วิเคราะห์: iPad Pro มาแทนคอมพิวเตอร์ได้จริง ๆ เหรอ ปัจจัยสำคัญจริง ๆ คือ Cloud ไม่ใช่ตัวมันเอง

ในปี 2010 Steve Jobs เปิดตัว iPad ด้วยการวาง Position ของสินค้าใหม่ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีแต่หน้าจอและสั่งการได้ด้วยการจิ้มสัมผัสราวกับว่ามันคือ iPhone ขนาดยักษ์นี้ให้อยู่ระหว่าง “iPhone” และ “Mac” ตอนนั้นโลกไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สิบปีผ่านมา iPad ถูกใช้งานในหลากหลายรูปแบบและกลายเป็นอุปกรณ์ที่ Apple เชิดชูว่าเป็นพระเอกแห่งย “ยุคหลังคอมพิวเตอร์”ทีมงาน MacThai ได้ทดลองใช้งาน iPad Pro รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในต้นปี 2020 มาเป็นเวลานานพอสมควร ประกอบกันการที่ Apple ได้ปล่อย Software ที่ทำให้ iPad นั้นสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้งานแบบ Multi-tasking, การใช้ Cursor ชี้สั่งงานบนหน้าจอ และแอพจาก Desktop ที่ถูกนำมาใช้งานเต็มรูปแบบบน iPadOSวันนี้เราจะมาลองดูข้อสังเกตสำคัญ ๆ ที่จะตอบคำถามว่า iPad นั้นมาแทน Mac (หรือคอมพิวเตอร์) ได้จริงหรือเปล่า

iPad vs. MacBook ?

สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงก็คือการพกพา เมื่อ iPad นั้นถูกวาง Position ให้เป็นอุปกรณ์เคลื่อนย้ายมาตั้งแต่แรกซึ่งอันนี้บอกได้เลยว่าคู่แข่งสำคัญก็คือ MacBook เป็นเรื่องปกติที่เราจะพก MacBook ไปไหนต่อไหน ดังนั้นเราจึงจะเน้นการเทียบกับ MacBook เป็นส่วนใหญ่ (และเลือกที่จะไม่แตะ Desktop ขนาดใหญ่อย่าง Mac mini หรือ iMac)สิ่งที่พยายามทำให้ iPad มาใช้งานได้ใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ก็คือ Magic Keyboard ที่ Apple เปิดตัวมาขายแรกในราคา 9,990 บาท และ 11,690 ที่มีความแตกต่างจาก Smart Keyboard รุ่นเดิมตรงนี้ Magic Keyboard นั้นมี Track Pad มาให้เราได้ใช้งานด้วย และมีการยกหน้าจอของ iPad ให้ลองสูงขึ้นมาฟังดูอาจจะดูสะดวก แต่เคส Magic Keyboard นี้เมื่อใส่ร่วมกับ iPad Pro ทำให้มีน้ำหนักรวมกันถึง 1.3 กิโลกรัม มากกว่า MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วเสียอีก ดังนั้นหากคิดว่าพก iPad Pro และ Keyboard แล้วจะสบายกว่าพก MacBook ให้เลิกคิดตรงนี้ซะ

