วันที่: 12/04/2019 | หมวด: Apple, Featured, iOS, iPhone, News | แท็ก: , ,

airpods-2-review-cover

หลังจากเวลาผ่านไป 2 ปี ซึ่งยาวมากสำหรับการรอคอยสินค้าใหม่ซักชิ้นนึง AirPods ของใครหลายคนก็อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบตเสื่อม หรือชาร์จไม่เข้า หรือบางคนก็อาจจะทำหายไปแล้ว ในที่สุด Apple ก็เปิดตัว AirPods รุ่นที่ 2 ที่เป็น Minor Update แต่มาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อยในหน้าตาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือราคาและฟีเจอร์หลัก 2-3 อย่าง

ทีมงาน MacThai เพิ่งได้รับ AirPods ในรุ่นที่ 2 หลังจากที่สั่งกับ Apple Store Online ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน และของเดินทางมาส่งวันที่ 9 เมษายน ซึ่งเร็วพอสมควรและได้ในระดับไล่เรี่ยกันสำหรับคนที่สั่งของรอบแรก ซึ่งตอนแรก Apple แจ้งว่าจะได้ของปลายเดือนเมษายน แต่เวลาก็ปรับให้เร็วขึ้นซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร (หรือสินค้าอาจจะไม่ได้ขายดีอย่างที่คาด ?)

แกะกล่องรีวิว Apple AirPods 2 มีอะไรใหม่บ้าง

สำหรับ Apple AirPods ที่เราสั่งมานั้นเป็นในรุ่น AirPods with Wireless Charging Case หรือรุ่นใหม่พร้อมกับเคสชาร์จไร้สาย ซึ่งจากรุ่นทั้งหมดนี้ Apple ได้แบ่งการขายออกเป็น 2 อย่างด้วยกันคือ

  • AirPods พร้อมเคสชาร์จแบบไร้สาย (อันนี้มีฟีเจอร์ Hey Siri + ปรับปรุงใหม่ ใช้ชิป H1) ราคา  7,790 บาท
  • AirPods พร้อมเคสแบบธรรมดา (แต่มีฟีเจอร์ Hey Siri + ปรับปรุงใหม่ H1) ราคา 6,500 บาท

ซึ่งหมายความว่า Apple เลิกขาย AirPods เวอร์ชั่นแรกไปแล้วจริง ๆ และแทนที่ด้วย AirPods ในรุ่นที่ 2 ทั้งหมด

airpods-2-review-4

สำหรับกล่องของตัว AirPods with Wireless Charing Case นั้น ก็มีทั้งขนาดและรูปร่างที่ไม่ได้แตกต่างจาก AirPods รุ่นแรกแต่อย่างใด ต่างกันที่ชื่อที่เขียนอยู่ด้านข้างแค่นั้นเอง ส่วนสิ่งที่มีมาให้ในกล่อง ก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นเดิมซะเท่าไหร่ ประกอบไปด้วย

  • ตัวหูฟัง AirPods รูปร่างคล้ายเดิม
  • เอกสารคู่มือการใช้งาน
  • สาย Lightning สำหรับชาร์จ (เสียดายที่ AirPods ยังไม่เปลี่ยนไปใช้ USB-C)

แค่นี้จริง ๆ เหรอ ใช่ครับ แค่นี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับ Apple ในการใส่นู่นนี่มาในกล่องสินค้าอยู่แล้ว ตามสไตล์ Apple

airpods-2-review-6

มาดูที่หน้าตาของ AirPods นั้น ในรุ่น Wireless Charging Case จะแตกต่างจากรุ่นอื่นเล็กน้อยตรงที่ไฟบอกสถานะการชาร์จจะอยู่ตรงหน้าของกล่อง จากเดิมที่ต้องเปิดฝาออกถึงเห็น ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่าไฟชาร์จเต็มหรือยัง หรือชาร์จเข้าไหม (ในกรณีที่ไม่ได้มีไฟบอกที่ตัว Charging Pad)

airpods-2-review-2

airpods-2-review-7

ในส่วนของหน้าตาตรงอื่น ๆ นั้นบอกได้เลยว่า ถ้าไม่สังเกตก็จะแยกไม่ออกเลยว่าอันนี้เป็น AirPods รุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า เพราะทั้งขนาดกล่อง และตัวหูฟังเองก็เหมือนเดิม

