รีวิวหูฟัง AirPods : ประสบการณ์หลังใช้งานจริง 2 อาทิตย์ และ 5 เรื่องที่คุณต้องรู้

airpods_cover

ตอนนี้ AirPods ได้กลายเป็นสินค้าหายากไปแล้ว ทำให้เราอาจจะยังไม่เห็นคนใช้ AirPods กันมากเท่าไหร่ รวมถึงด้วยความที่เปิดตัวมาในราคาที่สูงมาก ๆ จนทำให้หลายคนรู้สึกเสียดายที่จะทำเงินจำนวน 7,000 บาท ไปแลกกับหูฟังไร้สายตัวแรกจาก Apple ที่ไม่รู้ว่าจะไปรอดหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่หลายคนบอกว่าน่าเกลียด ใส่แล้วดูตลก หรือเสี่ยงต่อการหล่นหาย ที่ดูเหมือน Apple จะไม่ค่อยใส่ใจกับการออกแบบซักเท่าไหร่

ทางทีมงาน MacThai ได้สั่งซื้อ AirPods ไปตั้งแต่วันแรกที่เปิดขายและได้ของในช่วงก่อนปีใหม่ หลังกจากที่ได้ลองใช้มาเต็ม ๆ ถึง 2 อาทิตย์ ทีมงานได้เห็นถึงสิ่งที่ตอนแรกไม่ได้คาดคิดเอาไว้ และได้อยากแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากจะลองเสี่ยงกับเทคโนโลยีใหม่ ที่ไม่มีใครรับประกันว่าจะเกิดหรือจะดับ

:: แกะกล่อง AirPods ::

AirPods นั้นมาพร้อมกับกล่องขนาดเล็ก ตามแบบ Apple ที่เราจะพบเห็นได้ทั่วไป

airpods_1

สิ่งที่มีมาให้ในกล่อง

  • AirPods พร้อมกล่องชาร์จ
  • เอกสารรับประกันและคู่มือการใช้งาน
  • สาย Lightning แบบ 1.5 เมตร (อยู่ด้านในสุดของกล่อง อย่าเผลอทิ้งไปล่ะ)

airpods_2

เมื่อเราหยิบ AirPods ขึ้นมาจากกล่อง AirPods จะถูกใส่ไว้ในกล่องชาร์จ พอเปิดเราจะเห็นแสงไฟ LED ดวงเล็ก ๆ เพื่อบอกสถานะของตัว AirPods และจะเป็นสีเขียวหากชาร์จเต็มแล้ว

1. เชื่อมต่อง่ายและแบตก็ไม่ได้หมดเร็ว

AirPods พูดง่าย ๆ มันก็คือหูฟังแบบปกติที่ใช้เทคโนโลยี Bluetooth ทำให้มันสามารถใช้กับโทรศัพท์ได้แทบทุกรุ่นในโลกที่มี Bluetooth โดยจะมีปุ่มเล็ก ๆ อยู่ที่ด้านหลังเคสที่ใส่ จะใช้ในการกดเพื่อยืนยันว่า นี่คือหูฟังที่เราจะต่อจริง ๆ  (คล้ายกับการต่อ Wifi แบบ WPS)

airpods_9

การเชื่อมต่อง่ายถึงขั้นที่ว่า เมื่อเราต่อกับอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งแล้ว AirPods จะสามารถใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ Apple ID เดียวกันได้ และสามารถกด connect ได้เลย และราบรื่นมาก ๆ หากมีทั้ง iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch สำหรับอุปกรณ์อย่าง Windows และ Android ก็สามารถสลับไปมาได้ง่ายเหมือนกัน (แต่จะใช้ต้อง connect เองผ่าน bluetooth)

airpods_10

แบบนี้คนอื่นจะ Hi-jack หูฟังเราได้ไหม ? แอบเปิดเสียงให้ตกใจ ? ตอบเลยว่าไม่ได้ เพราะการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ (ที่ไม่ได้ลงด้วย Apple ID เรา) จะต้องให้กดปุ่มหลังเคสค้างเอาไว้ก่อน ทำให้การเชื่อมต่อปลอดภัยพอสมควรไม่ต้องห่วงว่าจะโดน Hi-jack

2. ใส่แล้ว คนมองโคตรเยอะ

หลายคนอาจจะบอกว่าใส่แล้วตลก อันนี้ยอมรับเลยว่าจริง หลังจากที่ได้ใส่ AirPods แล้วเดินตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบนรถเมล์หรือรถไฟฟ้า คนจะมองเยอะมาก ๆ จนบางทีก็เขิน ไม่รู้ว่าเขามองว่าเราเท่ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุด หรือมองเพราะเราดูตลกกันแน่ เพราะว่า AirPods เป็นของใหม่ ด้วยการออกแบบที่เหมือนกับหูฟังแบบเดิมแต่ไม่มีสาย

airpod_8

มันจึงเหมือนกับคนเอากรรไกรมาตัดสายหูฟังตัวเอง (ฮา) จึงเป็นภาพที่แปลกตา ไม่คุ้นชิน แต่อย่าลืมว่าเมื่อก่อน คนที่ใส่หูฟัง Bluetooth ดีไซน์อื่น ๆ ก็ถูกมองทั้งนั้น (และกลายเป็นภาพชินตาไปเอง) ไม่แน่ ถ้า AirPods จะเกิดจริง ๆ อนาคนเราอาจจะได้มองมันเป็นเรื่องปกติก็ได้

airpods_12

 

