KBTG ประกาศผลทีมผู้ชนะการแข่ง TechJam by KBTG 2017 รางวัลที่หนึ่งบินไปซิลิคอนวัลเล่ย์
KBTG หรือ Kasikorn Business-Technology Group หน่วยธุรกิจด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย ได้จัดการแข่งขัน TechJam ขึ้น และประกาศผู้ชนะการแข่งขันรอบสุดท้ายจากทั้งสามหมวด Code Track, Design Track และ Data Track อย่างเป็นทางการ
รู้จักการแข่งขัน TechJam
TechJam เป็นการแข่งขันซึ่งจัดโดย KBTG แบ่งการแข่งขันออกเป็นสามประเภท คือด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมมิ่ง, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการออกแบบ โดยในธีมการแข่งขันครั้งนี้เป็น human-centric AI การแข่งขันนี้เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปเข้าร่วมการแข่งขันได้ สามารถลงแข่งเดี่ยวหรือแข่งเป็นทีม 2 คนได้ และลงได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น
รอบการแข่งขันรอบแรกหรือรอบออนไลน์ จะเป็นรอบการคัดเลือก ผู้สมัครจะได้รับโจทย์ทางเว็บไซต์ และให้ส่งคำตอบกลับมาในเวลาที่กำหนด และผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากการแข่งขันรอบแรก จะได้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายซึ่งจัดขึ้นที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะ
รางวัลชนะเลิศ 3 อันดับแรกของแต่ละรายการ มีดังนี้
- ชนะเลิศ ได้ workshop ที่ silicon valley (รวมตั๋วเครื่องบินและที่พัก) พร้อม pocket money มูลค่า 17,000 บาท (ต่อคน), LINE@ API 1 ปี, Firebase credit มูลค่า 100,000 บาท (ต่อทีม)
- รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท (ต่อทีม), Firebase credit มูลค่า 80,000 บาท (ต่อทีม), Google Home
- รองชนะเลิศอันดับสอง ได้เงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท (ต่อทีม), Firebase credit มูลค่า 10,000 บาท (ต่อทีม), Google Home
Code Track
การแข่งขันด้าน Code Track นี้จะเน้นใช้ประสบการณ์ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ในรอบแรก ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้ภาษา C#, Java, JavaScript, Go, Python เพื่อทำโจทย์ (ภาษาใดก็ได้ แต่บังคับใช้ standard library ของภาษา) จะทำโจทย์กี่ข้อก็ได้แต่คะแนนรวมจะคำนวณจาก 3 ข้อที่ได้คะแนนสูงที่สุด สามารถทดสอบกับ testcase กี่ครั้งก็ได้ แต่การ submit โจทย์เพื่อยืนยันการส่งคำตอบทำได้เพียงครั้งเดียว ส่วนการให้คะแนน ข้อที่แสดงผลลัพธ์ถูกต้องทุก testcase จะได้คะแนนเต็ม แต่ข้อที่แสดงผลลัพธ์ไม่ถูกต้องอย่างน้อย 1 testcase จะไม่ได้คะแนน

การแข่งขัน Code Track นี้ มีผู้สนใจเข้าแข่งขันในรอบแรกทั้งหมด 80 คนและ 69 ทีม และคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายเหลือ 19 คนกับ 32 ทีม
ในรอบสุดท้ายนี้ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับโจทย์หลากหลายแบบ โจทย์จะเป็นแนว Algorithm, Data Structure, Optimization โดยให้ได้คำตอบที่ดีที่สุด ทุกคนจะได้โจทย์เหมือนกัน ให้เขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรก็ได้ที่ถนัดเพื่อแก้ปัญหา และส่งคำตอบพร้อม source code ให้ระบบตรวจและให้คะแนนอัตโนมัติ โดยคะแนนจะวัดจากความถูกต้อง และคำตอบที่ดีที่สุด
คะแนนจะถูกคำนวณจากสูตร คือคะแนนของแต่ละข้อ (เพราะแต่ละข้อมีคะแนนไม่เท่ากัน) คูณด้วยคะแนนของผู้เข้าแข่งขันในแต่ละข้อนั้น ๆ โดยคะแนนของแต่ละข้อนั้น จะถูกคำนวณจากความยากง่าย ถ้าข้อนั้นมีคนทำได้น้อย คะแนนจะเยอะ ถ้าข้อนั้นมีคนทำได้เยอะ คะแนนจะน้อย
