4 ช่องทางซื้อแอพ, หนัง, เพลงจาก iTunes Store และสมัคร Apple Music โดยไม่ใช้บัตรเครดิต

apple_music_itunes_no_credit_cards

ปัจจุบันผู้ใช้สินค้า Apple ในไทยเริ่มที่จะหันมาอุดหนุนของแท้กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแอพ, เพลง, หนัง ฯลฯ และปัญหาที่หลายคนพบเหมือน ๆ กัน ก็คือการไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งเป็นอุปสรรคในการซื้อสินค้าผ่าน iTunes Store

ปัจจุบัน บริการหลายอย่าง ต่างก็สามารถใช้งานแทนบัตรเครดิตได้ต่างก็เกิดขึ้นเยอะมากมาย ทำให้การจะหาสิ่งทดแทนบัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว ซึ่งทีมงาน MacThai ก็มีวิธีมาแนะนำด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

1. บัตรเดบิต

ปัจจุบัน ผู้ใช้หลายคนอาจจะเลือกใช้บัตรเดบิตเป็นบัตรเอทีเอ็มแล้ว ซึ่งบัตรเดบิตนอกจากใช้ในการกดเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ก็ยังสามารถใช้เป็นบัตรสำหรับซื้อสินค้าออนไลน์ได้เช่นกัน โดยวิธีใช้คือดูหน้าบัตรว่ามีโลโก้ Visa หรือ MasterCard อยู่หรือไม่ ถ้ามีก็เป็นบัตรเดบิต (บางธนาคารอาจจะมีโลโก้แต่ตัวบัตรไม่ใช่เดบิตก็ได้ ต้องตรวจสอบกับธนาคารอีกครั้ง)

วิธีใช้บัตรเดบิตก็เหมือนบัตรเครดิต คือนำเลขบัตรและ CVV ด้านหลังบัตรใส่เข้าไป iTunes Store จะทดสอบหักเงิน ถ้าไม่มีปัญหาก็ใช้งานได้ตามปกติเลย โดยเมื่อมีการซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิต ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีที่ผูกกับบัตรใบนั้น โดยไม่มีการส่งบิลมาเก็บเงินเหมือนกับบัตรเครดิต

ทั้งนี้ บัตรเดบิตจากบางธนาคารอาจจะไม่ได้เปิดให้ใช้จ่ายเงินออนไลน์เป็นค่าเริ่มต้น ควรสอบถามธนาคารเจ้าของบัตรเดบิตก่อนครับ

AW_KMYdebit final Create

2. บัตรสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ จากธนาคาร

สำหรับผู้ที่มีเฉพาะบัญชีเงินฝากธนาคารแต่ไม่ได้ทำบัตรเอทีเอ็ม ธนาคารหลายแห่งจะมีบัตรไว้สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ด้วย สามารถเลือกเปิดได้ตามความสะดวก เช่น

  1. ธนาคารกสิกรไทย – K-Web Shopping Card (บัตรเดบิต)
  2. ธนาคารกรุงไทย – KTC Virtual Credit Card (บัตรเครดิต)

เมื่อผู้ใช้เลือกเปิดบัตรด้วยวิธีนี้ จะไม่ได้บัตรตัวจริงมา แต่จะได้มาเฉพาะเลขบัตรและ CVV ผู้ใช้ก็เพียงนำเลขใส่เข้าไปใน iTunes Store ซึ่งวิธีการหักเงินแนะนำให้ผู้ใช้ลองตรวจสอบกับธนาคารผู้ให้บริการดูครับ

macthai-review-wallet-by-truemoney-13

3. บัตรเดบิตจากผู้ให้บริการกระเป๋าเงินเสมือน

ปัจจุบันผู้ให้บริการกระเป๋าเงินเสมือนต่างก็เกิดขึ้นในประเทศไทยมากมาย เช่น TrueMoney Wallet, AIS mPAY, Paysbuy, Deep Pocket, AirPay ฯลฯ ซึ่งผู้ให้บริการกระเป๋าเงินเสมือนหลายราย จะมีบริการจ่ายบิล รวมถึงบริการบัตรเดบิตสำหรับใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ด้วย

ข้อดีของบัตรเดบิตจากกระเป๋าเงินเสมือนนี้ คือเราไม่ได้ใช้เงินจากบัญชีโดยตรง ดังนั้นเมื่อเราต้องการคุมค่าใช้จ่าย ก็แค่เติมเงินเข้าไปในกระเป๋าเงิน และหากโดนแฮกเลขบัตร ก็จะไม่เกิดความเสียหายมากนัก เนื่องจากบัตรไม่ได้หักจากบัญชีธนาคารโดยตรง รวมถึงตัวบัตรทุกอย่างสามารถจัดการได้ผ่านเว็บและแอพ ไม่ว่าจะทำการยกเลิกหรือเปิดใช้งาน

