วันที่: 31/10/2012 | หมวด: Apple, Article, News | แท็ก: , ,


ในขณะที่ทั่วโลกเกิดกระแสฮือฮาเกี่ยวกับการไล่ออก (หรือเชิญออกก็แล้วแต่) ต่อผู้บริหารระดับสูง 2 คน คือ Scott Forstall ผู้รับผิดชอบแผนก iOS และ John Browett ผู้จัดการร้านค้าปลีก Apple Retail Store โดยให้สาเหตุสำหรับการไล่ออกว่า Scott Forstall สร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ทั้ง Siri และ iOS 6 Map ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าพอสมควร ส่วน John Browett ก็บริหาร Apple Retail Store โดยพยายามลดจำนวนพนักงานต่อสาขาลงเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่กลับทำให้ประสบการณ์การรับบริการของลูกค้าแย่ลง ชาว MacThai น่าจะพอทราบรายละเอียดมาก่อนหน้านี้แล้ว

ความตั้งใจของ Entry นี้คือการชี้ให้เห็นว่า แอปเปิลเองจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่มี Scott Forstall และ John Browett

เด็กเส้น…

ขอท้าวความเพื่อปูความสัมพันธ์ของบุคคลต่างๆ ในแอปเปิล ตั้งแต่สมัยที่ Steve Jobs ยังอยู่ ต้องเข้าใจก่อนว่าแอปเปิลมีระบบการบริหารงานที่ ‘เผด็จการ’ อย่างมาก เพราะจ๊อบส์นั้นทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่กำหนดนโยบายสำคัญ โทรไปเจรจางานใหญ่ ตรวจแผ่นพับโฆษณา หรือแม้กระทั่งเลือกแผ่นหินเพื่อใช้ปูพื้นในร้าน Apple Retail Store และในการบริหารงานบริษัทขนาดใหญ่ย่อมต้องการเหล่าผู้ช่วยมือดีซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิล ซึ่งผมขอยกตัวละครเด่นๆ มาอธิบายดังนี้

  1. Tim Cook อดีตเป็น COO ที่ดูแลการปฏิบัติการในภาพรวมของแอปเปิลทั้งหมด โดยเฉพาะการบริหารคลังสินค้า ต้นทุน และซัพพลายเชน เป็นคนสำคัญที่จ๊อบส์ไว้วางใจมากว่าจะสามารถรันบริษัทได้ในขณะที่ลาป่วย และรับตำแหน่งต่อจากจ๊อบส์
  2. Phil Schiller เจ้าพ่อ Marketing ของแอปเปิล ดูแลการตลาดของแอปเปิลทั้งหมด ตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน เป็นคู่หูคู่ฮาของจ๊อบส์ในการสาธิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ มีความอาวุโสสูงจนเคยมีคนเก็งว่าฟิลอาจจะได้เป็น CEO ต่อจากจ๊อบส์ (แต่สุดท้ายไม่ได้เป็น)
  3. Eddy Cue นักเจรจามือหนึ่งต่อผู้ให้บริการที่เป็นคู่ค้ากับแอปเปิล โดยเฉพาะส่วนที่เป็นคอนเทนต์ เช่น ค่ายเพลง บริษัทภาพยนตร์ อีกทั้งดูแลบริการออนไลน์ต่างๆ เช่น MobileMe ในอดีต
  4. Jonathan Ive นักออกแบบฮาร์ดแวร์มือหนึ่งของแอปเปิล เป็น ‘คนพิเศษ’ ที่จ๊อบส์สนิทที่สุดในบริษัท สินค้าของแอปเปิลที่ว่าสวยๆ ก็ต้องผ่านมือของไอฟ์มาทุกชิ้น ทั้งไอโฟน ไอพอด ไอแพด ไอแมค
  5. Scott Forstall อดีตมือดีฝ่ายซอฟต์แวร์จากบริษัท NeXT ที่จ๊อบส์ก่อตั้งก่อนย้ายกลับมาทำงานที่แอปเปิล เป็นคนที่จ๊อบส์ทำงานด้วยราบรื่นและเป็นคนที่จ๊อบส์ถูกใจมาก ต่อมารับผิดชอบแผนก iOS หรือระบบซอฟต์แวร์ของ iPhone, iPad และ iPod Touch
  6. Craig Federighi ผู้รับผิดชอบแผนก OS X หรือระบบปฏิบัติการของ Mac ทุกรุ่นในปัจจุบัน
  7. Bob Mansfield ผู้รับผิดชอบวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของแอปเปิล เรียกว่าถ้าไอฟ์ออกแบบอะไรมา งานจะส่งมาเข้าที่บ๊อบเพื่อทำให้เป็นของจริงอีกที ปัจจุบันเกษียณอายุแล้ว