USB-C ที่จริง ๆ ก็ครบ แต่รอ Software ที่ทำอะไรได้มากกว่านี้

ในส่วนของการทำงานอย่างอื่น iPad นั้นไม่ได้มาแทน MacBook ได้อย่างสนิท แม้ว่า iPad จะมาพร้อมกับ Port USB-C ที่สามารถทำให้เราต่อออกจอในการประชุม, อ่านไฟล์จาก Flash Drive รุ่นพิเศษที่รองรับ, ต่อข้อมูลกับกล้องดิจิทัล หรือแม้กระทั่งชาร์จไฟให้ iPhone ได้ (ฮา) แต่จริง ๆ แล้วการใช้งานพอร์ต USB-C นั้นก็อาจจะยังเทียบกับบน macOS ไม่ได้เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมีข้อสังเกตการใช้งาน USB-C บน iPadOS อยู่ตรงที่ว่า- การต่อออกจอแยกนั้นไม่รองรับการทำ 2 Desktop ยังคงรองรับการใช้งานแบบ Mirror เท่านั้น นั่นหมายความว่าเวลาเรานำเสนองานบน iPad เราจะไม่สามารถดู Slide ต่อไปได้ ยกเว้นว่าจะใช้การเชื่อมต่อกับ Apple TV ผ่าน AirPlay ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าทุกห้องประชุมจะมีให้ใช้- การต่อข้อมูลกับอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น External SSD, Flash Drive ยังจำกัดอยู่ ที่บอกว่าจำกัดก็คือเราไม่สามารถทำงานกับไฟล์ต่าง ๆ ได้เหมือนคอมพิวเตอร์แน่ ๆ แต่ที่ทดแทนกันได้ก็คือสมัยนี้หลายคนนิยมเก็บข้อมูลผ่าน Cloud ที่บางทีอาจจะสะดวกกว่าการใช้งานผ่าน Flash Drive อะไรพวกนี้จะบอกว่าทั้งสองข้อนี้เป็นปัญหาก็อาจจะไม่ถูกทั้งหมด เพราะจริง ๆ มันก็มี Solution อื่น เพียงแต่ว่า Apple อาจจะต้องใช้เวลาในการให้ iPadOS รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายขึ้นผ่าน USB-C ซึ่งหลายอย่างแก้ได้ด้วย Software เช่น การต่อออกจอแล้วทำงานเป็นจอหลักได้อย่างเต็มรูปแบบ และมี Desktop ให้ใช้ 2 จอ ซึ่งจะทำให้ iPadOS ใกล้เคียงกับ MacOS มากขึ้น

iPad กับงานเอกสารและจัดการทั่วไป

ในการทำงานกับเอกสารตัวไปนั้น iPadOS มีแอพ Microsoft Office เปิดตัวมาให้ใช้ซักพักแล้ว ซึ่งถ้าใครที่ยังต้องทำงานกับเอกสารพวกนี้อยู่ก็สามารถทำได้ แต่โดยมากอาจจะต้องทำงานในลักษณะของ Cloud มากกว่าการทำงานกับ Office Doccument แบบเดิม ๆ อย่างการส่งผ่านทาง Flash Drive, Email หรืออะไรแล้วแต่ ขึ้นอยู่กะว่าวัฒนธรรมองค์กรในการใช้ Microsoft Office เป็นอย่างไร (ฮา)ในส่วนของการใช้งานฝั่ง Google Drive และเครื่องมือทำเอกสารฝั่ง Google ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เพราะ Google นั้นนิยมชมชอบความเป็น Cloud Based มาตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้การใช้งาน แก้ไขเอกสาร ทำงานร่วมกันนั้นราบรื่นแน่นอน มีแค่แอพก็ทำได้แทบจะทุกอย่าง ไม่ต้องห่วงว่าไฟล์จะเพี้ยนส่วนพระเอกสำหรับคนใช้ macOS และตระกูล iOS, iPadOS อย่าง Pages, Keynote และ Numbers นั้น ก็คงไม่ต้องบอกอะไรมากว่ารองรับการใช้งานอยู่แล้วเต็มรูปแบบ ซึ่งอย่าลืมว่าถ้าเราซื้อ iPad และ Mac เราก็จะได้โปรแกรมชุดพวกนี้แถมฟรีมาโดยที่ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ดังนั้นใครที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมชุด iWorks อยู่แล้ว ก็แทบจะไม่ต้องห่วงในการใช้งาน iPad Pro เป็นอุปกรณ์ทำงานหลัก

iPad สำหรับ Profressional อย่างการตัดต่อรูป และตัดต่อวิดีโอ และทำงานที่มากกว่าเอกสาร