กรรมการให้ความเห็นว่า ทีมชนะเลิศสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อแก้โจทย์ที่กำหนดได้ โดยได้คำตอบที่ถูกต้อง และ optimize ที่สุด โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ สามารถทำโจทย์ที่ต้องการ exact answer ได้หมด หรือโจทย์แนว optimization ทีมที่ชนะเลิศก็สามารถหาคำตอบที่ดีที่สุด ได้มากกว่าผู้แข่งขันทั้งหมด
TechJam ถือเป็นการจัดแข่งครั้งแรกของ KBTG จึงไม่มี baseline ในการเปรียบเทียบ ซึ่งวิธีการคิดคะแนนตามสูตรที่อธิบาย ก็เป็นแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สาเหตุหลัก เพราะไม่อยากให้มีการได้เปรียบ-เสียเปรียบ ของผู้แข่งขัน 1 คนกับ 2 คน และต้องการให้คะแนนความยากของโจทย์แต่ละข้อถูกกำหนดโดยผู้แข่งขันไม่ใช่กรรมการ ผู้แข่งขันทุกคนให้ความร่วมมือในการทำโจทย์ด้วยดี ไม่ได้พยายาม hack หรือทำลายสูตรการแข่งขัน ทำให้ผลลัพธ์ของการแข่งขันได้คะแนน problem score ที่ตรงจริง และใกล้เคียงความยากของข้อจริงๆที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานต้องการให้การแข่งขัน fair ที่สุดกับทุกคน

รายชื่อผู้ชนะ 3 อันดับแรกของรายการ
- ชนะเลิศ ทีม AI shiteru สมาชิก พีรจิตร ภาสุภัทร และ ธนภัทร์ คุ้มสภา
- รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ทีม GM สมาชิก วัชรพล วัชรวิเศษกุล และ มานะ บวรผดุงกิตติ
- รองชนะเลิศอันดับสอง ทีม wizard of skn สมาชิก ภัทระ ธีรพงษ์ และ รชตะ คำพิทักษ์
Data Track
การแข่งขัน Data Track ในรอบแรก กำหนดให้ใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ (ไม่ฟรี) ได้คือ MATLAB, SAS (University Edition) และ Mathematica เท่านั้น นอกนั้นต้องใช้ซอฟต์แวร์ฟรีและเป็นโอเพ่นซอร์สทั้งหมด โดยจะมีสิ่งที่ให้ผู้เข้าแข่งขันคือ
- training data set: ข้อมูลสำหรับเทรนโมเดล
- training data label: เป็น label คำตอบที่ถูกต้องของ training data set
- test data set: ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบโมเดล
ทั้งหมดนี้จะให้ผู้เข้าแข่งขันเป็นไฟล์ CSV โดยผู้เข้าแข่งขันสามารถทดสอบโมเดลที่พัฒนาได้โดยการส่ง label คำตอบที่ได้จากการประมวล test data set ของโจทย์ข้อนั้น จากนั้นระบบจะแสดงคะแนนความแม่นยำที่คำนวณจาก 50% ของ test data set ทั้งหมด (การรันครั้งนี้เป็นการรันเพื่อทดสอบ ยังไม่ได้คิดคะแนนจริง)
label จะส่งกี่ครั้งก็ได้ แต่คะแนนจะคิดจากการส่งครั้งสุดท้ายครั้งเดียว โดยการนำไปรันกับ 50% ของ test data set ที่เหลือที่ยังไม่ได้ใช้ในตอนแรก โดยคะแนนจะคำนวณโดยใช้สูตร “ความแม่นยำของทีมผู้เข้าแข่งขัน/ความแม่นยำของทีมที่ดีที่สุด * 100” (หมายความว่าคะแนนเต็มในข้อหนึ่ง ๆ จะให้ทีมที่ทำได้แม่นยำที่สุด) และนอกจากโมเดลแล้ว ผู้เข้าแข่งขันจะต้องส่งซอร์สโค้ดของโมเดล, คำอธิบายการรันโมเดล และข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการ เช่นซอฟต์แวร์ที่ใช้และกระบวนการรันโมเดล

การแข่งขัน Data Track นี้ มีผู้สนใจเข้าแข่งขันในรอบแรกทั้งหมด 34 คนและ 41 ทีม และคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายเหลือ 9 คนกับ 16 ทีม
ในการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับข้อมูลบัตรเครดิตจำลองและรายการธุรกรรมจำลองระยะเวลา 18 เดือน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในเดือนที่ 19 โดยมีเป้าหมายคือเพื่อทำนายยอดค่าใช้จ่ายและความถี่ในการใช้บัตรใน 5 หมวดหมู่ (ยานยนต์, เสื้อผ้า, การบริการ, การเดินทาง, สาธารณูปโภค)
