การรุบคืบของ “บ้านอัจฉริยะ” จาก Amazon ด้วยกลยุทธ์ที่ตรงข้ามกับ Apple

แอปเปิลเปิดตัวแพลตฟอร์มบ้านอัจฉริยะ HomeKit มาตั้งแต่สองปีที่แล้วพร้อมกับ iOS 8 แต่ดูเหมือนความนิยมของ HomeKit นั่นยังไม่สูงมาก ในทางตรงข้าม Amazon กลับกำลังเจาะตลาดนี้แบบแรงเงียบๆ ด้วยวิธีง่ายๆ คือทำตรงข้ามกับแอปเปิล!

บางส่วนของผลิตภัณฑ์ที่รองรับ HomeKit ของแอปเปิล
บางส่วนของผลิตภัณฑ์ที่รองรับ HomeKit ของแอปเปิล

Stephen Nellis จากสำนักข่าว Reuters เขียนบทวิเคราะห์ถึงแนวทางการบุกตลาดบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ของ Amazon โดยกลยุทธ์สร้างระบบเปิด ให้นักพัฒนาสามารถทดลองทำอะไรได้มากมายที่สุด ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงข้ามกับแอปเปิล ซึ่งเลือกใช้ระบบปิด และควบคุมประสบการณ์ใช้งานมาก ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์รองรับ HomeKit ยังมีไม่มาก

เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไม Amazon ต้องตั้งใจผลักดันแพลตฟอร์มบ้านอัจฉริยะ Alexa ซึ่งมีอุปกรณ์หัวหอกอย่าง Echo ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียง นั่นก็เพราะโลกวันนี้ คนติดต่อกับ Amazon ผ่าน iPhone ของแอปเปิล ผ่าน Android, Chrome ของกูเกิล ฉะนั้นหากแพลตฟอร์มติดต่อด้วยเสียงสำเร็จ Amazon ก็จะตัดตัวกลางเดิมออกไปได้

กติกาสุดเข้มงวดของ HomeKit

แอปเปิลมีเงื่อนไขของผู้ต้องการพัฒนาฮาร์ดแวร์รองรับ HomeKit ที่ค่อนข้างเข้มงวด และนั่นน่าจะเป็นสาเหตุให้เราเห็นอุปกรณ์ HomeKit ยังไม่มาก ซึ่งแอปเปิลก็มีเหตุผลคือความปลอดภัยนั่นเอง

  • อุปกรณ์ต้องใช้ชิปเฉพาะราคาราว $2 ต่อตัว และต้องใช้ชิป WiFi, Bluetooth ตามสเปกเท่านั้น
  • อุปกรณ์ต้องผลิตจากโรงงานที่แอปเปิลรับรองเท่านั้น
  • อุปกรณ์ต้องส่งให้แอปเปิลตรวจสอบมาตรฐาน ซึ่งใช้เวลาราว 3-5 เดือน และไม่มีการเปิดเผยขั้นตอนทดสอบ

ระบบเปิดของ Amazon

ในทางตรงข้าม หากนักพัฒนาต้องการทำอปุกรณ์บนแพลตฟอร์ม Alexa ของ Amazon นั้นกลับง่ายกว่ามาก

  • บริษัทผู้ผลิตต้องส่งโค้ดให้ Amazon ตรวจสอบ
  • ไม่มีข้อกำหนดเรื่องโรงงานหรือชิปเฉพาะตัว
  • ต้องผ่านการทดสอบมาตรฐาน แต่สามารถใช้บริษัทภายนอกได้
  • ขั้นตอนทั้งหมดสามารถทำเสร็จได้ภายใน 10 วัน
Echo อุปกรณ์ที่ใช้แพลตฟอร์ม Alexa ของ Amazon
Echo อุปกรณ์ที่ใช้แพลตฟอร์ม Alexa ของ Amazon

ด้วยความแตกต่าง ทำให้ตอนนี้มีอุปกรณ์ที่รองรับ Alexa จำหน่ายแล้วกว่า 250 รายการ และยังอ้างยอดขายรวมมากกว่า 10 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตามแอปเปิลก็มีอุปกรณ์รองรับ HomeKit จำหน่ายอยู่แล้วราว 100 รายการ โดยไม่มีการเปิดเผยยอดขาย แต่ด้วยความเร่งของ Amazon ตัวเลขนี้ก็น่าจะทิ้งห่างกันออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้ายแล้ว แม้ Amazon จะไม่ได้ออกมารองรับเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานแบบที่แอปเปิลกล่าว ก็ต้องดูกันต่อไปว่ากลยุทธ์ของใครจะจุดติดตลาดได้ก่อนกันนั่นเอง

ที่มา: Reuters