รีวิว: Apple Watch ฉบับละเอียดยิบ ทุกเรื่องต้องรู้กับนาฬิกาอัจฉริยะตัวแรกของ Apple

[vc_row][vc_column][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=””][vc_column width=”1/4″][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]Apple Watch ถือเป็นสินค้าที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเป็นสินค้าหมวดหมู่ใหม่ตัวแรกในรอบ 4 ปีของแอปเปิลแล้ว ยังถือเป็นหัวหอกในการเปิดตลาด Wearable Device หรืออุปกรณ์สวมใส่ในยุคใหม่นี้อีกด้วย

วันนี้แอปเปิลได้ฤกษ์เปิดตัว Apple Watch ให้กับผู้ใช้ชาวไทยแล้ว ในวันที่มาพร้อมกับการรองรับภาษาไทยสมบูรณ์ 100% และสามารถสั่งการด้วย Siri ภาษาไทยได้ครบถ้วน แต่สุดท้ายแล้ว Apple Watch จะเป็นนาฬิกาอัจฉริยะสมชื่อจริงหรือเปล่า ทีมงาน MacThai ได้มารีวิวให้ได้ชมกัน[/vc_column_text][/vc_column][vc_column width=”1/4″][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=””][vc_column width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/1″][vc_single_image image=”30331″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”full” style=”vc_box_shadow”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][vc_single_image image=”30406″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”left-to-right” img_size=”full”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

รู้จักกับ Apple Watch ทั้ง 3 รุ่น

 

แอปเปิลเปิดตัวนาฬิกา Apple Watch ด้วยคอนเซ็ป “Your Personal Device” ซึ่งแสดงออกถึงความเป็นตัวคุณ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีนาฬิกาหน้าตาหรีอสายแบบไหนที่เหมาะกับทุกคนได้

เพราะอย่างนั้นแอปเปิลเลยเปิดตัว Apple Watch ทีเดียวพร้อมกันถึง 3 รุ่น นั่นคือ Apple Watch, Apple Watch Sport และ Apple Watch Edition ซึ่งทั้ง 3 รุ่นก็มีหน้าจอสองขนาดคือจอเล็ก 38mm กับจอใหญ่ 42mm

ไม่ใช่แค่มีหลากหลายรุ่น แต่ยังมีหลายสายให้เลือกอีกด้วย มีการคำนวณว่ารวมแล้วเราสามารถ Mix & Match ตัว Apple Watch รุ่นต่างๆ รวมถึงสีสันต่างๆ ได้มากกว่าล้านแบบเลยทีเดียว[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][vc_column_text]

 

“Apple Watch คืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนตัวมากที่สุดเท่าที่แอปเปิลเคยสร้างมา”

– Tim Cook

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_separator color=”grey” align=”align_center”][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/3″][vc_column_text css_animation=”left-to-right”]

Apple-Watch-Sport

Apple Watch Sport

ตัวเครื่องอะลูมิเนียม พร้อมสายยางนุ่มมือ สีสันสดใส เหมาะสำหรับใส่ได้ทั้งการออกกำลังกาย และในชีวิตประจำวัน

ราคา 13,500 – 15,500 บาท

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/3″][vc_column_text css_animation=”appear”]

apple-watch-collection-milanesesmall.0

Apple Watch

ตัวเครื่องทำมาจาก Stainless Steel ขัดจนมันเงา ทนทานต่อรอยขีดข่วน เหมาะสำหรับใส่ได้ทุกโอกาสตั้งแต่เที่ยวเล่น ไปจนถึงใส่สูทออกงานพิธีการ

ราคา 20,500 – 41,500 บาท

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/3″][vc_column_text css_animation=”right-to-left”]

apple-watch-edition

Apple Watch Edition

หรูหราด้วยตัวเครื่องทำจากทองคำ 18 กะรัต มีทั้งสีทองและสีทองออกชมพู เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใส่ออกงานสังคมชั้นสูง มีความโดดเด่นเตะตา เพิ่มความภูมิฐานให้กับผู้สวมใส่