3. AirPods ไม่ได้หลุดง่ายขนาดนั้น

ถ้าสามารถใส่ EarPods ได้ ก็สามารถใส่ AirPods ได้ไม่หลุดเช่นกัน ให้เข้าใจว่าการที่หูฟังหลุด (ในกรณีที่ใส่หูแล้วแน่น) ไม่ได้เกิดจากมันเลื่อนหลุดเอง แต่เป็นเพราะว่ามันมีสาย ที่เป็นทั้งตัวถ่วงน้ำหนักและเกะกะเวลาเราไปโดน จึงดึงหูฟังให้หลุดออกมาจากหู

จากการทดลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน ทำความสะอาดบ้าน เต้น หรือกิจกรรมอื่น ๆ หูฟัง AirPods ก็ไม่ได้หลุดออกมาง่าย ๆ ลองสั่นหัวแรง ๆ ก็ไม่หลุด แต่ถ้าหากเป็นคนที่ใส่ EarPods แล้วหลุดล่ะก็ อย่าได้คิดที่จะซื้อ AirPods มาใช้เลย จะทำให้หล่นหายเปล่า ๆ

airpods_11

ย้อนกลับไปในปี  2012 ที่ Apple ออกแบบ EarPods มาเป็นหูฟังให้กับ iPhone 5 ตอนนั้น Apple ได้สร้างรูปร่างหูฟังแบบนี้ด้วยการทำวิจัยอย่างยาวนาน และได้แสกน “รูปร่างของหูคน” หลายรูปแบบเพื่อสร้าง EarPods ให้ไม่หลุดง่าย Jony Ive กล่าวไว้ว่า การสร้างหูฟังนี้ก็เหมือนกับการทำรองเท้าโดยมีข้อแม้ว่า ต้องเป็นรองเท้าไซส์เดียวที่ทุกคนสามารถใส่ได้ การออกแบบแบบนี้จึงเป็นการออกแบบโดยอิงจาก “คนส่วนใหญ่” ซึ่งคนประมาณ 80% สามารถใส่หูฟังแบบนี้ได้โดยไม่หลุด แต่อีก 20% ที่เหลือ หากคุณใส่ AirPods แล้วหลุดก็เสียใจด้วย

 

4. ไม่ใช่หูฟังที่เสียงดี แต่ใช้ได้ในระดับหนึ่ง

EarPods เป็นหูฟังอเนกประสงค์ ซึ่ง AirPods ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เนื่องมาจากความกว้างของมิติเสียง ทำให้เหมาะกับการฟังเพลงทุกแนว ซึ่งจะทำให้ได้รายละเอียดต่าง ๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นดีเท่าหูฟังเฉพาะทาง จากที่ได้ลองใช้งานดูก็พบว่าเสียงดีกว่าแบบเก่าอยู่

airpods_7

แต่หากใครที่อยากได้ AirPods โดยหวังเสียงเทพล่ะก็ แนะนำว่าให้รอดู Beats รุ่นใหม่ ๆ หรือยี่ห้ออื่นเลยดีกว่า เพราะราคาที่สูงขนาดนี้อาจจะทำให้เราไปคาดหวังว่าคุณภาพเสียงจะออกมาดีเหมือนพวกหูฟัง In-ear หรือแบบครอบหูที่ราคาใกล้เคียงกัน หากซื้อมาแล้วพบว่าคุณภาพเสียงไม่เหมือนที่เราคาดไว้ก็อาจผิดหวังและเสียดายเงินอย่างรุนแรง

 

5. AirPods ออกแบบมาดีมาก ๆ ในแง่ของการใช้งาน

Apple เป็นแบรนด์ทีชอบออกแบบสินค้าโดยใช้แม่เหล็กเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะในส่วนของบานพับ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเราสามารถเปิดปิด Mac ได้ด้วยมือเดียว (เครื่องไม่กระดกไปข้างหลัง) เช่นเดียวกับ AirPods เราสามารถเปิดฝาเคส AirPods ได้ด้วยมือเดียว และปิดได้ด้วยการสะบัดกล่อง (เพลินมาก นั่งเปิด ๆ ปิด ๆ เล่นได้)

airpods_4

เมื่อพูดถึงกล่อง ก็ทำให้นึกถึงกล่องของหูฟัง EarPods ที่ Apple แถมมาให้ ที่คิดว่าคงมีน้อยคนนักที่ใช้ (หากไม่ได้เดินทางไกล) เพราะกว่าทุกคนคงจะขี้เกียจมาพันสายหูฟังเข้ากับกล่อง (แต่ปัญหานี้ไม่มีกะ AirPods แน่ ๆ) พอลองเอามาเทียบกันดูก็จะพบว่ากล่องของ AirPods  นั้น เล็กกว่ากล่อง EarPods ซะอีก แต่ก็หนากว่าเล็กน้อย ซึ่งตรงนี้หากใส่กระเป๋าเสื้อก็ไม่มีปัญหา หรือจะใส่ในกระเป๋ากางเกงก็ไม่ใช่เกินไปจนน่ารำคาญ

