วันที่: 22/03/2017 | หมวด: Apple, Featured, iPad, iPhone, iPod, News, Steve Jobs, Thai | แท็ก: , , ,

red_apple๘:.jpg

หลังจากที่เมื่อวาน Apple ได้เปิดตัว iPhone 7 รุ่นพิเศษ คือ iPhone 7 (PRODUCT)RED Special Edition หลายคนคงจะอยากรู้เรื่องราวของโครงการ RED ซึ่ง Apple ได้ร่วมโครงการนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ทางทีมงาน MacThai จึงอยากนำเรื่องราวดี ๆ ของโครงการนี้มาบอกต่อกัน เพราะนอกจากโครงการนี้จะทำให้เราได้สินค้าเท่ ๆ มาใช้งานแล้ว ยังนับว่าได้บุญอย่างมหาศาลเพราะรายได้จากการขายจะนำไปรวมกับกองทุนโรค เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS ในทวีปแอฟริกา ที่ยากจนและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

red_iphone

สินค้าของ Apple นั้น เข้าร่วมกับโครงการ RED มาโดยตลอด ตั้งแต่ iPod จนไปถึง iPhone ซึ่งแต่เดิมยังคงจำกัดอยู่แค่พวกอุปกรณ์เสริม และ iPad ซึ่งมีแค่อุปกรณ์เสริมเช่นกัน อุปกรณ์เสริมดังกล่าวก็เช่น เคส, สายของ Apple Watch ซึ่งเมื่อวานก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่ Apple ทำ iPhone สีแดงออกมาจำหน่ายเพื่อร่วมโครงการ RED ก่อนหน้านี้จะมีก็แต่ iPod รุ่นต่าง ๆ เท่านั้น

ที่ทางทีมงานใช้คำว่า นำออกมาจำหน่าย ก็เพราะว่า Apple เคยทำสินค้าอื่น ๆ เช่น Mac Pro มาเพื่อเข้าร่วมโครงการ RED แล้ว แต่จะเป็นการประมูลเพื่อการกุศลเท่านั้น ไม่ได้นำมาจัดจำหน่ายให้คนทั่วไปได้เลือกซื้อกัน แน่นอนกว่าการออกแบบนี้ก็อยู่ภายใต้การดูแลของ Jony Ive นักออกแบบมือหนึ่งของ Apple

Apple-Red-MacPro-2013

ซึ่งเจ้า Mac Pro ได้รับการประมูลราคาไปถึง สามสิบสามล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายได้หลายร้อยชีวิต แถมยังทำให้ผู้คนอีกจำนวนมากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

Unknown-1

ไม่ใช่เพียงแค่ Apple แต่บริษัทชั้นนำหลายรายก็ได้เข้าร่วมกับโครงการ RED นี้ด้วย แต่ละบริษัทก็ได้มีการนำสินค้าต่าง ๆ มาจำหน่ายเพื่อนำรายได้มอบให้กับ RED เช่น Starbucks, GAP, CocaCola, Bank of America และแบรนด์ดังอื่น ๆ มากมาย เฉพาะ Apple แบรนด์เดียว ก็ได้มอบรายได้ให้กับ RED ไปแล้วกว่า สามพันสี่ร้อยล้านบาท 

รู้จักกับ HIV และ AIDS

หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินคำว่า HIV และ AIDS กันมาบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า HIV กับ AIDS นั้นไม่เหมือนกัน

HIV คือมีไวรัสเลือด + (positive) แต่ดูภายนอกเหมือนคนปกติ สามารถกินยาเพื่อต้านได้ และต้องออกกำหลังกายให้ร่างกายแข็งแรง พวกนี้จะดูไม่ป่วย แต่ก็สามารถถ่ายทอดไปให้กับลูกได้

AIDS คือมีไวรัสแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างทันเวลา ปล่อยร่างกายย่ำแย่ เม็ดเลือดขาวต่ำ จนติดเชื้อฉวยโอกาส ทำให้ออกอาการออกมา ร่างกายเป็นแผลอย่างรุนแรง และต้องมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก

จำนวนของผู้ที่ต้องต่อสู้กับ HIV/AIDS ที่สูงมาก

เงินเหล่านี้ได้ถูกจัดสรรไปช่วยเหลือกับประเทศที่มีการระบาดรุนแรงของ HIV/AIDS ในทวีปแอฟริกา ได้แก่

  • กานา – มีผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายกว่า 270,000 ราย
  • เคนยา – มีจำนวนของผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายกว่า 1,500,000 รายเลยทีเดียว
  • เลโซโท – มีผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายกว่า 300,000 ราย
  • รวันดา –  มีผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย 200,000 ราย
  • แอฟริกาใต้ – มีจำนวนผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายมากถึง 7,000,000 ราย (นับว่าสูงที่สุด มากถึง 13% ของประชากรทั้งหมด)
  • สวาซิแลนด์ – ผู้ต้องต่อสู้กับโรคร้าย 200,000 ราย
  • แทนซาเนีย – ผู้ต้องต่อสู้กับโรคร้าย 1,400,000 ราย
  • แซมเบีย – ผู้ต้องต่อสู้กับโรคร้าย  1,200,000 ราย  

