มาแล้ว Apple Watch Series 6 !! มาพร้อมสีใหม่, เซนเซอร์จับระดับออกซิเจนในเลือด, สายนาฬิกาใหม่ ‘Solo Loop’, เริ่ม 13,400 บาท

Apple เปิดตัว Apple Watch Series 6 ในงาน Special Event แล้วในราคาเริ่มต้น 13,400 บาท ส่วนจะมีอะไรใหม่ ๆ บ้าง ไปดูกันเลย!

นอกจากสีใหม่สำหรับตัวบอดี้อย่างสีน้ำเงินอะลูมิเนียม หรือจะเป็น PRODUCT(RED) แล้ว

แอปเปิลเริ่มด้วยกันบอกว่า แต่ก่อนเราใช้เพียงดูเวลา แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มใช้ในการออกกำลัง ดูข่าว ดูสภาพอากาศ และเริ่มกล่าวต่อว่า Apple Watch ได้ช่วยชีวิตคนได้บ้างอย่างไร และทำให้เรารู้เกี่ยวกับสุขภาพเราได้อย่างไร ซึ่งส่งผลดีกับทั้งผู้ใช้ และผู้ให้บริการทางสาธารณสุข

แอปเปิลจึงเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ อย่างการติดตามระดับออกซิเจนในเลือด ผ่านการเพิ่ม Sensor ใหม่เข้ามา โดยมีแอป Blood Oxygen ที่มีอัลกอริทึมสามารถดูสีของเลือดเพื่อดูระดับออกซิเจนได้ ในขณะหลับได้ด้วย

เมื่อรวมกับฟีเจอร์การตรวจจับการเต้นของหัวใจแล้ว ก็ทำให้มีความสามารถใหม่ ๆ มาก ถ้าระดับลดกว่าปกติที่สามารถบ่งชี้ถึงโรคที่อันตรายได้ก็จะแจ้งเตือนทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถไปโรงพยาบาลหรือไปตรวจทันได้ พวกไวรัสหรืออาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หรือในส่วนของหัวใจจะส่งผลต่อระดับออกซิเจน ดังนั้นฟีเจอร์นี้จึงสำคัญมาก ๆ

ระบบ S6 เร็วขึ้นกว่า 20% และมีความสว่างเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าทำให้ใช้งานข้างนอกได้ดี

ในส่วนของหน้าปัดนาฬิกา แอปเปิลได้เพิ่ม Memoji และหน้าปัดอื่น ๆ ด้วย แต่นอกจากนั้น ยังมีสายนาฬิกา “Solo Loop” ตัวใหม่ ทำขึ้นด้วยซิลิโคนหนึ่งชิ้น สามารถยืดหยุ่นได้ มีความทนทาน สามารถว่ายน้ำได้ มีหลายขนาดใน 7 สี

นอกจากนี้ยังมีสายนาฬิกาแบบถัก ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล มีทั้งหมด 5 สี แล้วก็มีสายนาฬิกาใหม่ ๆ สำหรับ Apple Watch Nike สีใหม่ และสายของ Hermes ด้วย

และมีฟีเจอร์ Family Setup ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมนาฬิกาได้หลายตัวขึ้น แอปเปิลบอกว่าสำหรับเด็กหรือสมาชิกที่สูงอายุ ที่อาจจะไม่ได้มีไอโฟน ก็จะได้เชื่อมไอโฟน ซึ่งก็จะระบุไปได้ว่าคนไหนที่เด็กคนนั้นจะสามารถโทรได้ หรือตั้งค่าการแจ้งเตือนว่าอยู่ที่ที่ตั้งไว้หรือเปล่า และมีโหมด “Schooltime” ด้วยที่จะช่วยปรับการแจ้งเตือนและหน้าปัดระหว่างเรียนสำหรับเด็ก ๆ

โมเดล Cellular รวมไทยด้วย

นอกจากนี้ แอปเปิลจะไม่ได้ให้แอดปเตอร์หรือหัวชาร์จอีกแล้ว เนื่องจากหลายคนมีอยู่แล้ว และช่วยเหลือโลกที่กำลังเจอกับปัญหาขยะ และยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับ watchOS 7 และแอปใหม่ ๆ เช่น Fitness+ ขอให้ติดตามกับบทความอื่น ๆ ที่กำลังออกมาได้เลย