บทวิเคราะห์ MacBook Pro พร้อม Touch Bar: ไม่ใช่กิมมิค ไม่ใช่ของเล่นใหม่ แต่มาแทน function key

touch_bar_article

เมื่อ MacBook Pro รุ่นล่าสุดเปิดตัวแล้ว หลายคนอาจจะสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง พร้อมเสียงวิจารณ์ต่าง ๆ กัน แต่ที่แน่นอนคือ Apple เลือกที่จะตัด function key ดั้งเดิมซึ่งอยู่กับเรามานับสิบปีออกไป และแทนที่ด้วย Touch Bar ถือเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดใน MacBook Pro รุ่นนี้

หลังจากที่ทีมงาน MacThai ได้อ่านรีวิวแบบ hands-on จากเว็บไซต์ต่างประเทศที่ได้ไปสัมผัสแล้ว ก็จะมาบอกเล่าพร้อมวิเคราะห์กันว่า สรุปแล้ว Apple กำลังทำอะไรกันแน่?

Touch Bar คืออะไรกันแน่

Touch Bar คือสิ่งที่มาแทน function key ดังนั้น Touch Bar จึงไม่ใช่สิ่งที่ “ใหม่” เพราะฟีเจอร์บางอย่าง สามารถกดได้จากคีย์ F1-F12 แต่เชื่อเถอะว่าน้อยคนนักที่จะจำคีย์เหล่านั้น และคีย์เหล่านี้ก็อยู่กับเรามานานเหลือเกิน (ลองถามตัวเองดูว่า ตั้งแต่จับคอมพิวเตอร์มา ใช้คีย์ F1-F12 กี่ครั้ง กี่โปรแกรม)

Apple เคยคิดจะไม่สนใจคีย์เหล่านี้ และผลลัพธ์ก็ออกมาในการเปลี่ยนจาก F1-F12 ให้เป็นฟังก์ชันที่ถูกซ่อนไว้ แทนที่ด้วยคีย์ควบคุมระบบต่าง ๆ ที่เห็นกันในคีย์บอร์ด Mac ปัจจุบัน แต่ Apple ก็ดูเหมือนจะยังไม่พอใจกับพื้นที่เหล่านั้น เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นตัวควบคุมระบบ แต่ก็ไม่ได้ใช้งานเยอะเท่าที่ควรจะเป็น การติดต่อระหว่างผู้ใช้กับโปรแกรมส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นเมาส์มากกว่า และการลากเมาส์ไป ๆ มา ๆ ในโปรแกรมจอใหญ่ เครื่องมือเยอะ ๆ นั้นเสียเวลามาก

Apple เลือกที่จะคิดใหม่ทำใหม่ โดยตัดฟังก์ชันคีย์ทิ้งทั้งหมด ทำเป็นจอใหม่ขนาดยาว ๆ เรียกว่า Touch Bar และเนื่องจากว่ามันเป็นจอ จึงสามารถใช้ multi-touch ได้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตามความต้องการ หรือจะให้เป็น function key แบบเดิมเลยก็ได้

apple-macbookpro-3

Touch Bar ไม่ใช่จอที่สอง

ลองนึกสภาพว่า คุณกำลังทำงานอยู่ในโปรแกรมที่ต้องใช้เครื่องมือเยอะ ๆ แล้วการที่จะต้องลากเมาส์ไป ๆ มา ๆ ในแถบเครื่องมือ ไม่ใช่สิ่งที่น่าปรารถนา และคงจะดีไม่น้อยถ้าเกิดว่าเครื่องมือที่กำลังต้องการมาปรากฎตรงหน้า Touch Bar จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์นั้น

ในเอกสารของ Apple ก็แจ้งว่าให้นักพัฒนามอง Touch Bar เป็น “อุปกรณ์อินพุต” ไม่ใช่จอที่สอง หรือจอขนาดเล็ก และพยายามใส่สิ่งที่จะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องดึงความสนใจจากจอลงมา รวมถึงแนะนำว่า shortcut ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้เคยชินกับมัน เช่น cut, copy, paste ไม่ต้องใส่เข้ามา

สรุปได้ว่า ในแนวทางของ Apple ที่วางไว้คือ Touch Bar ไม่ใช่จอที่สอง ไม่ใช่อุปกรณ์แสดงผล แต่เป็นอุปกรณ์อินพุตที่ปรับเปลี่ยนเครื่องมือตามความต้องการ และตามสถานการณ์

apple-macbookpro-2

Touch Bar ไม่ใช่กิมมิคทางการตลาด

สิ่งที่เปิดตัวครั้งแรกของ Apple บางครั้งก็ไม่ได้ดูว้าว แต่จะเริ่มเห็นประโยชน์มากขึ้นเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ และมีแอพที่รองรับมากขึ้น เช่น จอ Retina display, Touch ID และ Touch Bar ก็อาจเป็นฟีเจอร์ในกลุ่มนั้น

หลังจากที่สื่อนอกได้เริ่ม hands-on หรือว่าได้จับเครื่องตัวจริงมาแล้ว ส่วนใหญ่ให้ความเห็นตรงกันว่า Touch Bar นั้นทำงานได้ดี ไม่ใช่แค่กิมมิคแน่นอน แถมยกไปเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่เป็นจอลักษณะเดียวกันในโน๊ตบุคยี่ห้ออื่น และบอกว่า Touch Bar ทำได้ดีกว่ามาก แอพรองรับเยอะ

