วันที่: 16/09/2018 | หมวด: Apple, Featured, News | แท็ก: , , ,

apple-country-list

ในงานเปิดตัว iPhone XS, XS Max และ XR ที่ผ่านมาไม่กี่วันนั้น Apple ประกาศรายชื่อประเทศที่จะวางขายในช่วงแรกบนคีย์โน้ต สิ่งที่น่าสนใจในการประกาศครั้งนี้คือ Apple เลือกแสดงประเทศจีน, ฮ่องกง และไต้หวันแยกกัน ซึ่งประเด็นนี้กำลังเป็นที่พูดถึงในโซเชียลเน็ตเวิร์คจีนอย่างแพร่หลาย

ปัจจุบัน ฮ่องกงนั้นเป็นเขตบริหารพิเศษของจีน (ชื่อเต็มคือ Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China) ในขณะที่ไต้หวัน (ชื่อเต็มคือ Republic of China) นั้นเป็นพื้นที่พิพาท โดยประเทศจีนประกาศไม่ยอมรับไต้หวันเป็นประเทศและระบุว่าไต้หวันคือมณฑลหนึ่งของจีน แต่ไต้หวันระบุว่าตนเองคือประเทศที่เป็นอิสระจากจีน จึงทำให้เมื่อ Apple ประกาศว่าในลักษณะที่ว่าไต้หวันและฮ่องกงเป็นประเทศ บริษัทก็อาจมีปัญหากับรัฐบาลจีนได้

Apple Taipei 101 ไต้หวัน

Apple Taipei 101 ไต้หวัน

สำนักข่าว China Central Television ระบุว่า “ผู้ที่มีคอมมอนเซนส์จะใช้คำว่า Hong Kong, China และ Taiwan, China ในงานที่เป็นทางการ ทำไม Apple ซึ่งเป็นผู้ที่จริงจังและเป็นมืออาชีพจึงไม่ทำแบบนี้?” และยังให้ความเห็นว่ากรณีของ US Virgin Island นั้น Apple ยังบอกชัดเจนเลยว่าอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา

Apple Canton Road ฮ่องกง

Apple Canton Road ฮ่องกง

ทั้งนี้ Business Insider รายงานว่า เหตุผลที่ Apple ใช้คำว่า US Virgin Island (ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการ) อาจจะเนื่องจากเพื่อให้แตกต่างจาก British Virgin Island ส่วน Puerto Rico ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกาก็ระบุบนคีย์โน้ตโดยไม่ได้ใช้คำว่า US แต่อย่างใด

ตอนนี้ เพจของ Apple บนโซเชียลเน็ตเวิร์คจีน Weibo เต็มไปด้วยคอมเมนต์ให้ Apple อธิบายถึงเหตุผลในการทำแบบนี้ รวมถึงสำนักข่าวในจีนหลายแห่ง (ซึ่งบางแห่งก็อยู่ภายใต้รัฐบาลจีน) ก็ตั้งคำถามถึงกรณีนี้ด้วยเช่นกัน

จีนเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อ Apple มากเป็นอันดับต้น ๆ และ Apple ก็เอาใจรัฐบาลจีนมาก อย่างเช่นลบแอพ VPN, แอพการพนัน หรืออื่น ๆ ตามกฎหมายของรัฐบาลจีน ไปจนถึงบัญชี iCloud ของผู้ใช้ในจีนก็ย้ายเข้าไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์ที่รันโดยบริษัทท้องถิ่นของประเทศจีน หรือแม้กระทั่งไม่แสดงอีโมจิธงไต้หวันเมื่อผู้ใช้เลือกประเทศในระบบ iOS เป็นจีน

Apple West Lake หางโจว

Apple West Lake หางโจว

จีนพยายามบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสายการบินที่ถูกรัฐบาลกดดันห้ามระบุว่าไต้หวันเป็นประเทศในเที่ยวบิน หรือ MUJI แบรนด์ญี่ปุ่นที่เข้าไปทำตลาดในจีนก็เคยโดนปรับเนื่องจากระบุว่าไต้หวันเป็นประเทศบนผลิตภัณฑ์มาแล้ว และมีหลายประเทศที่ต้องยอมตัดสัมพันธ์กับไต้หวันเพราะถูกจีนขู่ในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นไต้หวันจึงตั้งสถานฑูตได้ในไม่กี่ประเทศ (เพราะสถานฑูตคือการยอมรับว่าเป็นประเทศ) ที่เหลือเป็นเพียงสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเท่านั้น

ฝั่งสหรัฐฯ โดยทำเนียบขาวนั้นยืนยันว่าบริษัทในสหรัฐฯ มีสิทธิในการทำตามข้อกำหนดนี้หรือไม่ก็ได้ และระบุว่านโยบายนี้เป็นการนำเทรนด์โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ต้องการกำหนดมุมมองด้านการเมืองกับประชาชนและบริษัทเอกชนอเมริกัน

tim-cook-china-influence-product-design-new-interview-2

แต่ถึงแม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ห้ามเรื่องนี้ก็ตามที แต่ถ้าบริษัทที่ต้องทำตลาดในจีนที่มีผลประโยชน์มหาศาลรออยู่ สุดท้ายก็ต้องยอมทำตามกฎของรัฐบาลจีนอยู่ดี และถ้า Apple ไม่มีท่าทีใด ๆ ก็อาจทำให้รัฐบาลจีนเล่นงานด้วยการใช้กฎหมายก็เป็นได้

ที่มา – Business Insider, ภาพประกอบแรกจากวิดีโอคีย์โน้ตของ Apple

About nutmos

สนใจ Apple ชอบ Apple รัก Apple
Blog : nutmos.com
Social Media : Twitter

Leave a Reply