[ชมคลิป] อัพเดตการก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Apple เดือนสิงหาคม

apple_campus_2_update_august

เรียกได้ว่าใกล้เสร็จขึ้นมาทุกทีกับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Apple หรือที่เรียกกันว่า Apple Campus 2 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผลงานสุดอลังการชิ้นสุดท้ายที่ Steve Jobs ได้ทิ้งไว้ให้กับ Apple เลยทีเดียว โดยสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้มีกำหนดการเปิดตัวในปี 2017 ที่จะถึง พูดง่าย ๆ ก็คืออดใจรออีกแค่ปีเดียวเท่านั้น 

วันนี้ทางทีมงาน MacThai ได้มีความคืบหน้ามาให้ทุกคนได้ชม ผ่านทางวิดีโอของสมาชิก Youtube นามว่า Matthew Roberts ซึ่งเขาได้ลงทุนถ่ายภาพด้วย Drone ทำให้เราได้เห็นถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างจากมุมสูงอย่างชัดเจน

Drone ล่าสุดนี้เน้นแสดงถึงความคืบหน้าของการติดตั้งแผง Solar Arraysหรือแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของสำนักงาน ซึ่งพลังงานหลักที่ใช้ในอาคารก็จะได้มาจากพลังแสงอาทิตย์ล้วน ๆ และใช้ไฟฟ้าจาก Grid ของเมืองเป็น backup ซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก ๆ เลยทีเดียว

ภายในล้อมรอบของอาคารจะมีส่วนตรงกลางที่เป็นสวนขนาดใหญ่มีต้นไม้มากมาย แล้วตรงกลางของสวนจะมี “สระน้ำ” ซึ่ง Apple ก็ได้มีการวางระบบท่อน้ำแล้ว

apple_pond_inside_gradent_campus2

เมื่อสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้สร้างเสร็จแล้วจะกลายเป็นอาคารสำนักงานที่ใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด 100% รวมถึงระบบปรับอากาศ ก็ได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษโดยอาศัยการถ่ายเทอากาศระหว่างภายในอาการกับนอกอาคาร ทำให้ไม่สิ้นเปลืองพลังงานไปกับ เครื่องปรับอากาศ หรือ เครื่องทำความร้อน ท้ายที่สุด Apple ได้สั่งต้นไม้เข้ามาปลูกกว่า 7,000 ต้น เพื่อให้ให้ Apple Campus กลายเป็นปอดแห่งใหม่ของเมือง Cupertino

APPLETREEEEES

เรายังจะได้เห็นการติดตั้งกระจกโค้งแผ่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ Apple สั่งทำเป็นพิเศษ รวมถึงระบบปรับอุณหภูมิในอาคารที่เน้นการถ่ายเทอากาศระหว่างภายในและภายนอก ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความร้อน

apple_campus_2_curve_glass

โครงสร้างเกือบทั้งหมดในโปรเจ็คนี้ไม่เคยสร้างที่ไหนมาก่อน หลายโครงสร้างถูกทำมาเพื่อ Campus 2 โดยเฉพาะ เป็นที่รู้กันว่า Steve Jobs จ็อบส์เป็นผู้ให้ไอเดียและใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อให้ได้สำนักงานที่ดีที่สุดในโลกออกมา

และก่อนหน้านี้ Apple ก็ยังได้ สั่งทำโต๊ะไม้รุ่นพิเศษ เพื่อมาเป็นโต๊ะในสำนักงานด้วย สำหรับกำหนดการ Apple คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานสำนักงานแห่งใหม่นี้ได้ภายในปี 2017

 

ที่มา – Matthew Roberts