การให้คะแนนจะเป็น 2 ส่วน คือ
- Objective Score 70 คะแนน คิดจากความแม่นยำในการพัฒนาโมเดล โดยใช้สูตร “(1 – ค่าเฉลี่ยความผิดพลาดของทุกบัตร) * 70” (ค่าความผิดพลาดของแต่ละบัตร คือ ค่าเฉลี่ยความผิดพลาดของทุกเรื่องที่ทำนายของบัตรใบนั้น ซึ่งจะผ่านการ normalized ให้อยู่ในช่วง [0, 1] โดยความผิดพลาด คือ ค่าความแตกต่างระหว่างค่าที่แท้จริงกับค่าที่ทำนายได้)
- Subjective Score 30 คะแนน วัดจาก การสื่อสาร 10 คะแนน, ความสามารถด้านเทคนิค 10 คะแนน และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ 10 คะแนน แต่ละกลุ่มจะมีเวลาประมาณ 5 นาทีในการอธิบายการพัฒนาโมเดลในการแก้ไขโจทย์และข้อมูลที่นำได้ไปสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจได้อย่างไรต่อคณะกรรมการ
กรรมการให้ความเห็นว่า กลุ่มที่ได้รับรางวัลชนะเลิศศึกษาข้อมูลที่มีอย่างละเอียด ทำให้พบว่าข้อมูลที่ให้นั้นมีลักษณะไม่หนาแน่น (sparse) เช่น บัตรบางใบอาจไม่มีธุรกรรมเลยในบางเดือน ผู้เข้าแข่งขันจึงเลือกที่จะทำโมเดลสองชั้น ชั้นแรก จะทำนายว่าบัตรใบใดจะมีธุรกรรมในเดือนที่ 19 หากผลทำนายปรากฏว่าจะมีธุรกรรม ก็จะใช้โมเดลชั้นที่ 2 ทำนายจำนวนการใช้งาน และค่าใช้จ่ายในเดือนที่ 19 การสร้างโมเดลแยกทำให้ผู้เข้าแข่งขันทำนายข้อมูลได้แม่นยำสูงที่สุด นอกจากนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันยังนำเสนอและอธิบายผลงานของตัวเองได้กระจ่างชัด เข้าใจง่าย และสามารถเสนอแนวทางนำข้อมูลไปใช้สร้างมูลค่าทางธุรกิจด้านอื่น ๆ ได้

รายชื่อผู้ชนะ 3 อันดับแรกของรายการ
- ชนะเลิศ ทีม M&M สมาชิก ธนิพล วัฒนาอาษากิจ และ ณพเมธ เนยเมืองปัก
- รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ทีม Bank1234 สมาชิก วสุ จรีรัตนชาติ และ ไม้เอก ธนังคุณานิจ
- รองชนะเลิศอันดับสอง ทีม Baseline สมาชิก พัทธมน ดุลยคุปต์ และ ธนัสม์ปกรณ์ นิยมการ
Design Track
การแข่งขัน Design Track ในรอบแรก ทุกทีมจะได้รับโจทย์ Service Design เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาในประเทศไทย โดยการใช้ Social Economy, Sharing Economy และ Cognitive Economy (AI + BigData) มาใช้เป็นแนวคิดในการออกแบบ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องส่งรายงานดังนี้
- Portfolio/CV ของสมาชิกแต่ละคนในทีม
- คลิปวิดีโอความยาว 3-5 นาทีเล่าถึงที่มาและ passion ของทีม, ตอบคำถามว่าทำไมผู้จัดงานควรเลือกให้คุณเข้าร่วมการแข่งขัน และการชนะเลิศมีความหมายอย่างไรสำหรับพวกคุณ
- ผลงานการออกแบบ นำเสนอการออกแบบจากโจทย์ที่ได้รับในรูปแบบตามความถนัดที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์, แนวคิดเชิงนวัตกรรม และความสามารถในการนำเทคโนโลยีตามที่กำหนดมาประยุกต์ใช้ สามารถใช้ไฟล์ได้หลายแบบขึ้นกับรูปแบบการนำเสนอ โดยจะต้องมีข้อมูลดังนี้
- บทสรุปของ key personas และ user insights ที่ใช้เป็นแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของการออกแบบ
- story telling ของ service design scenarios
- prototypes ของ key touch points
เกณฑ์การตัดสินคือความคิดสร้างสรรค์, แนวคิดเชิงนวัตกรรม, ความสามารถในการนำเทคโนโลยีตามที่กำหนดมาประยุกต์ใช้, การนำเสนอผลงาน, passion ของทีมและความตั้งใจในการเข้าร่วมการแข่งขัน (กรรมการอาจโทรสัมภาษณ์ด้วย)