ถ้าพูดกันจริงๆ ทุกคนล้วนแต่เป็นมือดีที่จ๊อบส์ไว้ใจทั้งนั้น แต่ในบรรดาคนที่ว่ามา ก็จะมีคนที่จีอบส์สนิทด้วยเป็นพิเศษอยู่ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือ Scott ที่มักจะทำตัวรู้ใจจ๊อบส์ไปหมด (ตัว Scott เองมีประโยคเด็ดติดปากเอาไว้โต้แย้งเพื่อนร่วมงานว่า – “Jobs doesn’t like it.”) และยังมีอายุน้อยที่สุดในหมู่ผู้บริหารทั้งหมด ถือเป็น ‘เด็กเส้น’ ของจ๊อบส์ คนหนึ่ง

เรื่องมันเริ่มดราม่าตอนหลังจากที่จ๊อบส์เสียชีวิต หรือช่วงหลังที่ป่วยหนักจนไม่สามารถมาดูแลกิจการได้ เหล่าลูกๆ ที่เป็นผู้บริหารก็จะต้องมาประชุมกันตัดสินใจเรื่องต่างๆ ทีนี้ เด็กเส้น ก็จะมีบทบาทตรงที่จะมีความขัดแย้งกับผู้บริหารคนอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง จนทุกคนเอือมและไม่อยากประชุมด้วย เหล่าผู้บริหารจะยินดีในการประชุมกับ Scott ต่อเมื่อมี Tim Cook อยู่ในที่ประชุมด้วยเท่านั้น


(ความเห็นส่วนตัว: ความขัดแย้งในลักษณะนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นในสมัยที่จ๊อบส์ยังอยู่ เพราะแกสามารถควบคุมและบัญชาการทุกอย่างได้ด้วยตนเอง เหมือนทุกคนอยู่ภายใต้คนคนเดียว แต่เมื่อหัวไม่อยู่ และต่างคนก็ต่างคิดว่าเราก็เจ๋งเหมือนกัน มันก็ทำให้เกิดเรื่องทะเลาะกัน ไม่อยากทำงาน จนกลายเป็นดราม่าที่ซับซ้อนกว่าภาพภายนอกที่สวยหรูของแอปเปิล)

เรื่องนี้ส่งผลอย่างมากในการทำงาน เพราะแอปเปิลเองมีวิธีการทำงานที่เรียกว่าเป็นลักษณะเฉพาะซึ่งจ๊อบส์เรียกว่า Deep Collaboration หรือการร่วมมือกันในเชิงลึก ไม่เหมือนบริษัทอื่นที่การทำงานจะเริ่มจากการสำรวจตลาด > บอกความต้องการแก่แผนกซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ > ทำเสร็จแล้วเอามาออกแบบตัวเครื่อง > แล้วค่อยเอามาทำการตลาด ในขณะที่แอปเปิลเหมือน ‘วงออเครสตร้า’ ที่มีวาทยากรคอยกำกับทิศทาง คิดร่วมกัน และทำงานร่วมกันในรายละเอียดปลีกย่อย ผลที่ได้คือผลิตภัณฑ์ที่สร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ได้ดี แต่เมื่อคนเหล่านี้เลิกคุยกันมันก็เป็นที่รู้กันดีว่า Deep Collaboration ย่อมไม่เกิดขึ้น งานนี้เจ๊ทิมเลยต้องออกโรงมาลงทัณฑ์ซะ

 