หากใส่กล่อง AirPods ไว้ในกระเป๋าเสื้อ แน่นอนว่ามันจะต้องไปข่วนกับพวกเหรียญหรือกุญแจต่าง ๆ แน่ ๆ แต่ก็ถือว่าถ้าดูแบบไม่สังเกตก็จะไม่เห็นรอย ยกเว้นจะเอาไปส่องกะไฟจริง ๆ ก็จะเห็นรอยที่เกิดจากการใส่ร่วมกับวัตถุอื่น ๆ

airpods_3

สำหรับการดึง AirPods ออกมาจากกล่องก็ง่ายเช่นกัน แถมตอบใส่กลับเข้าไปก็ง่ายเข้าไปอีก! เพราะทุกอย่างออกแบบมาเป็นแม่เหล็ก เมื่อใช้งานเป็นประจำจนชิน สามารถหยิบ AirPods มาใส่หูจากเคสได้ภายใน 3 วินาทีด้วยซ้ำ! เมื่อเทียบกับการใช้หูฟังแบบมีสาย ที่ต้องค่อย ๆ หาในกระเป๋า ดึงขึ้นมาแล้วต้องมาแก้สายพันกัน กว่าจะได้ฟังก็ใช้เวลานาน แต่ข้อเสียของการออกแบบเป็นแม่เหล็กก็คือ สกปรกง่าย เพราะฝุ่นและเศษทรายต่าง ๆ ที่เป็นไอออน (มีประจุ) จะถูกดึงให้มาติดเป็นคราบได้ง่ายมาก เหมือนกับ MagSafe

สิ่งที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ที่สุดของ AirPods นั้นดูเหมือนจะเป็นความสามารถในการ เรียก Siri ซึ่งจริง ๆ มันก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ แต่ว่าทีมงานคิดว่า Siri ยังไม่มีประโยชน์ซักเท่าไหร่ ในการใช้งานที่เป็นการควบคุมเช่น “เปลี่ยนเพลง”, “เล่นเพลงถัดไป”

เราสามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้ใน Settings ของ iPhone และเปลี่ยนการแตะสองครั้งเพื่อเรียก Siri เป็นการ หยุด/เล่น เพลงแทน ก็ได้

 

:: สรุปข้อดีและข้อเสีย ::

AirPods เป็นหูฟังที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ “ใหม่มาก” ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียง แต่มันเกี่ยวข้องกับประสบการณ์การใช้งาน  และการเชื่อมต่อ โดยเฉพาะ Apple W1 Chip (นอกจาก AirPods แล้ว Apple จะนำมาใช้กับ Beats รุ่นใหม่ ๆ) ที่ทำให้การเชื่อมต่อนั้นไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม

airpods_6

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple กลัวว่า AirPods จะมีปัญหาด้านการ Sync เสียงของหูฟังทั้ง 2 ข้างให้เล่นพร้อมและเท่ากัน แต่หลังจากที่ลองใช้ดูก็พบว่าทำงานได้ดีและไม่มีปัญหาอย่างที่คาดไว้

ข้อดี 

  • เสียงดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอต่อการฟังเพลงทั่วไป
  • เชื่อมต่อได้กับทุกอุปกรณ์อย่างสะดวก ทั้ง iOS, Android หรือ Mac, PC
  • แบตอยู่ทนทั้งวัน
  • หลุดยาก ใส่ตอนนอนได้ ตื่นมาแล้วไม่หลุด

ข้อเสีย 

  • Siri เหมือนยังไม่ค่อยมีประโยชน์
  • ดีไซน์อาจจะทำให้ดูตลกเล็กน้อย
  • ราคาที่สูงมาก ๆ ทำให้น่าจะยังไม่เป็นเทคโนโลยีที่เห็นเกลื่อนภายในปีสองปีนี้

airpods_13

ตอนนี้ AirPods มีราคาอยู่ที่ 6,900 บาท ซึ่งเป็นราคากลางโดย Apple ใครที่อยากได้ต้องบอกว่าก็ยังหายากอยู่ดี หากอยากได้จริง ๆ อาจจะต้องอดทนและรอสั่งจาก Apple online โดยตรง จะได้แน่ ๆ แต่หากมีความพยายามก็สามารถไปเดินหาตาม Reseller สาขาใหญ่ ๆ ได้ หากโชคดีอาจจะมีหลงเหลือ แต่หากวู่วามขั้นสุดยอด ตอนนี้ที่ MBK เริ่มมีการหิ้วมาขาย (ราคาสูงกว่าเดิม ตั้งแต่ 9,000 จนหมื่นกว่าบาท)

เรียบเรียงโดยทีมงาน MacThai