Apple ยังได้เปรียบตลาดโน้ตบุ๊ก แม้ราคาเฉลี่ยทั่วโลกมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้น 40%

รายงานล่าสุดจากบริษัทวิจัยตลาด TrendForce ได้อัปเดตมาว่า ราคาโน้ตบุ๊กเฉลี่ยทั่วโลกในตอนนี้อาจปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 40% ในปี 2026 เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำและซีพียูปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ

แต่ต่อให้ราคาในตลาดจะเริ่มพุ่งสูงขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอปเปิลนั้นยังคงรักษาความได้เปรียบในตลาดโน้ตบุ๊กได้ ต่อให้จะต้องเจอกับต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์ที่จะเพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะต้นทุนหน่วยความจำพุ่งก็กระทบทั้งอุตสาหกรรมเช่นกัน

โดยเฉพาะต้นทุนของ DRAM และ SSD ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ผลิตชิปจำนวนมากหันไปผลิตหน่วยความจำสำหรับระบบ AI และศูนย์ข้อมูลมากขึ้น เลยทำให้ซัพพลายสำหรับโน้ตบุ๊กทั่วไปลดลง ฝั่ง TrendForce จึงคาดการณ์ว่า ราคาหน่วยความจำ, ต้นทุนซีพียู และต้นทุนซัพพลายเชนจะสูงขึ้นตาม ๆ กัน

ส่งผลให้ราคาขายโน้ตบุ๊กโดยเฉลี่ยในตลาดเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในปีนี้ แต่แอปเปิลจะได้เปรียบจากการควบคุมฮาร์ดแวร์เอง และแม้ว่าผู้ผลิตพีซีหลายรายจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่แอปเปิลยังมีข้อได้เปรียบจากการออกแบบชิปของตัวเองในตระกูล Apple Silicon อยู่ครับ

เลยทำให้จัดการต้นทุนและประสิทธิภาพของเครื่องได้ดีกว่า เพราะโดยปกติแล้วผู้ผลิตพีซีต้องพึ่งพาซีพียูจากบริษัทอื่นเป็นหลัก ทำให้แอปเปิลเลือกที่จะเปิดตัว MacBook Neo รุ่นราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องตั้งราคาสูงตามตลาดที่ควรจะเป็น และถือเป็น MacBook ที่ราคาถูกที่สุดของบริษัทด้วย เพื่อแข่งขันในตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดและเจาะกลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม TrendForce ยังประเมินว่ายอดส่งโน้ตบุ๊กทั่วโลกอาจลดลงราว 9.2% ในปี 2026ตลาดโน้ตบุ๊กเริ่มหดตัวลง เนื่องจากราคาที่สูงขึ้นและความต้องการของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และไม่ค่อยอัปเกรดรุ่นใหม่ แต่เน้นใช้งานรุ่นที่มีอยู่ไปนาน ๆ แต่ MacBook Neo ของแอปเปิลอาจช่วยให้บริษัทเติบโตในตลาดนี้ได้แม้จะเจอแรงกดดันด้านต้นทุนและดีมานด์ก็ตาม

ที่มา – https://www.macrumors.com/2026/03/10/apple-holds-edge-laptop-prices-increase/