Apple ประกาศแตกพาร์หุ้นอัตราส่วน 4:1 มีผลวันที่ 24 สิงหาคมนี้

Apple ประกาศแตกพาร์หุ้นอีกครั้ง โดยรอบนี้เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดยครั้งนี้ Apple เลือกที่จะใช้อัตราส่วนการแตกพาร์เป็น 4:1

การแตกพาร์หุ้นจะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นในราคาต่อหุ้นที่ต่ำลง เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องของหุ้นในตลาดและทำให้การลงทุนโดยหุ้นเข้าถึงกลุ่มบุคคลที่เป็นนักลงทุนรายย่อยได้มากยิ่งขึ้น โดยการแตกพาร์จะทำให้หุ้น Apple ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราว 400 ดอลลาร์ เหลือราคาหุ้นละประมาณ 100 ดอลลาร์ และจำนวนหุ้นของ Apple จะเพิ่มขึ้น 4 เท่า

ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุนคนหนึ่งถือหุ้น Apple อยู่ 100 หุ้นที่ราคาหุ้นละ 400 ดอลลาร์ ดังนั้นหลังแตกพาร์แล้วเขาจะถือหุ้น Apple อยู่ 400 หุ้นที่ราคาหุ้นละ 100 ดอลลาร์ (ถ้าราคายังไม่เปลี่ยนแปลงในวันที่แตกหุ้น) เท่ากับหุ้นทั้งหมดจะยังคงมีมูลค่าหุ้นเท่าเดิมคือ 40,000 ดอลลาร์ แต่ราคาต่อหุ้นและจำนวนหุ้นที่ถืออยู่จะเปลี่ยนไป

Apple เคยแตกพาร์มาแล้ว 4 ครั้ง คือปี 1987, 2000 และ 2005 แตกพาร์ในอัตราส่วน 2:1 และแตกพาร์ในปี 2014 ที่อัตราส่วน 7:1 ซึ่งถ้ารวมถึงการแตกพาร์ที่ Apple จะดำเนินการในเดือนนี้ จะคิดเป็นอัตราส่วน 224:1 คือถ้าใครถือหุ้น Apple ก่อนปี 1987 อยู่ 1 หุ้น พอหลังแตกพาร์รอบนี้จะมีหุ้น Apple อยู่ 224 หุ้น

ปัจจุบัน หุ้น Apple ถือเป็นหุ้นที่มีอิทธิพลต่อดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) สูงที่สุด (เนื่องจากดัชนีนี้คิดที่ราคาหุ้นเป็นหลัก) ดังนั้นหลังแตกพาร์แล้วจะทำให้ UnitedHealth ซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับสองกลายเป็นหุ้นที่มีผลต่อ DJIA มากที่สุดแทน

ที่มา – Business Insider, Apple Investor Relations – FAQ