ผลสำรวจเผย ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ใช้ iPhone นานกว่า 2 ปีถึงซื้อรุ่นใหม่

when-man-use-iphone-6s-rose-gold

ทาง CIRP หรือ Consumer Intelligence Research Partners ผู้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ได้มีรายงานฉบับล่าสุด เกี่ยวกับการเลือกซื้อ iPhone ของลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผลสำรวจนี้เผยให้เห็นว่าชาวอเมริกันส่วนมากมีแนวโน้มที่จะใช้ iPhone นานขึ้น โดยส่วนมากจะอยู่ที่ 2 ปีขึ้นไป ถึงจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ 

ในรายงาน ได้มีการเปรียบเทียบการใช้งาน iPhone เครื่องก่อนหน้าที่จะมาซื้อ iPhone รุ่นใหม่ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มาซื้อ iPhone จำนวน  2,767 คนในประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับปีก่อน ๆ จะพบว่าลูกค้าส่วนมากใช้งาน iPhone เครื่องเก่านานมากกว่า 2 ปี ถึงจะมาซื้อ iPhone รุ่นใหม่ มีลูกค้าเพียง 10% เท่านั้นที่มาซื้อ iPhone เครื่องใหม่ทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะซื้อมาได้ไม่ถึงปี

cirp

( สามารถดูรายงานฉบับเต็มได้จาก – CIRP  )

ซึ่งฟังแล้วก็เหมือนจะเป็นเรื่องดีสำหรับลูกค้า เพราะแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน iPhone ที่สามารถใช้ได้ทนนาน และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ แต่ถ้ามองในมุมของธุรกิจแล้ว การที่ลูกค้าไม่ยอมซื้อ iPhone เครื่องใหม่นั้นอาจจะเพราะไม่เห็นความสำคัญของฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ Apple พยายามทำออกมา หรือก็อาจจะเป็นเหตุผลในด้านราคา (ก่อนหน้านี้ Tim Cook ออกมายอมรับว่า iPhone นั้นราคาสูงเกินไปจริง ๆ )

iphone-plan-box-201509

จากปัญหาดังกล่าวน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Apple มีโครงการ iPhone Upgrade Program ที่ให้ลูกค้าแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงเดือนละ 32.41 เหรียญ (ประมาณ 1,100 บาท) เพื่อรับ iPhone พร้อม Apple Care โดยเมื่อมี iPhone ออกใหม่ สามารถเอาเครื่องเก่ามาเปลี่ยนเป็น iPhone รุ่นใหม่ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม (ติดสัญญา 2 ปี)

หรือมีโครงการ Apple Renew ที่ให้ลูกค้านำ iPhone เครื่องเก่ามาแลกซื้อ iPhone รุ่นใหม่ได้ในราคาพิเศษ ส่วนของเก่านั้นก็จะถูกนำไป recycle อย่างถูกวิธีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ที่มา – 9to5Mac