ลองเล่นฟีเจอร์ใหม่ ชาร์จไร้สาย Hey Siri, เชื่อมต่อไวขึ้น

สิ่งที่มาใหม่ใน AirPods รุ่นใหม่นั้น ตามที่ Apple บอกก็มีประมาณ 2-3 อย่างได้แก่ รองรับการชาร์จแบบไร้สาย, สามารถเรียก Hey Siri ได้ และมาพร้อมกับชิป H1 ทำให้เชื่อมต่อไวขึ้น แต่เสียงไม่ได้มีคุณภาพดีขึ้นแต่อย่างใด และมีแบตที่ทนมากขึ้น

การชาร์จไร้สายนั้นก็คงไม่ต้องให้บอกว่าทำยังไง ก็แค่เอาไปวางบนแท่นชาร์จที่รองรับมาตรฐาน Qi แค่นั้น เวลาที่ใช้ในการชาร์จให้เต็มนั้นอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง รวมระยะเวลาในการใช้งานต่อ 1 การชาร์จเต็มที่ 24 ชั่วโมง (พอแบตที่ตัวหูฟังหมดก็ใส่ลงมาในกล่อง) ทำให้เราสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วันต่อการชาร์จ 1 รอบเลยทีเดียว

จากที่ใช้มา AirPods ที่ซื้อมาใหม่จะไม่ค่อยมีปัญหากับแบต แต่พอผ่านไป 2-3 ปี เราจะเริ่มเห็นการเสื่อมสภาพของแบตอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอันนี้มาจากประสบการณ์ตรงของ AirPods รุ่นแรก (ซึ่งผู้เขียนทำหายไปแล้ว)

airpods-2-review-3

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เป็นที่พูดถึง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นจุดขายขนาดนั้นก็คือ Hey Siri หรือการเรียก Siri ผ่านหูฟังโดยไม่ต้องแตะที่ตัวหูฟัง ทำให้เราสามารถตั้งค่า การแตะที่ตัวหูฟังให้ทำอย่างอื่นได้เช่น เล่นเพลงต่อไป หรือหยุดการเล่นเพลง

แต่ฟีเจอร์​ Hey Siri นั้น เราไม่สามารถสั่งปิดเฉพาะตัว AirPods ได้ ต้องปิดที่ตัว iPhone เลย ทำให้ถ้าเราอยากประหยัดแบตของ AirPods ด้วยการปิด Hey Siri เราจะเสียความสามารถในการฟัง Hey Siri ของตัว iPhone ไปเลย (แอบเสียดายตรงนี้นิด ๆ)

IMG_9860

สำหรับเรื่องของการเชื่อมต่อนั้น ก็บอกไม่ได้อีกว่าสรุปแล้วมันเร็วขึ้นไหม เนื่องจากผู้เขียนเป็นคนที่ใช้อุปกรณ์ Apple ครบ Ecosystem ได้แก่ iPhone, Mac และ Apple Watch ทำให้ต้องมีการสลับการฟัง AirPods บ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้พบว่ามีปัญหาช้าหรืออะไร แค่เลือกเชื่อมต่อจากเมนู Bluetooth ของ Mac จากที่ AirPods รับสัญญาณจาก iPhone อยู่ก็จะมาเล่นจาก Mac ทันที

