วันที่: 25/09/2017 | หมวด: Apple, Featured, iPhone, iPhone X, News, Steve Jobs | แท็ก: , , , ,

iphone_x_stupid_design_2

ในที่สุดภาพก็ปรากฏให้เห็นตามข่าวลือ แม้หลายคนจะไม่เชื่อข่าวลือจากฝั่งจีนมากเท่าไหร่ แต่การหลุดทั้งชื่อและ Design ของ iPhone X – iPhone รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปีของ Apple ที่หลุดออกมาผ่านอินเทอร์เน็ตก็ทำให้งานเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Apple ในแคลิฟอร์เนียเป็นไปตามที่ทุกคนเดาไว้ 

Apple ทำการเปิดตัว iPhone 8 ก่อนที่จะตามมาด้วย one more thing วลีเด็ดตั้งแต่สมัย Steve Jobs ที่ Tim Cook นำกลับมาใช้เพื่อเปิดตัวสินค้าที่ Apple เคลมว่าคืออนาคตของ iPhone นั่นคือ iPhone X

iphone_x_2

iPhone  X เป็นสามาร์ทโฟนไร้ขอบ สูง 5.65 นิ้ว กว้าง 2.79 นิ้ว พื้นที่ด้านหน้าของมันกว่า 90% เป็นจอ OLED ที่เรียกว่า Super Retina display ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของ iPhone X เป็นกระจกที่ Apple เคลมว่าแกร่งที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนทั้งหลายทนต่อแรงกระแทกและการขีดข่วนได้อย่างดีเยี่ยม งานออกแบบ iPhone X ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เรียกได้ว่างานศิลปะ แต่งานศิลปะชิ้นนี้กลับมา ตราบาป ที่แสดงให้เห็นมาตั้งแต่ยังไม่ได้ทำการเปิดตัว นั่นคือจอที่แหว่งไปด้านบน ทิ้งให้เห็นเป็นรอยสีดำขนาดใหญ่ ทำให้พูดไม่ได้เต็มปากว่า iPhone X นั้นด้านหน้ามีแต่จอ

Unibody งานประกอบไร้รอยต่อ

มิถุนายนปี 2010 ตอนที่ Steve Jobs เปิดตัว iPhone 4 ตอนนั้นเขาคิดวิธีที่จะรับมือกับคำถามว่าทำไม iPhone 4 ต้องมีขีด ๆ สีดำขั้นไว้ระหว่างขอบของเครื่องด้วย ซึ่งแน่นอนว่า “มันไม่ใช่วิสัย Apple” ที่จะต้องออกแบบให้ไร้รอยต่อ คล้ายกับกรณีของ iPhone X ในตอนนั้นเว็บไซต์ Gizmodo ได้ทำการเปิดเผยภาพหลุด ที่ทำให้ทั่วโลกนั้นได้ยลโฉม iPhone 4 ของ Apple ก่อนหน้างานเปิดตัว แต่สิ่งที่ทำให้ทุกสื่อต้องเป็นงงก็คือขอบสีดำที่ทำให้โลหะรอบเครื่อง ไม่เป็นชิ้นเดียวกัน เส้นขอบนี้ยังคงปรากฏมาให้เห็นใน iPhone ทุกวันนี้

iphone-compare-iphone5-iphone4s-iphone4

Apple นั้นมีภาษาการออกแบบที่เรียกว่า unibody ซึ่งหมายถึงการนำอลูมิเนียมทั้งก้อนมาใช้เทคนิค CNC ในการตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกเพื่อขึ้นรูปสินค้าต่าง ๆ (ส่วนที่ถูกตัดออกจะถูกนำไปสร้างเป็นสินค้าขนาดเล็กอื่น ๆ ที่ใช้วัสดุเดียวกัน) การที่ขอบของ iPhone 4 ประกอบจากโลหะสองชิ้นทั้งที่ Apple สามารถและเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าไร้รอยต่อทำให้สื่อต่าง ๆ ตั้งข้อสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับ iPhone X

apple-is-in-no-hurry-to-build-a-4g-iphone

ย้อนกลับมาที่งานเปิดตัว Steve Jobs เริ่มต้นบนเวทีว่า “It turns out that it’s an engineering” จากนั้นก็อธิบายว่าขีดนั้นคือการแบ่งขอบของเครื่อง iPhone ออกเป็น 2 ชุด ทำให้ iPhone กลายเป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่ใช้ตัวเครืองเป็นเสาสัญญาณ Steve Jobs ได้เปลี่ยนมุมมองของคนทั้งโลกให้มองว่าขีด ๆ สีดำนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการออกแบบทางวิศวกรรมที่น่าทึ่งและกลายเป็นสิ่งที่สวยงาม

