โมเด็ม 5G ใหม่ของ Apple ไม่ได้เร็วอย่างเดียว แต่มาพร้อมฟีเจอร์ Privacy ที่หลายคนมองข้าม

ข่าวเรื่องแอปเปิลเปลี่ยนมาใช้โมเด็ม 5G ใหม่ที่พัฒนาเองทั้งไลน์อัป iPhone 18 นั้น ส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องความเร็วและประสิทธิภาพเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากและแทบไม่มีใครพูดถึง นั่นก็คือ ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวด้านตำแหน่งที่ตั้ง ที่แอปเปิลเตรียมจะขยายสู่ iPhone ทุกรุ่นแล้วครับ
โดยฟีเจอร์ “Limit Precise Location” คือ ฟีเจอร์ที่จะช่วยจำกัดปริมาณข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ส่งให้กับเครือข่ายสมาร์ตโฟน เพราะ โดยปกติแล้วเครือข่ายสมาร์ตโฟนสามารถระบุตำแหน่งได้ค่อนข้างตรงจุดากสัญญาณเสาสัญญาณที่อุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่
แต่เมื่อเปิดฟีเจอร์นี้ข้อมูลที่ส่งไปยังผู้ให้บริการจะถูกจำกัดลง เพราะแทนที่จะได้รู้ข้อมูลที่อยู่หรือตำแหน่งของผู้ใช้ ผู้ให้บริการเครือข่ายจะรู้แค่ในย่านที่อยู่กว้าง ๆ เท่านั้น และไม่ได้รู้ถึงขั้นบ้านเลขที่แล้ว แถมฟีเจอร์นี้ยังไม่กระทบต่อคุณภาพสัญญาณหรือประสบการณ์การใช้งานด้วย
อีกทั้งยังไม่ส่งผลต่อข้อมูลตำแหน่งที่ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในกรณีโทรแจ้งเหตุด่วน และแยกจากการแชร์ Location Services กับแอปทั่วไปเช่นกัน แต่ฟีเจอร์นี้จะใช้งานได้แค่บางรุ่นเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้โมเด็ม C1 หรือ C1X ของแอปเปิลเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็น iPhone Air, iPhone 16e, iPhone 17e และ iPad Pro รุ่น M5 ส่วน iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ที่ยังใช้โมเด็มของ Qualcomm อยู่ หรือเรียกได้ว่า iPhone รุ่นท็อปกลับด้ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่ารุ่นประหยัดนั่นเอง
แต่เมื่อเป็น iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Ultra ทั้งหมดเปลี่ยนมาใช้โมเด็ม C2 ของแอปเปิลในเดือนกันยายนนี้ จะสามารถใช้งานฟีเจอร์ Limit Precise Location พร้อมกันทั้งหมดทุกรุ่นได้แล้ว โดยจะรองรับ mmWave 5G ซึ่งเป็นสัญญาณ 5G ความถี่สูงที่ให้ความเร็วสูงมากในพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่ง C1 และ C1X ยังไม่รองรับครับ
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องให้ผู้ให้บริการเครือข่ายรองรับด้วย แม้ iPhone ทุกรุ่นจะมีฟีเจอร์นี้แล้วก็ตาม ซึ่งตอนนี้ยังมีน้อยมาก โดยในสหรัฐอเมริกามีเพียง Boost Mobile เท่านั้นที่รองรับ ส่วนในสหราชอาณาจักรมี EE, BT และ Sky รวมถึงผู้ให้บริการในออสเตรีย, เยอรมนี, เดนมาร์ก, ไอร์แลนด์ และไทยด้วยครับ
ที่มา – https://www.macrumors.com/2026/05/14/iphone-18-pro-modem-benefits/