วันที่: 04/02/2017 | หมวด: Apple, Featured, iOS, News | แท็ก: , , , , ,

เรื่องมีอยู่ว่า มีคดีฟ้องร้องกันที่ศาลแคลิฟอร์เนีย โดยจำเลย Christina Grace ได้กล่าวหาว่าเมื่อปี 2014 แอปเปิลตั้งใจทำให้ FaceTime ใช้งานบน iOS 6 ไม่ได้ เพื่อบังคับให้ผู้ใช้อัพเกรดเป็น iOS 7 ซึ่งทำให้แอปเปิลมีต้นทุนลดลง

ipadtwofacetimeuk-580x358

การฟ้องร้องนี้เกิดขึ้นหลังมีการค้นพบหลักฐาน จากคดี VirnetX ฟ้องแอปเปิลข้อหาละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ใช้ใน FaceTime เมื่อปี 2010 ซึ่งคดีนี้ได้สิ้นสุดเมื่อปีที่แล้ว โดยแอปเปิลยอมจ่ายค่าเสียหาย 302.4 ล้านดอลลาร์

หลักฐานดังกล่าวคืออีเมลของพนักงานแอปเปิล ที่ทำให้เห็นภาพว่า FaceTime ใช้วิธีการเชื่อมต่อสองรูปแบบ แบบแรกเป็นวิธีแบบ peer-to-peer ที่มีปัญหาละเมิดสิทธิบัตร VirnetX ส่วนอีกวิธีคือ relay method โดยส่งข้อมูลผ่านตัวกลางคือ Akamai ผู้ให้บริการเชื่อมโยงโครงข่ายรายใหญ่

ในเอกสารฟ้องร้องระบุว่า เมื่อแอปเปิลถูก VirnetX ฟ้อง ก็เริ่มปรับแก้ไขให้ FaceTime ใช้โครงข่าย Akamai มากขึ้น ซึ่งไม่ละเมิดสิทธิบัตร แต่ก็เกิดปัญหาใหม่คือต้นทุนที่แอปเปิลต้องจ่ายให้ Akamai เอง ก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

เอกสารฟ้องร้องกล่าวหาว่า พอสองวิธีเชื่อมต่อของ FaceTime บน iOS 6 ต่างมีปัญหา อันหนึ่งละเมิดสิทธิบัตร อีกอันมีค่าใช้จ่าย แอปเปิลจึงได้ออกแบบระบบเชื่อมต่อ peer-to-peer บน FaceTime ขึ้นมาใหม่ที่ไม่ละเมิดสิทธิบัตรบน iOS 7 และหาวิธีผลักดันให้ผู้ใช้อัพเกรดไปให้มากที่สุด โดยวิธีนั้นก็คือการทำให้ใบรับรองความปลอดภัยหมดอายุ ซึ่งเมื่อปี 2014 แอปเปิลก็ออก Support Document ระบุปัญหา FaceTime บน iOS 6 ไม่ได้ว่า “อัพเกรดไป iOS 7” (ข่าวเก่า: ปัญหา FaceTime บน iOS 6 จะหมดไป เมื่อคุณใช้ iOS 7)

นั่นคือข้อกล่าวหา แต่อย่างไรก็ตามมีตัวเลขน่าสนใจคืออัตราการอัพเกรดมาเป็น iOS 7 ณ ขณะนั้นเองก็สูงถึง 87% อยู่แล้วก่อนที่แอปเปิลจะประกาศปัญหา FaceTime บน iOS 6 ที่มีการกล่าวหา โดยศาลก็รับคำฟ้องและเตรียมไต่สวนต่อไป

ที่มา: Apple Insider

About arjin

Just ordinary guy who interests in IT, Social Media, Business Strategy & Investment ;)
Blog http://www.arjin.com/

Leave a Reply