ขัดใจแล้วขัดใจอีก

iPhone 4 นั้นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ Apple ออกมาแล้วสร้างความขัดใจให้กับสาวก แต่สิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ นี้ เช่น EarPods ที่เปิดตัวพร้อมกับ iPhone 5 ซึ่งตอนแรกไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมหูฟังต้องดูอ้วน ๆ ป้อม ๆ น่าตลก (ซึ่งคนก็เห็นจากภาพหลุดเช่นกัน) ภายหลัง Apple มาเฉลยบนเวทีว่าเป็นการขึ้นโครงตามรูหูของมนุษย์ ที่ออกแบบมาให้ไม่หลุดง่าย และมอบเสียงที่คมชัด มีมิติขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไปก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะ Apple ขาดความใส่ใจจริง ๆ หรือว่าสื่อต่าง ๆ ประโคมข่าวได้ง่ายขึ้นกันแน่ ที่ทำให้ Apple โดนด่าเรื่องการออกแบบอยู่หลายครั้ง แต่ตั้ง Apple Pencil ที่เอาไปเสียบกับ Lightning Port ของ iPad Pro หรือ Magic mouse รุ่นใหม่ที่ต้องหงายท้องขึ้นเพื่อเสียบสายชาร์จ

smart keyboard apple pencil-3

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านี้ในยุคของ Steve Jobs ผู้ใช้งานจะไม่แสดงความหงุดหงิดต่อสินค้า Apple ใน iPod nano รุ่นที่ 4 นั้น Apple จำเป็นที่จะต้องขยับช่องเสียบชาร์จไปทางด้านซ้ายเพื่อให้สามารถใส่รูหูฟังได้ ทำให้ iPod รุ่นนี้เมื่อวางบน dock หรือเครื่องเสียงที่รองรับ iPod เราจะรู้สึกว่ามันอยู่ไม่ตรงกลาง และสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้เล็กน้อย

สะพานแขวนที่ไม่แขวน

ในบางครั้งงานออกแบบก็มีเหตุผลของมัน แน่นอนว่าสะพานแขวนคือสุดยอดแห่งงานวิศวกรรม สะพานโกลเดนเกตสะพานแขวนที่ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในโลก นิยามของคำว่าสวยของมันไม่ใช่การออกแบบสะพานที่มีสลิงแขวน แน่นอนว่าสะพานสวยได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสะพานแขวน แต่หน้าที่ของการออกแบบ คือการออกแบบสะพานให้สวยโดยที่ยังคงความเป็นสะพานแขวน สลิงเหล่านั้นคือส่วนประกอบจำเป็นที่ต้องมีและหากไม่มี มันก็คงอยู่ในรูปของสะพานแขวนไม่ได้เลย

pexels-photo-417054

สิ่งที่ทำให้สะพานโกลเดิลเกต เป็นสะพานแขวนที่สวยที่สุดในโลก ไม่ใช่เพราะมันเป็นสะพานแขวนที่มีสลิง แต่เป็นเพราะองค์ประกอบต่าง ๆ ของมัน ตั้งแต่เสา ฐาน และการโยงสลิงขึงมีความลงตัว สวยงาม การออกแบบจำเป็นต้องเป็นไปตามหลักวิศวกรรม ในขณะที่งานประกอบเป็นตัวบ่งบอกว่าประดิษฐกรรมชิ้นนั้นสมบูรณ์แบบเพียงใด

