[ลือ] ภาพหลุดฟีเจอร์กล้อง ‘iPhone 12 Pro Max’ พร้อมการตั้งค่าหน้าจอ 120Hz และขนาดของ ‘รอยบาก’

มีภาพถ่ายหน้าจอที่หลุดออกมาโดยอ้างว่าเป็นภาพจาก “iPhone 12 Pro Max” โดยในภาพจะเห็นว่ามีหน้าจอ 120Hz และมีฟีเจอร์ปรับ Refresh Rate แบบ Adaptive หรือตามสถานการณ์ให้ พร้อมกับฟีเจอร์อื่น ๆ

ภาพหลุดออกมาบนทวิตเตอร์โดย Jon Prosser ซึ่งมักจะคาดการณ์การเปิดตัวสินค้าแอปเปิลและฟีเจอร์ได้ค่อนข้างตรง ภาพน่าจะมาจากตัวทดลองเพื่อทดสอบการผลิต (production validation) ตามโรงงานต่าง ๆ ของ iPhone 12 Pro Max ที่มาพร้อมจอ 6.7 นิ้ว

ภาพถ่ายหน้าจอได้แสดงหน้าการตั้งค่า และมีสองการตั้งค่าเพิ่งขึ้นมา ได้แก่ “Enable High Refresh Rate” และ “Enable Adaptive Refresh Rate” โดยตัวแรกจะทำให้เพิ่ม Refresh Rate เป็น 120Hz และตัวที่ 2 จะปรับ Refresh Rate ระหว่าง 120Hz และ 60Hz อัตโนมัติตามเนื้อหาที่อยู่บนหน้าจอ ซึ่งคล้าย ๆ iPad Pro

ส่วนการตั้งค่าของกล้องก็ได้มีการตั้งค่าเกี่ยวกับ LiDAR Scanner ของ iPhone 12 Pro และ Pro Max เพิ่มขึ้นมา ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพ และมีให้ตั้งค่าว่าจะเปิดให้ตัว LiDAR ช่วยเรื่องการโฟกัส หรือการหาสิ่งที่อยู่ในภาพสำหรับวิดีโอหรือการถ่ายภาพกลางคืนด้วย

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ที่ 120fps และ 240fps แลพยังมีให้เปิด “Enhanced Night Mode” และ “Advanced Noise Reduction” ด้วย

สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือฟีเจอร์เหล่านี้อาจถูกปรับเปลี่ยนก่อนจะวางขายเครื่องจริงก็ได้ หรือก็คืออาจจะเพิ่มฟีเจอร์หรือลดฟีเจอร์ เพราะเป็นเพียงเครื่องทดสอบเท่านั้น

ในหน้าการตั้งค่า แอปเปิลยังได้ระบุให้ “ตรวจสอบว่ารุ่นของคุณสนับสนุน” ฟีเจอร์นั้น ๆ หรือไม่ เช่น Refresh Rate หรือฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับกล้อง ทำให้เรารู้ว่าไม่ใช่ iPhone 12 ทุกรุ่นจะมีฟีเจอร์เหล่านี้ ไม่ว่าตอน iPhone 12 Pro Max ออกมาจริง ๆ แล้วจะมีฟีเจอร์เหล่านี้หรือไม่ ก็ชัดแล้วว่าแอปเปิลกำลังทดสอบฟีเจอร์เหล่านี้สำหรับไอโฟนอยู่

ในด้านขนาดของ ‘รอยบาก’ ด้านบนหน้าจอเครื่อง EverythingApplePro ได้แชร์ภาพที่อ้างว่าเป็นตัวเครื่องทดสอบ iPhone 12 Pro Max ที่อ้างถึงในทวิตของ Prosser ซึ่งขนาดของรอยบากก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจาก iPhone 11 Pro Max แต่อย่างใด สิ่งที่แตกต่างไปมีเพียงการแสดง AM หรือ PM ตรงเวลา ที่น่าจะมาจากขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น ที่น่าแปลกคือจากภาพถ่ายหน้าจอของ Prosser ไม่ได้มีการแสดง AM หรือ PM แต่อย่างใด

ที่มา — 9to5Mac