iFixit ชำแหละ !! MacBook Pro 13″ รุ่น Touch Bar ให้ความยากในการแกะ 1/10 ยากขั้นสุด

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-featured

หลังจากที่ MacBook Pro 2016 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อม Touch Bar แอปเปิลเริ่มส่งถึงมือผู้ที่สั่งซื้อออนไลน์แล้ว ล่าสุดตามธรรมเนียม iFixit เจ้าเดิมได้ทำการชำแหละชิ้นส่วนทั้งหมดของ MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นที่มี Touch Bar มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

  • ยืนยันแล้ว SSD, RAM, CPU ทั้งหมดถูกยึดติดกับเมนบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดหรือเปลี่ยนภายหลังได้แล้ว เพราะฉะนั้นก่อนซื้อควรคำนวณคิดหน้าคิดหลังให้ดี ว่าเราจะใช้กี่ไป คุ้มมั้ย ต้องอัพเกรดมั้ย

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-3

  • แบตเตอรี่แบ่งออกเป็น 5 ก้อน โดยถูกยึดติดกับเคสแบบแน่นหนามาก แบตบวมที่คงต้องยก MacBook Pro ไปที่ศูนย์อย่างเดียว ยิ่งไปกว่านั้นแบตมีขนาดเล็กกว่า MacBook Pro รุ่นที่ไม่มี Touch Bar เล็กน้อย และมีน้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่องเบากว่าประมาณ 20 กรัม

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-1

  • Touch ID เป็นปุ่มแบบ Physical ที่ทำด้วยกระจก Sapphire เหมือนกับปุ่มโฮมบน iPhone นั่นหมายความว่า Touch ID เป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องด้วยนั่นเอง ซึ่งเชื่อมต่อกับชิป T1 บน Logic Board ถ้าปุ่มพังส่งเข้าศูนย์แอปเปิลอย่างเดียว

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-6

  • สายเคเบิลที่เชื่อมระหว่างเมนบอร์ดกับ Touch Bar ซ่อนอยู่ใต้เมนบอร์ด ทำให้สามารถแกะ Touch Bar ยากขึ้นไปอีกหลายเท่า
  • ลำโพงในรุ่น 13″ ไม่ได้อยู่ตรงช่องลำโพงข้างคีย์บอร์ด (สีเหลี่ยมสีแดง) แต่กลับอยู่ตรงจะอยู่ด้านข้าง Trackpad (สีเหลี่ยมสีส้ม) นั่นหมายความว่าช่องลำโพงมีไว้ทำหลอก ๆ เท่านั้น

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-4

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-2

  • Trackpad สามารถแกะออกมาโดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่
  • Touch Bar เป็นส่วนที่แกะยากมาก และอาจจะทำให้หน้าจอแตกได้

ifixit-macbook-pro-2016-touch-bar-13-7

สุดท้าย iFixit ได้ให้คะแนนความยากในการซ่อม MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นที่มี Touch Bar เพียง 1 เต็ม 10 เท่านั้น (คะแนนยิ่งน้อย ยิ่งแกะซ่อมยาก)

 

ที่มา – iFixit