ราคา 395,000 – 660,000 บาท

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=””][vc_column width=”1/1″][vc_single_image image=”30342″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”appear” img_size=”large”][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

แกะกล่อง Apple Watch

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Apple Watch นั้นทำออกมามากถึง 3 รุ่น นั่นคือ Apple Watch Sport, Apple Watch (สแตนเลสสตีล) และ Apple Watch Edition (ทอง) ซึ่งนอกจากราคาและวัสดุจะแตกต่างกันแล้ว ตัวกล่องใส่ก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”left-to-right”]macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-050

สำหรับกล่อง Apple Watch รุ่นสแตนเลสสตีล จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ด้านบนมีพิมพ์คำว่า  Watch เอาไว้ จะเห็นว่าไม่ได้มีการระบุว่าเป็น Apple Watch รุ่นไหน ถ้ามองจากหน้ากล่องจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นรุ่นอะไรสีอะไร เช่นเดียวกับกล่องของ iPhone 6

สำหรับรีวิวในโพสต์นี้จะเน้นไปที่ Apple Watch รุ่นสแตนเลสสตีล เป็นหลัก หากท่านที่สนใจรุ่น Sport สามารถอ่านได้ที่ รีวิว Apple Watch Sport (กำลังอยู่ระหว่างเขียนรีวิว)

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”right-to-left”]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-051

แกะกล่องออกมาด้านใน จะพบกับกล่องพลาสติกแข็งใสอีกกล่องหนึ่ง ซึ่งตัวกล่องนี้คือที่เก็บนาฬิกา Apple Watch นั่นเอง

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”left-to-right”]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-054

เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบกับนาฬิกา Apple Watch ด้านใน ซึ่งตัวเครื่องใส่สาย Milanese Loop ไว้พร้อมเรียบร้อยแล้ว ด้านในกล่องเป็นกำมะหยี่สีขาว จับแล้วได้ความรู้สึกหรูหรามาก เหมือนซื้อนาฬิกาสวิสระดับไฮเอ็นเลยทีเดียว

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”right-to-left”]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-055

ด้านในของสายและตัวเครื่องจะมีแท่นโค้ง วางไว้ให้นาฬิกาได้รูปทรงสวยงามพอดี

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/1″][vc_column_text css_animation=”appear”]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-088

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”appear”]

ส่วนอื่นของกล่องจะเป็นสายชาร์จ ที่เป็นแบบแม่เหล็ก พร้อมปลั๊กไฟ และคู่มือการใช้งาน

โดยรวมแล้วกล่องใส่ Apple Watch ถือว่าออกแบบได้สวยงาม แข็งแรง และรู้สึกถึงความหรูหราในสไตล์แอปเปิล นอกจากจะใช้ใส่นาฬิกาแล้ว ยังออกแบบมาเผื่อสำหรับการนำตัวเครื่องมาเก็บสะสมได้ เช่นเดียวกับนาฬิกาชั้นนำอีกด้วย

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center”][vc_single_image image=”30363″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”full”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=”” el_id=””][vc_column width=”1/1″][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

ดีไซน์ตัวเครื่องและสาย Milanese Loop

Apple Watch รุ่นสแตนเลสสตีล มีสายให้เลือกมากถึง 14 แบบด้วยกัน ซึ่งก็มีตั้งแต่สายยาง, สายหนัง ไปจนถึงสายเหล็ก ซึ่งจากสถิติที่มีการเผยก่อนหน้านี้ พบว่าสาย Milanese Loop เป็นที่นิยมมากที่สุด

สำหรับสาย Milanese Loop นี้เป็นดีไซน์ที่คิดค้นขึ้นในเมืองมิลานช่วงศตวรรษที่ 19 แต่แอปเปิลมาทำในรูปแบบใหม่ที่โมเดิร์นขึ้น สายโลหะสแตนเลสสตีลจะผ่านการถักทอด้วยเครื่องจักรพิเศษของอิตาลี มีความเรียบเนียนสวยงาม

