GrabTaxi เปิดตัว GrabCar บริการแท็กซี่หรูในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

grabcar-2

GrabTaxi ได้เปิดตัวบริการ GrabCar บริการรถแท็กซี่ระดับหรูในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยงานแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา จะมีการตอบคำถามของผู้บริหารเกี่ยวกับ GrabCar

ภาพรวม GrabTaxi

GrabTaxi เปิดตัวประเทศไทยประเทศที่ 3 โดยเริ่มให้บริการในกรุงเทพก่อน จากนั้นจึงเปิดตัวที่พัทยาเมื่อเดือนกันยายน ส่วนเชียงรายเพิ่งเปิดตัวแบบ soft launch เมื่อ 8 มีนาคมที่ผ่านมา สำหรับสถิติของ GrabTaxi มีดังนี้

  • มีการเรียก 7 ครั้งทุกวินาที
  • มีการโหลดแอพไปมากกว่า 3.8 ล้านครั้ง
  • มีคนลงทะเบียนมากกว่า 75,000 คน

grabcar-1

เป้าหมายของ GrabTaxi คือความปลอดภัย, ความไว้วางใจ, ความรวดเร็ว, ตอบสนองความความต้องการของผู้โดยสาร และช่วยแท็กซี่ประหยัดน้ำมัน

สามารถอ่านรีวิว GrabTaxi โดยทีมงาน​ MacThai ได้ที่ รีวิวแอพ GrabTaxi กับการช่วยแก้ปัญหาแท็กซี่ในเมืองไทย ใช้งานได้จริง !!

ทำไมต้องมี GrabCar

ถึงแม้ GrabTaxi จะประสบความสำเร็จ แต่ก็มีบางปัญหาที่แท็กซี่แบบดั้งเดิมตอบโจทย์ไม่ได้ GrabTaxi จึงเสนอบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ในแต่ละประเทศ เช่น

  • เวียดนาม มีวินมอเตอร์ไซต์ที่เหมือนแท็กซี่ ปกติจะไม่เป็นไปตามคิว จึงทำ GrabBike ในเวียดนาม
  • ฟิลิปปินส์ มี GrabCar เป็นบริการแท็กซี่แบบรถคันใหญ่ ๆ (เป็นฟอร์จูนเนอร์)
  • บริการในไทย: GrabTaxi (แท็กซี่ปกติ), GrabXL (รถตู้), ส่งเอกสาร และ GrabCar ที่เปิดตัววันนี้

สำหรับ GrabCar ในไทย ได้ทดลองให้บริการมาแล้ว 6 เดือน ซึ่งตอนนี้พร้อมแล้วจึงเปิดตัว

grabcar-3

ข้อดีของ GrabCar

  • ไม่ผูกบัตรเครดิต ใช้เงินสด เหมาะกับประเทศที่ไม่ใช้บัตรเครดิตเป็นหลักอย่างไทย
  • ใช้แอพ GrabTaxi ได้เลย
  • จองรถได้ทันที หรือจองรถล่วงหน้า สูงสุด 7 วัน (แท็กซี่โทรตาม) ต่ำสุด 2 ชั่วโมง
  • รถที่ให้บริการ จะเป็นรถราคาแพงกว่าแท็กซี่ทั่วไป เช่น Mercedes-Benz, Toyota Camry (80%), Nissan Teana, Honda Accord
  • ตรวจสอบสภาพรถตลอด ตัวรถต้องมีมาตรฐาน เป็นรถใหม่ไม่ต่ำกว่าปี 2009 เครื่อง 2,000cc ขึ้นไป
  • จดทะเบียนป้ายเขียว รย.10
  • คนขับต้องอบรมสม่ำเสมอ, มีใบขับขี่สาธารณะ, ตรวจสอบเสมอว่าไม่มีประวัติอาชญากร
  • ไม่รับสมัครออนไลน์ ต้องมาฟังกฎกติกาและเจอตัวต่อตัว

ค่าบริการ

  • เริ่มต้น 75 บาท
  • 10 กิโลเมตรแรก คิดราคากิโลเมตรละ 12.50 บาท
  • เกิน 10 กิโลเมตร คิดราคากิโลเมตรละ 13.50 บาท
  • ค่าบริการคิดตามระยะทางเท่านั้น ไม่คิดตามเวลา
  • ไปสุวรรณภูมิ 600 บาท ไปดอนเมือง คิดตามปกติ
  • ระยะทางขับแบบแฟร์ๆ ไม่มีอ้อม
  • ในอนาคต ถ้ามีรูดบัตรเครดิต จะมีการบอกว่าจะตัดเท่าไร

ผลตอบรับของ GrabCar

GrabCar มีผลตอบรับที่ดีในช่วงทดสอบ คือเติบโต 3 เท่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการเรียกทุกนาทีในกรุงเทพ มีรถมากขึ้นทุกวัน ผู้ขับรถ 85% รับงานต่อเนื่อง มีการช่วยเหลือผู้ขับรถอยู่เรื่อยๆ ซึ่งบริการนี้เติบโตจากผู้โดยสารที่ชื่นชมและบอกต่อ โดยทีมงานบอกว่าถ้ามีปัญหาติมาได้ พร้อมรับฟัง

grabcar-4

แผนในอนาคต

  • สร้างความมั่นใจ และเปิดออฟฟิศด้านเทคนิคที่สิงคโปร์
  • มีระบบบัตรเครติด แต่ยังคงเงินสดไว้ มาในไทยเร็ว ๆ นี้
  • พัฒนาระบบ Smarter Allocation จากเดิมหากอยู่ชานเมือง เรียกเท่าไรก็เรียกไม่ได้ ระบบนี้จะส่งไปบอกว่ามีความต้องการในเขตไหนมากที่สุด ซึ่งจะช่วยจัดการปัญหานี้ได้ในอนาคต

Q&A

ถามตอบปัญหากับผู้บริหาร

  • จุดแตกต่างกับบริการคู่แข่ง: ราคา และการชำระเงิน รวมถึงการจองรถ
  • รายได้ แบ่งกับคนขับ
  • การลงทุนในไทย ไม่ใช่แค่จัดโปรโมชั่น แต่จะมีเรื่องการให้บริการทางเทคนิคด้วย และเราก็เพิ่งพัฒนาเรื่องแผนที่ให้ดีขึ้น
  • หากมีผลตอบรับที่ไม่ดีจากผู้โดยสาร ระบบจะแบนคนขับคนนั้นทันที
  • ปัญหาและการดูแลด้านกฎหมาย: GrabCar จดทะเบียน รย.10 แล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหา หากมีปัญหาจะติดต่ออยู่ตลอด เพื่อทำตามกฎระเบียบ
  • ส่วนแอพบน Windows Phone ตอนนี้ GrabTaxi ตัดการสนับสนุนแล้ว เนื่องจากความต้องการมีไม่เพียงพอ

ขอบคุณภาพและการรายงานจาก @Be1con เรียบเรียงโดย ทีมงาน MacThai