มีอีกหนึ่งตลาดที่ต้องบอกว่า iPad Pro นั้นออกแบบมาให้รองรับตลาดกลุ่มนี้ ได้แก่ Artists, Creators และการใช้งานทางเทคนิคต่าง ๆ ตั้งแต่การตัดต่อรูป ทำวิดีโอ ทำงานพิเศษรวมถึงคุยงานจัดการงาน ทั้งหมดนี้ แทบจะต้องพึ่งพาแอพที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งปกติ ถ้าใครที่ต้องใช้ก็จะพบว่า มีแอพพวกนี้รองรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Adobe Photoshop ที่ก็เพิ่งเปิดตัวเต็มรูปแบบไปหรืออย่างพวกตระกูล Productivity ทั้งหลาย Slack, Trello หรือแอพเฉพาะทางสำหรับนักเขียนอย่าง iA Writer, Ulysses จริง ๆ มันก็ออกแบบให้ใช้งานได้บน iPad อยู่แล้ว และที่สำคัญก็คือ มันเป็น Cloud Base เราสังเกตว่าแอพพวกที่เป็น Cloud Base จะไม่ค่อยมีปัญหาในการใช้งานเท่าไหร่ เพราะต่อให้เปิดบนคอมพิวเตอร์ บน iPad บน iPhone มันก็มีอะไรเหมือน ๆ กันหมด ต่อให้ต้องทำงานกับคนอื่น คนอื่นก็เห็นสิ่งเดียวกับเรานั่นหมายความว่าต่อให้งานหนัก ๆ อย่างการทำดนตรี การตัดต่อวิดีโอ หรือ Photoshop ถ้าเรามีบัญชี Cloud อยู่แล้ว ใช้งานเก็บภาพ งาน ต่าง ๆ ไว้บน Cloud เราก็แทบจะไม่ต้องกังวล แต่ก็อย่าลืมว่างานที่มีการทำงานร่วมกับไฟล์ขนาดใหญ่ จะให้เป็น Cloud ก็อาจจะยังไม่ถึงเวลา สมมติว่า Final Cut Pro รองรับการเก็บ Libary Video ไว้บน Cloud จริง เราก็อาจจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็ว (โคตรสูง) เพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและด้วยเหตุผลข้อนี้เอง ที่ทำให้งาน Pro บางงานยังจำเป็นต้องมี iMac, MacBook เป็นหลักอยู่ แม้ iPad จะสามารถอัพความจุไปในหลัก Terabyte ได้แล้วก็ตาม

iPad สำหรับนักพัฒนา การเขียนโปรแกรม

ข้าม iOS, Android Developer กำปั้นทุบดิน เราไม่สามารถเขียนแอพ iOS บน iOS หรือเขียนแอพ Android ได้อยู่แล้ว (ฮา) แล้วทำไม iPad Pro ที่แม้ว่าจะไม่สามารถมาแทนคอมพิวเตอร์ของคนที่เป็นนักพัฒนา แต่ iPad ก็เป็นของเสริมที่ดีการทำงานในสายการพัฒนาโปรแกรม ยังคงต้องพึ่งพาการตั้งค่าสภาพแวดล้อมต่าง ๆ และการเข้าถึง Command Line ซึ่ง iPadOS อาจจะยังให้สิ่งนั้นไม่ได้ แต่งานอะไรก็ตามที่ไม่ได้อยู่บนเครื่องก็พอทำได้เหมือนกัน เช่น สมมติว่าเรามี Repository งานบางอย่างอยู่บน GitHub เราอาจจะดูโค้ดและแก้โค้ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ใครที่ทำงานผ่าน Cloud อย่าง AWS หรือ Google Cloud Platform ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ได้เอาคอมไป ก็ยังพอใช้ iPad ในการ Remote เข้าไปแก้ไขโค้ด สั่ง SSH Command ต่าง ๆ ได้ดังนั้นเราจึงบอกได้ว่า iPad Pro แม้จะมาแทนคอมพิวเตอร์ยังไม่ได้แน่ ๆ สำหรับนักพัฒนา แต่การมี iPad ซักเครื่องไว้ช่วยงานก็อาจจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้