การแข่งขัน Design Track นี้ มีผู้สนใจเข้าแข่งขันในรอบแรกทั้งหมด 9 คนและ 16 ทีม และคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายเหลือ 3 คนกับ 16 ทีม
สำหรับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของ Design Track มีโจทย์คือ “Financial Service Rethink for the Digital Natives (การสร้างสรรค์บริการทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับ Digital Natives)” ใช้เกณฑ์ตัดสินที่ความคิดสร้างสรรค์, แนวคิดเชิงนวัตกรรม, ความสามารถในการนำเทคโนโลยีตามกำหนดมาประยุกต์ใช้, passion ของทีมและความตั้งใจในการเข้าร่วมแข่งขัน
กรรมการให้ความเห็นว่า TechJam 2017 ในส่วนของ Design Track ต้องการเฟ้นหานักออกแบบที่มีความสามารถรอบด้านอย่างลงตัว (Well Rounded) ไม่ใช่แค่ออกแบบได้ดี แต่เป็นมืออาชีพที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความกดดันของเวลา, กฎกติกา และความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมในการออกแบบ เหตุผลหลักที่ทีม Consumotive ได้รับรางวัลชนะเลิศ เนื่องจากเป็นทีมที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพได้ชัดเจนและครบถ้วน
ผู้ชนะได้สร้างสรรค์งานออกแบบที่ใช้แนวคิดที่แปลกใหม่ (revolutionary) มาเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่กำลังจะตกยุค ให้เป็นรูปแบบการบริการแบบใหม่ผ่านช่องทางการบริการแบบดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม Digital Natives ได้อย่างดีทั้งในระดับพื้นฐานและจิตวิญญาณ ผ่าน solution ที่เรียบง่าย สามารถทำได้จริงด้วยการลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป
นอกจากนั้นผู้ชนะยังสามารถนำเสนอแนวคิดและผลงานการออกแบบของพวกเขาได้อย่างครบถ้วนกระชับ ชัดเจน และเต็มไปด้วยสีสันในระหว่างการ pitch ที่มีเวลาจำกัดและภายใต้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานกันมาแล้วกว่า 20 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่นและ passion ในการทำงานของพวกเขาทั้งสองได้อย่างน่าภูมิใจ
ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของ Design Track ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผู้ที่เรียนด้านออกแบบมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นมืออาชีพในรูปแบบที่เรียกว่า Inter Disciplinary คือผู้ที่มีการศึกษาและความเชี่ยวชาญในรูปแบบที่ผสมผสานความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จากหลายแขนงไว้ในคนเดียวกัน
ผู้ชนะ คนแรก จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านนิเทศศาสตร์และกำลังศึกษาระดับปริญญาโทด้านศึกษาศาสตร์ ในขณะที่ทำงาน และสนใจเรียนรู้ด้าน User Experience Design อีกคนหนึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และปริญญาโทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยปัจจุบันสนใจและทำงานด้าน User Interface Design

รายชื่อผู้ชนะ 3 อันดับแรกของรายการ
- ชนะเลิศ ทีม Consumotive สมาชิก พัทยา อุประ และ สรรพวิชญ์ ศิริผล
- รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ทีม Moon Farm สมาชิก นายณัชพล ศิริพานิชกร และ นายภีศเดช เพชรน้อย
- รองชนะเลิศอันดับสอง (ร่วม) ทีม Beyond Art and Craft สมาชิก อนุกุล ลีลาภัทรกิจ และ ณิชชาภัทร สถิรพิพัฒน์กุล
- รองชนะเลิศอันดับสอง (ร่วม) ทีม Ratana สมาชิก รตน ลิ่มนรรัตน์ และ ต้องกมล กสิศิลป์