Unknown-3

จะเห็นว่าจำนวนของผู้ที่ต้องต่อสู้กับ HIV หรือ AIDS นั้นนับว่าเป็นจำนวนที่มากจนน่าตกใจ โชคดีมากที่องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ล้วนแล้วแต่พยายามที่จะเข้ามาช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ ไม่ว่าจำเป็นความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ด้านอาหาร และการพัฒนาความเป็นอยู่ของชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้ความช่วยเหลือในด้านเงินทุนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและต้องการผู้สนับสนุนอย่างมาก

พวกเขาเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างไร

ปัจจุบัน RED ได้นำเงินที่ได้รับจากผู้ใจบุญทั้งหลายกว่า 465 ล้านเหรียญ หรือประมาณ หนึ่งหมื่นหกพันล้านบาท ไปช่วยเหลือประเทศดังกล่าวในทุก ๆ ด้าน และผู้คนกว่า 90 ล้านคน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เด็ก ๆ ที่เกิดใหม่ได้รับการป้องกันการติดเชื้อจากมารดาสู่เด็ก หรือที่เรียกว่า mother-to-child transmission ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้วิจัยมาส่วนหนึ่งก็จากเงินทุนของโครงการ RED ทำให้เด็ก ๆ ที่ได้ลืมตาดูโลก มั่นใจได้ว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่สดใส และสามารถเติบโตได้อย่างมีสุขภาพแข็งแรง

แม้จะมีเทคโนโลยีเช่นนั้น ในทุก ๆ วัน ก็ยังมีเด็กกว่า 400 คน ลืมตาดูโลกขึ้นมาพร้อมกับเชื้อ HIV ติดตัวแต่กำเหนิด ซึ่งทาง RED ก็ได้ตั้งเป้าว่า จะทำวิธีการดังกล่าวมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และทำให้เด็กทุกคนที่มีโอกาสติดเชื้อ HIV จากมารดา เกิดมาพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดจากเชื้อในที่สุด

RED มุ่งเน้นแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

พวกเขาช่วยเหลือคนเหล่านี้ไปพร้อมกับการให้ความรู้ที่ถูกต้อง และ RED ยังให้ความสำคัญกับการลดจำนวนของเด็กเกิดใหม่ที่มีเชื้อ HIV เมื่อจำนวนของเด็ก ๆ เหล่านี้ลดลง นั่นหมายความว่าอัตราการแพร่กระจายของเชื้อก็จะลดลงด้วยเช่นกัน ปัจจุบันเราอาจจะยังไม่มีวิธีรักษาที่ดีที่สุด แต่ก็ฝากความหวังกับเด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่เกิดมาว่าพวกเขาจะมีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่ต้องทนสู้กับโรคร้ายเหมือนกับที่พ่อและแม่ของเขาต้องพบเจอ

113_mothers

Apple หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ RED มาตั้งแต่ต้น

ความสัมพันธ์ของ Apple กับ RED เริ่มตั้งแต่สมัย Steve Jobs โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งที่เป็นที่จดจำคือ iPod รุ่นพิเศษ U2 ที่มีลายเซ็นของนักร้องวง U2 อยู่ด้านหลัง และเงินรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้จากการขาย iPod รุ่นนี้บริจาคให้ RED นับว่าเป็นสินค้า RED ตัวแรก ๆ ของ Apple

แต่ก็มีเรื่องน่าขำเล็กน้อย โดยปกติแล้ว สินค้าที่เข้าร่วมโครงการนี้จะนำโลโก้ของบริษัท มาอยู่ในวงเล็บ แล้วตามด้วยคำว่า RED ข้างหลัง แต่ Jobs ไม่ต้องการเห็นโลโก้แอปเปิลแทรกอยู่กับสินค้าหรือแบรนด์ใด ๆ ซึ่งทั้งคู่ใช้เวลาเถียงกันอยู่นาน จนสุดท้าย Jobs ยอมแต่แทนที่จะเป็นโลโก้แอปเปิล แต่กลับให้ใช้คำว่า “(Product) RED” อยู่ข้างล่างโลโก้แอปเปิลใน iPod Nano (Gen 4) เมื่อปี 2006 และสินค้าจะวางขายเฉพาะในร้านค้า Apple online เท่านั้น

มาถึงตรงนี้เราก็น่าจะได้รู้จักกับโครงการ RED กันไปแล้ว ท่านใดที่ได้ฟังเรืองราวดี ๆ ของโครงการนี้แต่อาจจะไม่ต้องการที่จะซื้อสินค้าใด ๆ ทาง RED ก็ได้เปิดหน้าเว็บสำหรับรับบริจาคเงินผ่านทางบัตรเครดิตได้ ที่ red.org/donate ซึ่งเราสามารถเลือกจำนวนที่เราต้องการจะบริจาคเองได้ด้วย แล้วแต่กำลังของเรา

หรือใครที่กำลังสนใจสินค้า Apple สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์นี้แล้วล่ะก็ สามารถเข้าไปชมได้ที่ apple.com/th/product-red เพื่อเลือกชมสินค้าต่าง ๆ ได้ โดยราคาของสินค้าพวกนี้ก็จะเท่ากับของปกติไม่มีการอัพราคาใด ๆ

 

 

เรียบเรียงโดย – ทีมงาน MacThai

ขอบคุณคำอธิบายเรื่อง AIDS ฉบับเข้าใจง่ายจาก @MLEN_HQ

About Nutn0n

เด็กธรรมดาที่ชื่นชอบวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และแอปเปิล
ใช้เวลาไปกับการเขียนโค้ด และชอบออกการแบบ
Blog - Nutn0n.com | Twitter - @Nutn0n

Leave a Reply