แล้วทำไม Apple ไม่ทำจอแบบอื่นไม่ให้มีติ่ง

หากมองว่าความสมมาตรคือความสวยงาม แล้วทำไม Apple ไม่เลือกที่จะเว้นบริเวณด้านล่างของจอ บริเวณที่เคยเป็นปุ่ม home ขึ้นมาเล็กน้อย แล้วแทนบริเวณจอด้านบนที่เว้าขึ้นไป ซึ่งทำให้ดูคล้ายกับ Design ของสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของ Samsung ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ไม่นาน

ipad-pro-retina-thin

ทางผู้เขียนคาดว่าเหตุผลที่ Apple เลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้นก็เพราะว่า iPhone ไม่ใช่อุปกรณ์เหมือน iPad พอพูดเช่นนี้อาจจะมองว่า iPad เกี่ยวอะไร อย่าลืมว่าเดิมที Apple ออกแบบ iPad มาให้เป็นลักษณะของ “แผ่น” ผู้ใช้สามารถหยิบมันขึ้นมาใช้ได้โดยไม่ต้องสนใจว่าจะอยู่ในแนวนอนแนวตั้งหรือแม้กระทั่งกลับหัวก็ตาม หน้าจอของ iPad ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ไม่ว่าผู้ใช้จะถือมันแบบได้ การออกแบบนั้นตกทอดมาถึง iPad Pro ปัจจุบัน แม้ Apple จะลดขอบด้านข้างของ iPad Pro แต่ Apple ก็ยังเว้นพื้นที่ด้านบนของเครื่องไว้ให้เท่ากับบริเวณปุ่ม Home ด้านล่าง ให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกสมมาตร ไม่จำเป็นต้องสนว่าจะหยิบด้านใดขึ้นมา แท้จริงแล้วด้วยท่าทางการขยุ้มจอเพื่อกลับหน้า Home ของ iPad ทำให้มันสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องสนใจปุ่ม Home ด้วยซ้ำ

iPhone ไม่ได้ถูกออกแบบมาเช่นนั้น ในงานเปิดตัว iPhone ปี 2007 Steve Jobs โชว์ความสามารถว่า iPhone สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลไปตามที่ผู้ใช้งานต้องการได้ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน แต่ไม่ใช่การใช้ iPhone กลับหัว เพราะภาพที่ออกมาอาจจะดูแปลก ๆ ไปเสียหน่อย

iphone_first_gen

iPhone ยังคงต้องการการอ้างอิงการหมุนที่ชัดเจน สำหรับ iPhone รุ่นแรกจนถึง iPhone 8 ตำแหน่งอ้างอิงที่ชัดเจนที่สุดบนหน้าจอก็คือปุ่ม home แต่หลังจากที่ iPhone X ตัดปุ่ม home ออก สิ่งเดียวที่จะเหลือไว้ใช้อ้างอิงได้ก็คือลำโพงด้านบนและกล้องหน้าเท่านั้น หาก Apple ตัดตรงนี้ออกไปก็แทบจะไม่ต้องรู้กันแล้วว่า iPhone ของเรากลับหัวอยู่หรือเปล่า ถ้า Apple เลือกที่จะเว้นด้านบนเป็นแถบดำทั้งหมดแล้วด้านล่างล่างไม่มีปุ่ม home โทรศัพท์อาจจะรู้สึก “หนัก” ไปทางด้านบนจนเหมือนจะหงายหลุดจากมือไปซะงั้น

สัมผัสที่ราบรื่นจากขอบโค้ง

คำถามที่ว่าทำไม Apple ไม่เว้นบนและล่างให้เท่ากันก็น่าจะเป็นเพราะว่าเมื่อตัดปุ่ม Home ออกไปผู้ใช้งานจำเป็นต้องสร้างท่าทางใหม่สำหรับการกลับหน้า Home ซึ่งที่ Apple เลือกใช้ก็คือการสร้างปุ่ม home เสมือนที่ด้านล่าง แล้วให้ผู้ใช้ลากนิ้วจากบริเวณความโค้งระหว่างจอกับขอบขึ้นมาสู่หน้าจอคล้ายกับการเปิด Control Center บน iPhone รุ่นอื่น ๆ (Apple ย้าย Control Center บน iPhone X ไปด้านบนโดยลากลงจากฝั่งขวา)

home_iphone_x

นี่เป็นการใช้การออกแบบ Hardware มาขับเคลื่อน Software และสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นมาก สิ่งนี้ปรากฏให้เราเห็นครั้งแรกใน iPhone 6 ซึ่งเป็น iPhone ขอบโค้งมนตัวแรกของ Apple ที่เอาความรู้สึกน่ารำคาญของการเหมือนโดนขอบข่วนนิ้วของ iPhone 4 จนถึง iPhone 5S ทิ้งไปซะ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถลากนิ้วได้ตั้งแต่บริเวณขอบจอจากซ้ายสุดไปจนถึงขวาสุด