ส่วนเรื่องที่ Apple บอกว่าลดอาการหน่วงเวลาดู Streaming หรืออะไรที่ต้อง Render เสียงสด ๆ ไม่มี Buffer ตรงนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าดีไปกว่าเดิมไหม เพราะยังไม่เคยปัญหานี้ ยกเว้นตอนเล่นเกมบน Mac ซึ่งก็เจอบ้างและพอเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มี Delay เลย

airpods-2-review-8

หลังจากที่ใช้งานมาเป็นเวลาประมาณ 3 วันโดยไม่ชาร์จระหว่างวัน ก็พบว่า AirPods 2 นั้นยังคงเป็น AirPods เหมือนเดิม โดยที่ความสามารถใหม่ของมันก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก ความรู้สึกไม่ค่อยต่างจากการใช่งานรุ่นเดิมเท่าไหร่ แต่ก็บอกได้เลยว่าประสบการณ์การใช้งาน AirPods นั้นมันเทพอยู่แล้ว และยิ่งใครที่ใช้มาก่อนก็จะชินกับมันไปแล้ว

โดยเฉพาะเมื่อมี Wireless Charging เข้ามา เราแค่เอาไปวางไว้บนที่ชาร์จ ซึ่งใครที่ใช้ Wireless Charing เป็นประจำอยู่แล้วก็จะชินกับพฤติกรรมเดิม ๆ แบบนี้ และทำให้การชาร์จหูฟังของเราง่ายขึ้น

สรุป AirPods 2 รุ่นไหน เหมาะกับใคร ควรซื้อไหม

ทีนี้ก็มาถึงคำถามหลักว่า สรุปแล้วเราควรซื้อ AirPods 2 ดีไหมแล้วใครควรซื้อบ้าง ก่อนอื่นอยากจะขอบอกสิ่งที่เราควรรู้ก่อนซื้อ AirPods 2 ก่อนว่า

  • AirPods 2 ไม่ได้เสียงดีไปกว่ารุ่นแรก
  • ฟีเจอร์ Hey Siri สามารถใช้ได้ทั้งกับรุ่น Case ปกติและ Wireless Charging Case
  • ประสบการณ์การใช้งานค่อนข้างเหมือนเดิม ทั้งการเชื่อมต่อ UX ต่าง ๆ ที่ทำได้ดีมาก ๆ แล้วในรุ่นแรก
  • แบตอึดทนกว่าเดิมมากพอสมควร แต่ไม่รู้ว่าใช้นาน ๆ ไปจะเสื่อมค่อนข่างไวเหมือนรุ่นแรกหรือเปล่า
  • รุ่นนี้มีสีเดียว และยังวัดอัตราการเต้นหัวใจไม่ได้ ไม่กันน้ำ ไม่เหมือนกับข่าวลือที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้

airpods-2-review-9

ดังนั้นถามว่า ถ้าเราเป็นคนที่ใช้ AirPods อยู่แล้ว และครอบครอง AirPods 1 อยู่ แต่อยากซื้อเพราะเป็นรุ่นใหม่ ตรงนี้อาจจะยังไม่คุ้มเท่าไหร่ แต่ถ้าเราเคยใช้ AirPods แต่แบตเสื่อมหรือทำหาย หรือตกน้ำ โดนสัตว์เลี้ยงกินเข้าไป หรือลืมไว้ใน Grab, Uber และรอคอยรุ่นใหม่เพราะทนกับหูฟังมีสายไม่ได้อีกแล้ว ก็บอกได้เลยว่าซื้อเถอะครับ เพื่อนำโลกแห่งการเชื่อมต่อไร้สายกลับมา ส่วนคนที่ยังไม่เคยครอบครอง AirPods อันนี้อยากให้ลองซื้อมาเล่นดู จะพบว่าโลกนี้น่าอยู่ขึ้นจริง ๆ

 

สามารถสั่งซื้อ AirPods 2 ได้ที่ Apple Store Online หรือไปที่ร้านค้าต่าง ๆ ได้เลยตอนนี้ เริ่มมีของจำหน่ายแล้ว

 

เรียบเรียงโดย ทีมงาน MacThai

About Nutn0n

ทำเว็บเกี่ยวกับอวกาศ Spaceth.co ชอบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ และเป็นสาวก Apple
Blog - Nutn0n.com | Twitter - @Nutn0n

Leave a Reply