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้บัตร TrueMoney Wallet ในการผูกกับบัญชี iTunes Store เพื่อซื้อของ สามารถเข้าไปดูวิธีทำได้ที่ รีวิว: Wallet by truemoney อีกช่องทางซื้อของออนไลน์ง่ายสุดๆ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เมื่อผู้ใช้เลือกเปิดบัตรเดบิตด้วยวิธีนี้ บางบริการจะมีทั้งบัตรจริงและบัตรเสมือน ซึ่งสามารถใช้งานกับ iTunes Store ได้ทั้งคู่ ผู้ใช้เพียงใส่เลขบัตรและ CVV เข้าไปและ iTunes Store จะทดสอบหักเงิน ถ้าไม่มีปัญหาก็สามารถใช้งานได้ตามปกติเลย โดยเมื่อมีการซื้อสินค้า เงินจะถูกหักออกจากกระเป๋าเงินเสมือนโดยไม่รบกวนบัญชีธนาคาร

ผู้ให้บริการบัตรเสมือนปัจจุบันนั้นมีหลายเจ้าที่ทำขึ้นมาแข่งกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีความสะดวกในแต่ละแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าใครสะดวกกับการใช้งานของเจ้าไหน ก็สามารถเลือกใช้ได้ครับ

truemoney-on-app-store

อัพเดต 30 สิงหาคม 2560: TrueMoney สามารถใช้กับ App Store โดยตรงได้แล้วครับ สามารถเข้าไปที่ช่องบัตรเครดิตแล้วเลือก TrueMoney ได้เลย

trueyou-mastercard

4. บัตรจากบริการต่าง ๆ ที่สามารถใช้จ่ายได้

นอกจากการเปิดบัตรจากบริการต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว ผู้ใช้หลายคนอาจจะเคยใช้บริการต่าง ๆ ซึ่งมีบัตรที่แถมมากับบริการเป็น Visa หรือ MasterCard ซึ่งบัตรเหล่านี้ หลายครั้งก็สามารถใช้งานซื้อแอพได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างของบัตร เช่น

  1. บัตร TrueYou ซึ่งมีทั้ง Red Card และ Black Card บัตรสำหรับผู้ใช้บริการทรูที่มียอดการใช้งานตามที่ทรูกำหนด (เงินผูกกับ TrueMoney Wallet)
  2. บัตร KTB Cash Card ที่มาพร้อมกับ M-Pass ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติของกรมทางหลวง

ทั้งนี้ ผู้ที่จะใช้งานบัตรดังกล่าว ควรสอบถามกับบริษัทหรือธนาคารเจ้าของบัตรก่อนว่าสามารถใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเหล่านั้นได้หรือไม่

บัตรเหล่านี้ ส่วนมากจะเป็นบัตรจริง แต่วิธีการเติมเงินเพื่อเข้าใช้บริการ และการหักเงินจะแตกต่างกันไปตามระบบของบัตรแต่ละใบ ผู้ใช้จึงควรสอบถามผู้ให้บริการบัตรก่อนครับ

security_advice_icon_large_2x

ก่อนจบ อย่าลืมความปลอดภ้ย

การใช้จ่ายเงินออนไลน์ แม้จะสะดวกรวดเร็ว แต่การใช้งานทุกครั้งย่อมมีความเสี่ยงหากผู้ใช้ได้ใช้งานไม่ถูกวิธี และแม้ว่าระบบจะมีความปลอดภัยสักเพียงใด แต่ถ้าผู้ใช้ไม่มีความรู้ความเข้าใจก็เกิดปัญหาได้ ดังนั้นผู้ใช้ควรจะปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายออนไลน์ปลอดภัยยิ่งขึ้น

  1. จำกัดวงเงิน หรือเติมเงินลงในบัตรแต่พอใช้
  2. ใส่เลขบัตรเครดิตหรือ CVV เมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่บ้านหรือเชื่อมต่อ 3G, 4G เท่านั้น อย่าใส่ตอนเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ
  3. อย่าเก็บเลขบัตรและ CVV ไว้ในแอพ Notes หรือแอพอื่น ๆ รวมถึงอย่าถ่ายภาพเก็บไว้ (ถ้าเคยทำแล้วให้รีบลบทิ้งซะ) ถ้าจะใช้ให้หยิบบัตรขึ้นมาดูเลข หรือเปิดแอพของบริการนั้น ๆ แล้วดูเลข
  4. ห้ามให้เลขบัตรหรือ CVV กับคนอื่นเป็นอันขาด
  5. อย่าให้รหัสผ่าน Apple ID กับคนอื่น
  6. เปิดใช้ระบบแจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่าน SMS เพื่อให้ทราบอย่างทันท่วงทีเมื่อมีการใช้จ่าย
  7. หมั่นตรวจเช็คบันทึกการใช้จ่าย หากพบความผิดปกติให้รีบตรวจสอบทันที

:: สรุป ::

ปัจจุบัน บริการทางการเงินต่าง ๆ มีให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หรือบริการทางเลือกต่าง ๆ ที่ใช้การเติมเงินล้วน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องผูกบัญชีธนาคารเลยก็มี ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้บริการได้ตามความสะดวก

เมื่อเรามีช่องทางที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกซื้อแอพ, หนัง, เพลงได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าเราซื้อของแท้ เงินที่จ่ายไปก็จะไปถึงผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์จริง ๆ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีออกมาให้เราได้ซื้อหากันต่อไปครับ

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai