วันที่: 12/01/2017 | หมวด: Apple, Featured, iPhone, News, Steve Jobs | แท็ก: , , ,

ยังคงอยู่กับเรื่องราวของ iPhone ครบรอบสิบปี คราวนี้เป็นบทสัมภาษณ์ Tony Fadell เจ้าของฉายาบิดาแห่ง iPod ซึ่งเขาเองก็อยู่ในโครงการพัฒนา iPhone รุ่นแรกด้วยเช่นกัน ได้บอกเล่าเรื่องราวในคราวนั้น

Tony Fadell

ต่อยอดจาก iPod

Fadell บอกว่าในวันที่ iPod เป็นสินค้าสุดฮิตของแอปเปิล ทุกคนในแอปเปิลมองว่า iPod สามารถพัฒนาไปได้ไกลมากกว่านี้ มันรองรับวิดีโอ เล่นเกมได้ ขณะที่โครงข่ายข้อมูลโทรศัพท์มือถือกำลังพัฒนามาในจุดที่เหมาะสม แนวทางของแอปเปิลสำหรับ iPhone จึงเป็นการต่อยอดจาก iPod ต่างจากไมโครซอฟต์ที่เลือกทำใหม่ทั้งหมด

iPhone ในตอนแรกมีการออกแบบหลายดีไซน์ และดีไซน์หนึ่งก็คือการรักษา Click-Wheel จาก iPod ไว้ ซึ่งก็เพิ่งมีภาพหลุดเปิดเผยออกมา แน่นอนว่าดีไซน์นี้ไม่ถูกใช้งาน “มันดูโบราณมาก ใช้ยากด้วย”

ภาพหลุด iPhone รุ่นที่เลือกใช้ Click-Wheel ในการใช้งาน

ภาพหลุด iPhone รุ่นที่เลือกใช้ Click-Wheel ในการใช้งาน

นอกจากโครงการ iPhone ในตอนนั้น อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการลองพัฒนาแต่ไม่ได้ใช้จริงคือ Mac แบบจอสัมผัส Multi-Touch ซึ่งดีไซน์รุ่นแรกนั้นขนาดใหญ่เท่าโต๊ะปิงปองเลย “สตีฟ จ็อบส์โชว์ Mac รุ่นนี้ให้ผมดู แล้วบอกว่าเราต้องทำ iPod จอสัมผัสได้แล้ว”

แม้แต่ในงานเปิดตัว iPhone ยังมีการล้อเลียนเรื่องนี้

แม้แต่ในงานเปิดตัว iPhone ยังมีการล้อเลียนเรื่องนี้

พลาดทำข้อมูลหลุด

Fadell เล่าถึงความผิดพลาดสองคราในช่วงการพัฒนา ทุกคนทราบดีว่าสตีฟ จ็อบส์นั้นต้องการให้โครงการ iPhone เป็นความลับขั้นสูงสุด ใครแพร่งพรายโทษคือไล่ออกสถานเดียว แล้ว Fadell ก็พลาดถึงสองครั้ง แต่โชคดีที่ไม่รุนแรง

เขาบอกว่าครั้งแรกทีมงานเดินทางไปที่สวีเดน เพื่อศึกษาการพัฒนาอุปกรณ์โทรศัพท์ (ในตอนนั้นแอปเปิลไม่มีความรู้ด้านนี้) พวกเขาได้ข้อมูลและจดใส่สมุดไว้ แต่แล้ววันหนึ่ง รถยนต์ของทีมงานที่จอดอยู่ ถูกขโมยบุกเข้าไปค้นและเอาของในรถไป รวมถึงข้อมูลการศึกษาเรื่องโทรศัพท์ด้วย “อย่างน้อยคนที่ขโมยก็ได้ข้อมูลว่าเราเตรียมพัฒนาโทรศัพท์อยู่ แต่ก็แค่นั้น”

ความผิดพลาดครั้งที่สองของ Fadell นั่นคือเขาลืมเครื่องต้นแบบ iPhone ที่พัฒนาไว้บนเครื่องบินขณะลงจอด โชคดีที่เขารู้ตัวตอนเดินเข้าสนามบิน และขอให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยค้นหาสิ่งของ แบบที่บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แล้วก็พบว่าตกอยู่ในช่องระหว่างที่นั่ง

การถกเถียงเรื่องคีย์บอร์ด

Fadell เล่าถึงช่วงที่ทีมพัฒนา iPhone ถกเถียงกันว่าควรใส่คีย์บอร์ดลงไปหรือไม่ เขาบอกว่าการหารือกินเวลานานกว่า 4 เดือน และเป็นช่วงที่เลวร้ายมาก จนสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งสนับสนุนไอเดียใส่คีย์บอร์ดลงในหน้าจอสัมผัสต้องลั่นวาจาว่า “ใครไม่เห็นด้วยกับผม ก็ขอเชิญออกจากห้องนี้ไปซะแล้วไม่ต้องกลับมา จนกว่าคุณจะเห็นด้วยกับผม” เรื่องจึงยุติ (แบบที่ทีมงานหลายคนก็ค้างคาใจ)

พอเวลาผ่านมาตอนนี้ ก็คงได้คำตอบแล้วว่าวิธีไหนกันแน่ที่ถูกต้อง

สตีฟ จ็อบส์ พูดถึงคีย์บอร์ดบนสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ

สตีฟ จ็อบส์ พูดถึงคีย์บอร์ดบนสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ

โครงการ Stylus แบบลับๆ

ถัดจากคีย์บอร์ด อีกปัญหาที่ทีมพัฒนา iPhone ถกเถียงกันอย่างมากก็คือมันควรมี Stylus หรือไม่? ซึ่งก็เช่นเคย นั่นคือจ็อบส์ไม่ต้องการให้มีสไตลัส แต่ Fadell เล่าว่า ในตอนนั้นเขาเชื่อมั่นมากว่า iPhone ต้องมีปากกาสำหรับใช้เขียน เขาจึงตั้งทีมลับเพื่อพัฒนา Stylus สำหรับ iPhone ขึ้นมา โดยไม่ให้สตีฟ จ็อบส์รับรู้

Fadell บอกว่า หลายครั้งความคิดของจ็อบส์ก็ใช่ว่าจะถูกต้อง แต่ด้วยวิธีการบริหารทำให้ทีมงานไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง และทางเดียวที่จะเอาชนะได้ก็คือพัฒนาโครงการเหล่านี้ลับๆ แล้วค่อยไปนำเสนอเมื่อเสร็จสมบูรณ์ ซึ่ง Fadell เคยทำแบบนี้ครั้งหนึ่งตอนพัฒนา iPod ให้ใช้งานร่วมกับพีซีได้ และสุดท้ายก็ทำให้จ็อบส์เชื่อได้ว่า iPod ต้องใช้งานบนพีซีได้จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะบน Mac

สุดท้ายแล้ว Fadell ก็ไม่ได้ทำเสนอ Stylus ให้จ็อบส์ แต่เมื่อปี 2015 ทิม คุกก็ได้เปิดตัว Apple Pencil ออกมาจนได้

Stylus เป็นอีกสิ่งที่จ็อบส์พูดในงานเปิดตัว ว่ามันไม่จำเป็น

Stylus เป็นอีกสิ่งที่จ็อบส์พูดในงานเปิดตัว ว่ามันไม่จำเป็น

เมื่อเขาหัวเราะเยาะ เราก็หัวเราะดังกว่า

ในวันเปิดตัว iPhone รุ่นแรก มีวาทะเด็ดออกมามากมายจากบรรดาคู่แข่งสมาร์ทโฟนในตอนนั้น Fadell บอกว่าส่วนหนึ่งก็เพราะ iPhone ที่เดโมตอนนั้น “ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก” สื่อมวลชนไม่ได้ลองเล่นของจริง ข้อมูลจึงถูกนำเสนอแบบมีแต่เครื่องหมายคำถาม

Fadell บอกว่าคู่แข่งหลายคนหัวเราะเยาะเรา แต่สตีฟ จ็อบส์ก็ได้ให้กำลังใจทีมงานว่า เมื่อใดที่คู่แข่งและสื่อมวลชนพร้อมใจหัวเราะเยาะในสิ่งที่เราทำ นั่นแหละแปลว่า “เราตีถูกจุด” แล้ว

และ 10 ปีผ่านไป ก็พิสูจน์ว่า iPhone ตีถูกจุดจริงๆ

ที่มา: BBC

52786_article_full

About arjin

Just ordinary guy who interests in IT, Social Media, Business Strategy & Investment ;)
Blog http://www.arjin.com/

Leave a Reply