ศัตรูของ iPad คืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่ Cloud ต่างหาก

ที่พูดมาทั้ง 3 Senerios เราจะพบว่าสิ่งที่เหมือนกันหมดก็คือ มันจะไม่เป็นปัญหาเลยถ้า Ecosystem Cloud มันดี Photoshop จะสะดวก ถ้าใช้ Cloud, Microsoft Office จะสะดวกถ้าใช้ Cloud หรือแม้กระทั่งงาน Developer ถ้าใช้ Cloud ก็ยังสามารถทำงานบางอย่างได้Cloud จึงเป็นปัจจัยสำคัญมาก ๆ ที่จะ Unlock ความสามารถของ iPad และ iPadOS ในยุคที่ Apple เรียกว่ายุคหลังคอมพิวเตอร์ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ในปี 2011 Steve Jobs เคยพูดแนวคิดเรื่อง Digital Hub บอกว่าเมื่อก่อนคอมพิวเตอร์คือ Digital Hub แต่ต่อไปนี้ Digital Hub จะไปอยู่บน Cloud แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ก็จะแปรสภาพมาเป็นแค่ “ลูก” ของ Digital Hub นี้ ดังนั้น สมมติว่าบทบาทของคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนแปลงไปการที่มีอุปกรณ์ใหม่ ๆ ไม่ว่ามันจะมี iPad, iPhone หรือ i อะไรใหม่ ๆ ถ้าเกิดเรามองโมเดลว่า Digital Hub ในยุคนี้คือ Cloud มันก็ย่อมทำให้เราใช้ชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์

สรุปแล้ว iPad นั้นมาถูกทางแต่ยังไม่ลงล็อกในบริบทปัจจุบันสำหรับบางคน แต่ถ้าคุณพร้อมก็เลือกที่จะมี iPad แทนคอมพิวเตอร์ได้อย่างไม่ยาก

คำถามก็คือ ในชีวิตของเรา Cloud กลายเป็น Digital Hub หรือยัง ? ถ้าใช่ คุณทำงานบน Google Drive, ส่งอีเมล, คุยกับเพื่อนร่วมงานผ่าน Trello, Slack จัดการงานอะไรทุกอย่างบน Cloud การใช้ iPad ทำงานก็นับว่าเป็นเรื่องที่สะดวกมาก ๆ และก็รองรับการทำงานในส่วนนี้แทบจะหมดแต่ถ้าคุณยังหลุดจากการที่มีคอมพิวเตอร์เป็น Digital Hub ยังต้องจัดการกับไฟล์ขนาดใหญ่ การมีสภาพแวดล้อมพิเศษบน Desktop สำหรับการเขียนโปรแกรม หรือการทำงานวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้โปรแกรมแปลก ๆ ที่ไม่มีบน iOS, iPadOS การทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ก็ยังจำเป็นอยู่สุดท้ายไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม iPad นั้นนับเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่น่าจับตามองมาก ๆ ในปีที่มันอายุครบ 10 ปี และจากวันที่โลกไม่รู้ว่ามันคืออะไร วันนี้เราได้เห็นมันในหลากหลายที่ หลากหลายมือ หลากหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ในโรงเรียน ไปจนถึงยานอวกาศของ SpaceX ที่นักบินอวกาศก็ดูข้อมูลผ่าน iPad ก็นับว่า iPad นั้นมาไกลมากเลยทีเดียวเรียบเรียงโดย ทีมงาน MacThaiหมายเหตุ: ภาพถ่ายที่ใช้เป็นภาพที่เปิดบนหน้าจอ iPad ในสถานการณ์ต่าง ๆ ในรีวิวนี้เป็นภาพที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วзайм на карту rusbankinfo.ru