รู้จัก AirPlay ระบบสตรีมมิ่งระหว่างอุปกรณ์ของ Apple มีกี่แบบ ทำงานอย่างไร

เชื่อว่าผู้ใช้งานอุปกรณ์ Apple น่าจะรู้จัก AirPlay หรือระบบสตรีมมิ่งระหว่างอุปกรณ์ Apple ซึ่งภายหลัง Apple เองก็เริ่มขยายให้ AirPlay รองรับอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นมากขึ้น

multiple_displays_airplay

วันนี้ทีมงาน MacThai จะมาอธิบายเรื่อง AirPlay กันว่า เบื้องหลังระบบสตรีมมิ่งที่สะดวกสบายของ Apple นั้น ทำงานอย่างไร โดยบทความนี้จะเน้นที่วิธีการทำงานของ ​AirPlay เท่านั้น ไม่ใช่สอนการใช้งานของ AirPlay

ข้อควรทราบ: มาตรฐานที่จะปรากฏต่อไปนี้ ในบทความต้นทางเขียนมาตั้งแต่ปี 2012 จะหมายถึง AirPlay รุ่นแรก ปัจจุบัน ​AirPlay เป็นเวอร์ชัน 2 แล้ว สิ่งเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่คอนเซปต์การทำงานน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

Apple เปิดตัว AirTunes ระบบสตรีมมิ่งเพลงไร้สายระหว่างอุปกรณ์ ภายหลังชื่อนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็น AirPlay และ Apple เริ่มขยายการทำงานให้รองรับรูปภาพ, วิดีโอ, เกม ไปจนถึง AirPlay Mirroring หรือ mirror ภาพหน้าจอระหว่างอุปกรณ์ เสมือนกับการต่อสาย โดยอุปกรณ์ที่รองรับ AirPlay ก็มีตั้งแต่ iPhone, iPad, iPod touch, Apple TV, Mac, HomePod และ AirPort Express

airplay-airport-express

การสตรีมมิ่ง AirPlay ถูกแบ่งได้เป็น 3 แบบหลัก ๆ คือ รูปภาพ เสียง และวิดีโอ

ในกรณีรูปภาพนั้นจะค่อนข้างตรงไปตรงมา AirPlay นั้นจะสตรีมมิ่งภาพจาก iOS ผ่านกล่อง Apple TV โดยจะส่งภาพขนาดเล็กไปเก็บไว้ในแคชของ Apple TV ก่อน จากนั้นเมื่อเปิดใช้งานจริงค่อยโหลดรูปออกมา รูปจะขึ้น Apple TV เต็มความละเอียดช้าหรือเร็วก็จะขึ้นอยู่กับขนาดรูปภาพและความเร็วอินเทอร์เน็ต

ส่วนฝั่งเสียงและวิดีโอ จะต้องแยกออกเป็นสองส่วนคือ

  • สตรีมมิ่งจากไฟล์ที่เก็บในเครื่อง ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
  • สตรีมมิ่งจากอินเทอร์เน็ต

กรณีแรกคือสตรีมมิ่งไฟล์ที่เก็บไว้บนเครื่องไปยังอุปกรณ์ปลายทาง ถือเป็นสิ่งที่ตรงตัว โดยในกรณีเพลง AirPlay รองรับการสตรีมมิ่งสูงสุด lossless 44.1 kHz สูงสุดถึง 2 stereo channel ส่วนวิดีโอรองรับถึง H.264 แบบไม่บีบอัด โดยวิดีโอไฟล์จะถูกส่งไปแคชไว้ที่ปลายทางก่อนที่จะเริ่มเล่น ดังนั้นเริ่มเล่นเร็วหรือช้าก็ขึ้นกับความเร็ว Wi-Fi ในบ้านของคุณ

ในกรณีที่สอง การสตรีมมิ่งจากอินเทอร์เน็ต แทนที่จะใช้มือถือดาวน์โหลด เครื่องปลายทางคือ Apple TV จะเป็นผู้ดาวน์โหลดคอนเทนต์เอง เช่น สตรีมมิ่งจาก YouTube ตัว Apple TV ก็จะต่อตรงเข้ากับ YouTube ซึ่ง Apple ก็ได้ป้องกันเรื่องลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้ว โดย AirPlay จะทำการ establish connection โดยการเข้ารหัสมาตรฐาน AES ซึ่งการสตรีมมิ่งตรงจะหมดปัญหาเรื่องคุณภาพเสียงหรือภาพจะถูกลดทอนลงได้มาก

airplay

AirPlay Mirroring

สุดท้ายคือ AirPlay Mirroring จะเป็นระบบ mirror หน้าจอราวกับเราต่อสายเชื่อมเข้ากับทีวี ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายมาจาก AirPlay เดิม วิธีการทำงานคือ AirPlay จะทำการส่งวิดีโอมาตรฐาน H.246 สตรีมไปยัง Apple TV ซึ่งตอนที่สตรีม H.246 ที่สร้างขึ้นในกราฟิกการ์ด จะเป็นเวลาเดียวกับที่หน้าจอแสดงผล ซึ่งวิธีที่จะทำให้หน้าจอแสดงผลใกล้เคียงกันมากที่สุดคือ Wi-Fi ต้องเร็ว

จะเห็นได้ว่า AirPlay Mirroring เป็นระบบที่ไม่เหมือนกับ AirPlay ที่สตรีมมิ่งคอนเทนต์ ดังนั้น AirPlay Mirroring จึงถูกนำไปใช้ประโยชน์อีกมาก อย่างเช่นการสตรีมมิ่งเกมแบบเล่นกันหลายคน สามารถสตรีมขึ้นจอทีวีผ่าน ​Apple TV พร้อม ๆ กันได้

สรุป

ในเรื่องทางเทคนิคถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ทำให้ AirPlay เกิด ก็เนื่องจาก ecosystem ของ Apple ที่ครบ รวมทั้ง AirPlay เป็นระบบที่เรียกได้ว่าง่ายมาก ๆ เพียงคุณต่อ Wi-Fi ที่มีอุปกรณ์พร้อม AirPlay ก็พร้อมใช้งานแทบจะในทันที และปลอดภัยในตัวเอง​ ในขณะที่คู่แข่งนั้น ยังไม่มีใครที่สามารถหาโซลูชั่นในการเชื่อมต่อที่น่าสนใจได้เท่า AirPlay

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

เรียบเรียงจาก Flatpanelshd