เมื่อเลนส์มีรูรับแสงกว้าง ทำไม iPhone 7 Plus ต้องใช้ซอฟต์แวร์ทำภาพเบลออีก

dual-camera-iphone-7-plus

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปิดตัวมาพร้อมกับกล้องที่มีรูรับแสงเพียง f/1.8 ซึ่งถือว่าเป็นรูรับแสงที่มีขนาดกว้างมาก หลายคนก็เลยสงสัยว่า ทำไม Apple ยังต้องใช้ซอฟต์แวร์อีก แถมสงวนไว้เฉพาะ iPhone 7 Plus อีกด้วย

บทความพิเศษโดยทีมงาน MacThai ในครั้งนี้จะอธิบายให้ฟังว่า เพราะอะไร และทำไม โดยบทความนี้ออกแนวฟิสิกส์เล็กน้อย ฉะนั้นผู้อ่านควรมีความรู้พื้นฐานระดับหนึ่ง ซึ่งทีมงานจะพยายามทำให้อ่านง่ายที่สุดนะครับ

รูรับแสงคืออะไร

การถ่ายรูปมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ภาพแตกต่างกันได้มาก คือ “แสง” ซึ่งเป็นพระเอกของการถ่ายรูปเลยทีเดียว การที่เราจะควบคุมให้แสงเข้ามาก หรือเข้าน้อยถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เมื่อเรามีเลนส์ที่รูรับแสงกว้าง แสงที่จะเข้ามาเพื่อตกกระทบบนเซนเซอร์รับภาพในตัวกล้อง จะมีปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ความสามารถในการถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น

dof_lensdiagram

แล้วรูรับแสงเกี่ยวอะไรกับการทำเบลอภาพล่ะ ?

จริง ๆ แล้ว การที่ภาพหน้าชัดหลังเบลอ เรียกว่า Depth of Field หรือ DOF อธิบายหลักการง่าย ๆ คือเรื่องแสงในตอนเรียนมัธยม ซึ่งกล้องก็ใช้หลักการนั้นเช่นกัน คือกล้องจะมีเซนเซอร์สำหรับการรับภาพ เมื่อกำหนดให้ปัจจัยอื่นนอกจากรูรับแสงเท่ากันทุกอย่างแล้ว จะเห็นได้ว่า ปกติแล้วถ้าเรามองให้ภาพที่กล้องต้องการถ่ายเป็นจุด หากจุดที่ตกลงมาบนเซนเซอร์รับภาพเป็นจุดเล็ก ๆ แสดงว่าภาพนั้นเป็นภาพชัด แต่ถ้าตกลงมาเป็นจุดใหญ่ ๆ แสดงว่าภาพเบลอ

ถัดไป เมื่อเราลองบีบรูรับแสงให้แคบลง จะทำให้ปริมาณแสงที่เข้ามานั้นน้อยลง ฉะนั้น ณ ตำแหน่งของเซนเซอร์กล้อง แสงจะมีโอกาสเป็นจุดขนาดเล็กจะสูงขึ้น ดังนั้นโอกาสที่ภาพจะเกิดหน้าชัดหลังเบลอโดยที่มีรูรับแสงแคบ จึงเป็นไปได้ยากกว่า แต่รูรับแสงแคบก็มีข้อได้เปรียบกว่าอย่างหนึ่งคือภาพที่ได้จะเกิดการหลุดโฟกัสได้ยากกว่า

aperture

(ภาพจาก Flickr Patti)

ในเมื่อรูรับแสงก็กว้างแล้ว ทำไมยังต้องใช้ซอฟต์แวร์อีก ?

ปัจจัยอีกอย่างนอกจากรูรับแสงการเกิดหน้าชัดหลังเบลอ คือความห่างระหว่างฉากกับตัวแบบ ถ้าตัวแบบออกห่างจากฉากมาก จะมีโอกาสทำให้ฉากเบลอสูงกว่า แต่ถ้าตัวแบบใกล้ฉาก โอกาสที่ฉากจะเบลอก็จะมีน้อยกว่า และยังมีปัจจัยด้านเซนเซอร์อีก คือถ้าระยะระหว่างตัวแบบกับฉากเป็นเท่าเดิม แต่ถ้าเอาเซนเซอร์กล้องเข้าไปใกล้ตัวแบบได้มากกว่า ฉากหลังก็จะเบลอมากกว่า

ปัญหาของกล้องโทรศัพท์อย่างหนึ่งคือ เซนเซอร์ของตัวกล้องโทรศัพท์มีขนาดที่เล็ก จึงทำให้ปัจจัยด้านการนำเซนเซอร์กล้องเข้าไปใกล้กับตัวแบบไม่สามารถสู้กับกล้องประเภท Digital SLR ได้ เนื่องจากกล้องประเภทนั้นมีเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่ามาก การจะทำให้ฉากหลังเบลอจึงเป็นเรื่องยาก ฉะนั้นแม้ว่ากล้องโทรศัพท์จะมีรูรับแสงกว้างมาก ๆ ก็ยังไม่สามารถทำเบลอฉากหลังได้สู้กล้อง Digital SLR ได้

portrait-mode-camera-iphone-7

iPhone 7 Plus นอกจากจะมีกล้องตัวที่สองแล้ว ซอฟต์แวร์ก็ยังจะช่วยให้การถ่ายหน้าชัดหลังเบลอทำงานได้ดีขึ้น คือกล้องสองตัว จะมีหน้าที่ในการช่วยวัดระยะทางของวัตถุ (เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเป็น iPhone 7 Plus เท่านั้นที่ทำเบลอได้) และนำมาคำนวณเพื่อทำภาพเบลอ ซึ่งซอฟต์แวร์นี้ทำมาเพื่อทดแทนกล้อง iPhone ที่ไม่สามารถยัดเซนเซอร์ขนาดใหญ่เข้าไปได้

ฟีเจอร์การทำภาพหน้าชัดหลังเบลอของ iPhone 7 นี้ จากที่ดูใน keynote และที่เว็บต่างประเทศกล่าวไว้คือน่าจะใช้ได้เฉพาะการถ่ายภาพคนหรือ portrait เท่านั้น ยังไม่สามารถใช้ถ่ายภาพวัตถุหรือใช้ในโหมดวิดีโอได้แบบกล้อง DSLR ซึ่งก็ต้องรอดูว่าของจริงจะเป็นอย่างไร

อัพเดต: ฟีเจอร์ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอบน iPhone 7 สามารถใช้กับวัตถุอื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นภาพคน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก รีวิวโหมด Portrait บน iPhone 7

เรื่องกล้องของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นยังมีประเด็นที่น่าสนใจและน่ารู้อีกมาก ซึ่งทีมงาน MacThai จะพยายามนำมาให้ท่านผู้อ่านกันต่อไปนะครับ

เนื้อหาบางส่วนจาก Cambridge in Colour

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน ​MacThai