การที่ Apple จะมอบความลื่นไหลในประสบการณ์การใช้งานเช่นนี้ได้นั่นหมายความว่า Apple ต้องทำจอให้ติดกับขอบมากที่สุด การเว้นพื้นที่เพียงเพราะให้เกิดความสมมาตรนั้นอาจจะไม่อยู่ในความคิดของ Apple เลยก็เป็นได้

สรุปอย่างไรไม่มีใครรู้ ต้องพิสูจน์

ถ้าจะถามว่า Apple ใส่ใจในการออกแบบแค่ไหน ผู้เขียนกล้าพูดว่าในบรรดาบริษัทที่ผลิต Hardware ไม่มีบริษัทใดที่มีเบื้องหลังการออกแบบเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ และความใส่ใจเท่ากับ Apple ที่ใส่ใจแม้กระทั่งการวางองศาการโค้งมุมของงานออกแบบแต่ละงาน หากลองเอานิ้วลูบบริเวณของโค้งของสินค้า Apple ตั้งแต่ iPhone, Mac, Apple TV จะพบว่า Apple ใช้การโค้งที่ไม่ได้มีองศาการโค้งเท่ากันทั้งหมด ยิ่งอยู่ใกล้ขอบมากก็จะยิ่งโค้งน้อยและเพิ่มความโค้งขึ้นเรื่อย ๆ และโค้งสูงสุดที่มุม 45 องศาพอดี

design_compare_iphone_x

หากเรานำมันมาเขียนเป็น function ทางคณิตศาสตร์ จะพบว่าการโค้งของ Apple นั้นสามารถ define ได้ด้วย function เดียวกันเป๊ะ ๆ  สิ่งที่ถูกนำไปใช้ตั้งแต่ตัว Hardware จนถึง Software อย่าง icon ของแอพ แน่นอนว่ามันถูกนำมาใช้กับ ติ่งเจ้าปัญหาของ iPhone X นี้ด้วย หากติ่งของ iPhone X ถูกออกแบบด้วยบริษัทอื่น เจ้าติ่งนี้อาจจะดูน่ารำคาญตากว่านี้หลายเท่า

iphone_10_6

ความสมบูรณ์แบบไม่ได้ถูกนิยามด้วยความเที่ยงตรงใด ๆ แต่มันแปรผันไปตามสิ่งที่มันเป็น เหมือนที่ Steve Jobs เคยบอกว่า “Design is not just what it looks like and feels like. Design is how it works” ถ้าเจ้าติ่งบน iPhone X นี้ถูกออกแบบมาอย่างดีเช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่น ๆ กว่า 90% ของเครื่องแล้วหละก็ ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ ก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องไปรู้สึกรำคาญกับแนวคิดของตัวเองที่คาดหวังต่อสิ่งต่าง ๆ ให้มันเป็นอย่างที่ใจต้องการ เพียงแต่ให้มาโฟกัสที่ว่า มันทำอะไรให้กับเราบ้างต่างหาก หลังจากรู้สึกแล้ว จะเป็นอย่างไรค่อยตัดสินอีกที

 

บทความโดย ทีมงาน MacThai

อ้างอิง
Apple’s Icons Have That Shape for a Very Good Reason
The Real Story on iPhone 4’s Antenna
Apple Developer – iPhone X Human Interface Guideline
Youtube – Steve Jobs introducing iPhone 4
Youtube – Steve Jobs introducing iPad

 

About Nutn0n

ทำเว็บเกี่ยวกับอวกาศ Spaceth.co ชอบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ และเป็นสาวก Apple
Blog - Nutn0n.com | Twitter - @Nutn0n

Leave a Reply