ชีวิตหลังถูกไล่ออก

“สตีฟ จ๊อบส์ ตายแล้วไปไหน?” อาจไม่สำคัญเท่ากับ “ตกงานแล้วไปไหน?” แน่นอนว่าตัว Scott เองดูแล iOS มานาน และรู้เรื่องทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ iOS เมื่อไล่ Scott ออกอาจทำให้ความลับรั่วไหลไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้ามได้ สิ่งที่ Scott ได้รับหลังจากตกงานคือ การเป็น ‘ที่ปรึกษาของ CEO’ ซึ่งในสื่อหลายสำนักเรียกว่า ‘Bullshit Job’ หรืองานตอแหล คือมันไม่จริง แอปเปิลไม่ต้องการให้ CEO มีที่ปรึกษาหรอก แต่การแต่งตั้งนี้ก็เพื่อตีกันไว้ ไม่ให้ Scott ไปอยู่กับบริษัทคู่แข่งทั้ง Google และ Microsoft เป็นระยะเวลา 1 ปีนั่นเอง

ก้าวต่อไป

เมื่อมีคนออก ก็ต้องมีงานที่เหลืออยู่ ซึ่งงานทั้งสองส่วนเอาเข้าจริงสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้มีการแจกงานที่เหลืออยู่ให้กับผู้บริหารที่เหลือ โดยไม่ได้มีการโปรโมตใคร หรือรับคนใหม่มาดูแลแทนแต่อย่างใด ตำแหน่งและหน้าที่ที่มีการปรับเปลี่ยนเป็นไปตามข่าวโดนเด้งก่อนหน้านี้

  • Jony Ive จะเข้ามาดูแลในส่วนของการออกแบบหน้าจอการใช้งาน หรือ Human Interface Team นอกจากเดิมที่ดูแลการออกแบบฮาร์ดแวร์
  • Eddy Cue จะเข้ามาดู Siri และระบบแผนที่ใหม่ เพิ่มจากเดิมที่ดู iTunes Store, App Store, iBook Store และ iCloud
  • Craig Federighi ที่ดูแล OS X อยู่เดิม จะมาดูแล iOS เพิ่มเติมด้วย
  • Bob Mansfield ที่เคยประกาศรีไทร์ไปเมื่อต้นปี จะกลับมาอยู่แอปเปิลอีกครั้ง และดูแลฝ่ายใหม่ ”Technologies” ซึ่งทำเรื่อง Innovation, เทคโนโลยีไร้สาย และชิปประมวลผลต่างๆ

(เนื้อหาสรุปข่าวโดย @Khajochi)

สิ่งนี้บอกอะไรกับเราบ้าง?

