได้มีอะไรดีหรือด้อยไปกว่ากันมากนัก บอกเลยว่าถ้าคนที่ชอบก็จะไม่รู้สึกอะไร ถ้าคนไม่ชอบก็จะไม่ชอบอยู่ดี ไม่ได้เกิดมาเพื่อเปลี่ยนให้คนมาอยากใช้ In-ear หรือตระกูล Powerbeats มากขึ้น แต่เกิดมาเพื่อทำให้ Powerbeats มีที่ยืนในโลกของการเชื่อมต่อแบบไร้สายของปี 2019 มากกว่า

ข้อดี 

  • เป็นหูฟัง In-ear ใครที่ชอบจะได้รับความสะดวกจากฟีเจอร์อย่าง Hey Siri หรือการเชื่อมต่อที่สะดวกของ H1
  • ล็อกหูง่าย เบา ไม่เจ็บ เปลี่ยนยาง (ที่มีแถมมาให้) ได้
  • มีหลายสีให้เลือกซึ่งสวยมาก
  • เหมาะกับการใส่วิ่ง ออกกำลังกาย หรือกลุ่มสาวก Beats เดิม

ข้อเสีย

  • ใช้งานยาก เก็บยาก กล่องใหญ่ เสียเวลาเอาเข้าเอาออก
  • ไม่มีการชาร์จไร้สายของกล่อง ต้องเสียเวลาต่อสาย
  • เสียงไม่ได้ดีเท่าที่หวังไว้มากนัก แต่ก็พอใช้ได้

 

13

คำถามว่าควรซื้อได้ไหม อันนี้ขึ้นอยู่กับเราเลยว่าเราชอบหูฟัง In-ear หรือเปล่า ถ้าชอบ แล้วอยากได้ความสะดวกสบายในฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่กล่าวมา ก็บอกได้เลยว่าซื้อเถอะ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบลองของใหม่ ชอบหูฟังที่ฟังสบาย ๆ ใช้งานได้หลากหลาย อาจจะต้องลองคิดใหม่ แล้วไปดู AirPods 2 อีกรอบว่าเหมาะกับเราไหม เพราะด้วยการที่รีวิวอย่าง Bias นี้ หลังการจบรีวิวก็คงจะเป็นการใช้งาน Powerbeats Pro ครั้งสุดท้ายของผู้เขียน

 

เรียบเรียงโดย ทีมงาน MacThai

About Nutn0n

ทำเว็บเกี่ยวกับอวกาศ Spaceth.co ชอบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ และเป็นสาวก Apple
Blog - Nutn0n.com | Twitter - @Nutn0n

Leave a Reply