บทวิเคราะห์: การปรับโครงสร้างผู้บริหาร Apple ส่งสัญญาณอะไรในอนาคต?

หลังจากที่แอปเปิลประกาศปรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ตอนไล่ Scott Forstall ออก ก็มีความเห็นที่น่าสนใจว่าแอปเปิลในอนาคตต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะการปรับตำแหน่งรอบนี้แม้ดูไม่มีอะไร แต่ก็ไม่ธรรมดาทีเดียว

apple-watch-event-121

โดย Mark Gurman แห่ง 9to5Mac ได้สรุปความน่าสนใจในแต่ละตำแหน่งที่มีการปรับเปลี่ยนไว้ดังนี้ครับ

apple-promotes-jeff-william-phil-schiller

Jeff Williams กับตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นเป็น COO

การปรับตำแหน่งของ Jeff นั้น มองได้ทั้งมีหรือไม่มีนัยยะ เหตุผลเพราะซีอีโอ Tim Cook นั้นเดิมเขามีตำแหน่งเป็น COO ก่อนจะขึ้นมารับบทสูงสุด ฉะนั้นตำแหน่ง COO หรือหัวหน้าฝ่ายดูแลการดำเนินงานก็ต้องว่างลง และ Jeff Williams ก็เข้ามานั่งในตำแหน่งที่ชื่อว่าหัวหน้า Supply Chain ซึ่งเป็นหน้าที่เดิมหน้าที่หนึ่งของ Tim Cook สมัยเป็น COO ต่อมา Jeff Williams ก็ขยายความรับผิดชอบมาดูแลส่วนวิศวกรรม หลังจากที่ Bob Mansfield ถูกปรับลดหน้าที่ลง ฉะนั้นการโปรโมตเป็น COO ก็ดูสมเหตุสมผลตามเวลาและผลงาน

สิ่งที่น่าสนใจคือแอปเปิลเองระบุว่า Jeff จะยังรับผิดชอบสินค้ากลุ่มสุขภาพและอุปกรณ์สวมใส่ ก็อาจเป็นคำใบ้กลายๆ ว่าแอปเปิลจะมี “ของใหม่” ในหมวดสินค้าดังกล่าวในอนาคต

อีกประเด็นที่ชวนคิดต่อคือ ในเมื่อ Tim Cook ก้าวขึ้นเป็นซีอีโอจากตำแหน่ง COO แล้ว เช่นนั้น Jeff Williams จะเป็น ‘ว่าที่’ ซีอีโอคนถัดไปหรือไม่? ซึ่งผู้บริหารแอปเปิลรายหนึ่งได้ให้ความเห็นว่าเร็วไปที่จะสรุป เพียงแต่การมี COO เป็นเรื่องเป็นราวเสียทีนั้น ช่วยให้แน่ใจว่าบริษัทจะมีคนทำงานต่อเนื่องได้นั่นเอง

Johny Srouji กับตำแหน่งที่สูงขึ้น

Gurman ให้ความเห็นว่าการโปรโมต Srouji เป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมเทคโนโลยีนั้น น่าจะเป็นเรื่องการให้ผลตอบแทนทำงานที่สูงขึ้นมากกว่าเพียงให้แน่ใจว่าเขาจะทำงานกับแอปเปิลต่อไป เพราะขอบข่ายงานรับผิดชอบของเขายังคงเป็นเรื่องการพัฒนาชิปอยู่ ขณะที่รองประธานฝ่ายวิศวกรรมอีกคนคือ Dan Riccio ยังคงดูแลส่วนงานอื่นอยู่ ที่อาจเป็นไปได้คือเมื่อใครคนหนึ่งออกจากตำแหน่งไป แผนกวิศวกรรมก็อาจกลับมารวมเป็นทีมเดียวกันทั้งหมดเหมือนอดีต

Phil Schiller รับงาน App Store มาดูแลเพิ่ม

Phil-Schiller-iPad-mini

หัวหน้าฝ่ายการตลาดตัวพ่อของแอปเปิลอย่าง Phil Schiller นั้น มีบทบาทเพิ่มขึ้นโดยแอปเปิลระบุว่าเขาจะดูแล App Store เพิ่มเติมด้วย ซึ่งเป็นงานของ Eddy Cue ที่ดูแลผลิตภัณฑ์บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของแอปเปิล โดยในหน้าประวัติของ Eddy Cue นั้น ก็มีการลบความรับผิดชอบออกไปสองอย่างคือ App Store และ iBook Store

การเปลี่ยนแปลงความรับผิดชอบนี้น่าสนใจ เพราะไม่ใช่การลดบทบาทของ Cue แบบตัดตอน เนื่องจากเขายังต้องรับผิดชอบผลิตภัณฑ์สำคัญทั้ง iTunes, Apple Music, Apple Pay, Siri, Maps, iAd และ iCloud การโอน App Store มาให้ Schiller จึงน่าจะเป็นได้ว่า App Store อาจมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ และ Eddy Cue งานเยอะเกินไปที่จะทำสิ่งนี้ ซึ่งเหล่านักพัฒนาแอพคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ส่วนทำไมไม่พูดถึง iBook Store ว่าแล้วตอนนี้ใครดูอะไรยังไง อันนี้ก็ไม่ทราบได้

อย่าลืมว่ามีข่าวลือตลอดว่า Eddy Cue มีอีกภาระงานที่ไม่เป็นทางการคือการเจรจากับผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ด้วย

Tor Myhren ผู้ดูแลภาพลักษณ์ของแอปเปิลคนใหม่นับจากนี้

ตำแหน่งสุดท้ายที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จัดว่ามีอะไรมากๆ คือ Tor Myhren ที่มาเป็นรองประธานฝ่ายสื่อสารการตลาดตั้งแต่ปี 2016 พูดง่ายๆ คือภาพของแอปเปิลที่เราเห็นผ่านโฆษณา ทั้งป้าย โปสเตอร์ โทรทัศน์ คลิปวิดีโอ กล่องผลิตภัณฑ์ ฯลฯ นี่คืองานของเขา ซึ่งประวัติของ Tor นั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะเขาทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายครีเอทีฟของเอเจนซี่ Grey Group ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นเอเจนซี่แถวหน้าของโลกในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามในคำแถลงของแอปเปิลนั้น มีการระบุว่า Tor จะมาแทนที่ Hiroki Asai ซึ่งเตรียมเกษียณอายุหลังทำงานกับแอปเปิลมา 18 ปี ซึ่ง Hiroki ถือเป็นบุคคลอีกหนึ่งที่มีบทบาทกับแอปเปิลในยุคสตีฟ จ็อบส์ เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่ถือว่าเข้าใจความเป็นแอปเปิลที่สตีฟ จ็อบส์คิดไว้ในหัว และสื่อสารออกมาได้ถูกต้องอย่างที่จ็อบส์ต้องการ นั่นเท่ากับว่าในการมาของคนใหม่ ก็มีคนเก่าที่ถือเป็นยอดฝีมือของแอปเปิลที่ออกไปหนึ่งคนด้วยนั่นเอง

Hiroki Asai (ซ้าย) ยืนสนทนากับ Steve Jobs (ขวา)
Hiroki Asai (ซ้าย) ยืนสนทนากับ Steve Jobs (ขวา)

การปรับผู้บริหารของแอปเปิลรอบนี้ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่ฉายภาพของแอปเปิลในก้าวถัดไปอยู่พอสมควร

ที่มา: 9to5Mac