  1. เริ่มที่ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการหลักของแอปเปิลที่มีอยู่ 2 ตัว คือ OS X และ iOS (ไม่นับ iPod และ apple TV) ซึ่งหลังจากที่ Scott ถูกเชิญออก ทั้งสองส่วนงานจะตกอยู่ภายใต้การบริหารของ Craig Federighi ซึ่งมีนัยบ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง ตามที่จ๊อบส์เคยพูดไว้ นั่นคือในยุคหลังพีซี (Post-PC) ตัวพีซีเองจะลดบทบาทลงให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในรูปแบบอื่น เช่น iPhone, iPad ทำให้ตัวพีซีเองจะมีอนาคตที่ลู่เข้าใกล้กับ iDevice เหล่านี้ และจะตักตวงอะไรหลายอย่างที่เป็นข้อดีของ iDevice เพื่อนำไปปรับใช้กับพีซี ตอนนี้ที่เห็นคือ Multi-touch Trackpad, Launchpad, App Store ของ OS X และในท้ายที่สุด เราอาจจะได้เห็นการควบรวมกันของทั้ง OS X และ iOS เป็นระบบเดียวกัน (คิดเอง) ซึ่งการรวมทั้ง OS X และ iOS มาอยู่ภายใต้ Craig นั้นย่อมทำให้เรื่องนี้เป็นไปได้โดยง่ายในอนาคต (ก็ทีมเดียวกันง่ะ)
  2. งานออกแบบ ในอดีต งานออกแบบ 2 ส่วนหลักๆ คือฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ (User Interface) จะถูกแยกออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด ฮาร์ดแวร์นั้นรับผิดชอบโดย Jonathan Ive ส่วนซอฟต์แวร์รับผิดชอบโดย Craig หรือ Forstall (และในอดีตจ๊อบส์จะเป็นผู้ตรวจสอบทั้งสองส่วนเอง) หลังจากนี้ งานออกแบบส่วนที่ต้องมีการสัมผัสและใช้งานโดยผู้ใช้ทั้งหมดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จะตกอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ Jonathan Ive ซึ่งการออกแบบนี้กลายเป็นการออกแบบ ‘ประสบการณ์’ ของผู้ใช้โดยรวม หรือ User Experience Design (UX Design) การที่ไอฟ์มารับผิดชอบทั้งสองส่วนนี้ น่าจะทำให้ประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้ดียิ่งขึ้นไปอีก ถึงกับมีคนพูดว่า ไอฟ์กำลังถูกปั้นให้เป็นภาคส่วนหนึ่งของจ๊อบส์ในอดีต นั่นคือคนที่ดูแลภาพรวมของประสบการณ์ของผู้ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ๊ทิมไม่ค่อยถนัด และเราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในปี 2013 ในส่วน User Interface เพราะงานออกแบบของไอฟ์จะเน้นความเรียบง่ายแนวมินิมัล ต่างจากในอดีตที่ Scott ชื่นชอบการทำให้ดูเหมือนจริง (เช่น โต๊ะสักหลาดใน Game Center หรือปฏิทินหนังใน Calendar)
  3. งานบริการ ไม่ว่าจะเป็น App Store, Map, Siri, iTunes Store จะถูกโอนมายัง Eddy Cue ซึ่งทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว และทำได้ค่อนข้างดีในส่วนที่เขาเคยมีหน้าที่รับผิดชอบ น่าจะช่วยลดความสับสนได้ดี เพราะเรียกว่าถ้าส่วนใดของ iOS หรือ OS X ที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อบริการกับผู้ให้บริการจากภายนอก ก็จะกลายเป็นหน้าที่ของคิวโดยปริยาย
  4. การค้าปลีก ในขณะที่ตำแหน่งผู้จัดการค้าปลีกว่างลง เจ๊ทิม CEO ของเราก็ลงมาดูแลส่วนนี้เอง นับว่าเป็นข้อดีเพราะนี่คือสิ่งที่ทิมถนัดมาอยู่ก่อน โดยเฉพาะการบริหารสต๊อก การกำหนดจำนวนการผลิต แต่ในเรื่องประสบการณ์การให้บริการนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไหร่ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้จัดการค้าปลีกในอดีต Ron Johnson ได้ทำไว้ค่อนข้างดีมากแต่มาเสียในขณะที่ John Browett เข้ามาดูแล
  5. ฝ่ายสนับสนุน สำหรับผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลส่วนงานของตนเอง ทั้ง Phil Schiller, Greg Joswiak, Dan Riccio แต่ที่น่าจับตาคือ Bob Mansfield ที่เคยเกษียณตัวเองไปแล้ว แต่กลับเข้ามาดูแลส่วนงาน Technologies ซึ่งเข้าใจกันได้ดีว่าเป็นเหมือน Lab ที่คอยทำ R&D เพื่อหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ เรียกได้ว่าเป็นผู้กำหนดเทคโนโลยีในอนาคตที่สำคัญอีกคนหนึ่ง

สรุปคร่าวๆ จากเหตุการณ์ไล่ออกและปรับโครงสร้างงานบริหารครั้งนี้ ผมเรียกสั้นๆ ว่าแผน ‘สามทหารเสือ apple’ (Ive, Federighi, Cue) ผู้กำหนดชะตาของแอปเปิลในอนาคต โดยมีราชา (ราชินี) Tim Cook ดูแลบริษัทต่อไป สิ่งที่พอจะบอกได้คือ การประสานงานในรูปแบบ Deep Collaboration น่าจะกลับมามีบทบาทมากขึ้น และเราอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สัมผัสได้ รวมถึง Product อะไรดีๆ ในปี 2013 นี้ครับ

About themacci

แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ๊อบส์ อีกคนหนึ่ง | ชายผู้วิ่งไล่ตามความฝัน
อยู่ระหว่างการก้าวข้ามไปสู่ชีวิตเรียบง่าย และตามหาความหมายของชีวิตแบบอยู่เพื่อกิน
Contact : @themacci, Gmail

Leave a Reply