การที่ Apple ออก guideline สำหรับนักพัฒนา แสดงว่าฟีเจอร์นี้ต้องมีความสำคัญ Touch Bar จึงไม่ใช่ฟีเจอร์กะโหลกกะลา แต่ในอนาคตจะน่าจะถูกปรับปรุงอีกมาก (หรือฟีเจอร์นี้ สถานะปัจจุบันอาจจะเป็นกิมมิคไปก่อน แต่ในอนาคตมันคงไม่ใช่)

touch_bar_2x

ใน guideline นี้ Apple แจ้งไว้ว่าในแต่ละแอพ ตัวคอนโทรลของแอพจะอยู่ตรงกลาง ซ้ายสุดจะเป็น System button ที่ระบบเลือกให้ (ส่วนใหญ่มักจะเป็น Esc) และฝั่งขวาเป็นตัวคอนโทรลต่าง ๆ เช่น Siri, เพิ่มลดเสียง, เปิดปิดบลูทูธ ฯลฯ ส่วนกลางเท่านั้นที่จะให้แอพ

เหตุผลที่ Apple ต้องจำกัดแอพเอาไว้ให้ใช้เฉพาะส่วนหนึ่งของ Touch Bar เท่านั้น เพราะว่าการควบคุมในระบบเป็นสิ่งจำเป็น และระบบจะต้องเป็นผู้เลือกว่าอะไรควรจะแสดง

นอกจากนี้ Touch Bar ไม่ได้ควบคุมอยู่บน macOS แต่ใช้ชิพแยก Apple T1 ควบคุมผ่าน OS ดัดแปลง เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟสบน macOS อีกที ดังนั้น Touch Bar จึงทำงานได้ค่อนข้างอิสระ และในอนาคตก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้อีกเยอะ

surfacedial_5_featurepanelrightalign_v1

Touch Bar vs. Surface Dial

Touch Bar นั้นจะต้องถูกยกไปเปรียบเทียบกับ Surface Dial หรือเจ้าตัวหมุน ๆ ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ Surface Studio แน่นอน เพราะว่าด้วยระยะเวลาเปิดตัวที่ห่างกันแค่วันเดียวเท่านั้น

เสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็แตกต่างกันไป แม้ส่วนมากคนวิจารณ์จะเห็นแค่ภาพแต่ยังไม่เคยสัมผัสจริงก็ตาม ซึ่งทีมงานเราคงจะไม่เทียบว่าอะไรดีหรือไม่ดี แต่จะเทียบว่า วัตถุประสงค์ของอุปกรณ์ทั้งสองต่างกันอย่างไร

ในฐานะที่ Touch Bar และ Surface Dial เป็นเหมือนกันคือทั้งสองต่างก็เป็น “อุปกรณ์อินพุต” คือใช้สำหรับการป้อนข้อมูลเข้ากับคอมพิวเตอร์ แต่ในความเหมือนก็ยังคงมีความต่าง

Surface Dial เป็นอุปกรณ์อินพุต “แบบใหม่” ซึ่งแตกต่างกับ Touch Bar ที่มาแทน function key ส่วนในแง่ความจำเป็น Apple เลือกที่จะให้ Touch Bar เป็น “อุปกรณ์หลัก” ของ Mac ในขณะที่ Surface Dial ถูกวางไว้ในสถานะ “อุปกรณ์เสริม” ซึ่งสำหรับ Surface Dial ถ้าเกิดได้รับความนิยมมาก อาจกลายเป็นอุปกรณ์หลักก็เป็นได้ (แต่ในสถานะปัจจุบันก็คงจะเป็นอุปกรณ์เสริมไปก่อน)

ส่วนในแง่ว่าอุปกรณ์ไหนจะชนะและคู่ควรกับการเป็นอุปกรณ์อินพุตต่อไป สำหรับทีมงานแล้วคิดว่าทั้งสองอุปกรณ์น่าจะอยู่ด้วยกันไปได้ เพราะทั้งคู่ก็มีจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ชนะและผู้แพ้

ApplePaySplashSA_GEO@2x.png

Touch Bar สิ่งแทนจอสัมผัส

Touch Bar คือสิ่งที่เอาไว้ใช้สำหรับการแทนที่จอสัมผัสบน Mac เนื่องจาก Apple ยังไม่ได้มีการทำ Mac จอสัมผัส และให้เหตุผลว่าการสัมผัสควรจะอยู่ในที่ที่นิ้วควรจะอยู่เป็นปกติ ต่างกับ Microsoft ที่ทำให้จอเป็นสัมผัสไปเลย

ดังนั้น ไม่ว่าจะฝั่ง PC หรือ Mac ต่างก็สนใจจะทำจอสัมผัส แต่วิธีการที่จะนำเสนอการสัมผัสนั้นอาจจะแตกต่างกันไป คือ Microsoft เลือกที่จะสัมผัสบนตัวจอ Apple เลือกที่จะใช้ Touch Bar

ฉะนั้น ทีมงานเชื่อว่า อีกไม่นานนัก Touch Bar น่าจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานติดมากับ Mac ทุกรุ่น แต่เนื่องจากเทคโนโลยีในตอนนี้ยังมีราคาค่อนข้างสูงอยู่ จึงใส่ไว้ในรุ่นท็อปก่อน ซึ่งก็เป็นปกติของ Apple ที่เวลา model change มักจะราคาแพงระยิบ เมื่อผ่านไปประมาณ 1-2 ปี ก็จะลดราคาลงมาในระดับที่เริ่มจับต้องได้

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน ​MacThai