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-015

จุดเด่นที่หลายคนชื่นชอบสาย Milanese Loop ของแอปเปิลคือวิธีการสวมใส่ ทำได้โดยการดึงสายคล้องข้อมือให้พอดี จากนั้นพับสายลงมาแปะกับสายอีกด้านหนึ่ง ด้านปลายจะเป็นแม่เหล็ก ทำให้สามารถแปะกับสายเหล็กได้ทุกจุด แรงดูดแน่ดีทีเดียว

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-017

ด้านหลังสามารถถอดสายออกได้โดยการกดที่ปุ่มปรับสาย แล้วก็ดึงออก เปลี่ยนสายทำได้ง่ายดี

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-011

ดีไซน์ของตัวเครื่องและสายรุ่นนี้ ถือว่าทำได้เข้ากันดีทีเดียว ตัวเครื่องสแตนเลสสตีลมีความมันเงา สะท้อนให้เห็นแสงมุมต่างๆ รวมถึงปุ่ม Digital Crown (เม็ดมะยม) ก็ยังเป็นสแตนเลสสตีล สะท้อนเงาวับเลย[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-016

แต่ถึงแม้การสวมใส่จะสบายและปรับระดับได้ง่ายมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกหนักข้อมือกว่าที่คิด[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-013

ด้านหลังของเครื่องจะมีเซ็นเซอร์สำหรับจับค่าต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งทำนูนออกมาจากเครื่องนิดหน่อย แต่พอใส่ก็จะไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรยื่นออกมา[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-032

หน้าจอทำมาจากแซฟไฟร์ ซึ่งแข็งแรงเป็นรองแค่เพชรเท่านั้น ทำให้ป้องกันรอยขีดข่วยได้ดี ตัวจอมีความคมชัดมาก มีความรู้สึกว่าสีสดกว่าบน iPhone นิดหน่อย[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/1″][vc_column_text]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-114

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”appear”]

ต่างจาก Apple Watch Sport ที่สายเป็นยางหลากสี เมื่อเทียบกับรุ่นสแตนเลสสตีลพร้อมสายเหล็กแล้ว ถือว่าสามารถสวมใส่เข้ากับเสื้อผ้าได้มากกว่า รวมถึงยังสามารถใส่ไปออกงานหรือโอกาสสำคัญต่างๆ ได้โดยไม่ขัดกับเสื้อผ้ามากนัก

ทีมงานเคยทดลองใส่ Apple Watch รุ่นนี้กับชุดสูทออกงาน ก็ยังเข้ากันได้ดี หรือแม้แต่ให้น้องน้ำ นางแบบ MacThai Model ใส่กับชุดสูทผู้หญิง ก็ยังเข้ากันได้ดี ถือว่ารุ่นนี้ใส่ได้ทุกโอกาสจริงๆ[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30370″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”large”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30371″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”large”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text css_animation=”appear”]แน่นอนด้วยความที่เป็นนาฬิกา ที่ต้องอยู่บนข้อมือเราไปตลอดทั้งวัน การจะมองว่า Apple Watch เป็นเครื่องประดับที่ช่วยเสริมตัวเราด้วยก็ไม่แปลกมากนัก และในแง่ความสวยงามเข้ากับชุดที่สวมใส่ ก็ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

ทำให้คิดได้ว่า นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Smart Watch ยังไม่บูมเสียทีแม้หลายค่ายจะทำออกมานาน 2-3 ปีแล้วก็ตาม เพราะสุดท้ายความสำคัญของนาฬิกานอกจากการใช้งานแล้ว ก็อยู่ที่ความสวยงามในการสวมใส่ด้วยนั่นเอง[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][vc_single_image image=”30417″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”full”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=””][vc_column width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

เปิดเครื่องทดลองใช้ Apple Watch

Apple Watch ถูกออกแบบให้ใช้งานร่วมกับ iPhone เท่านั้น ทำให้เราไม่สามารถใช้กับ iPad หรือโทรศัพท์ในระบบอื่นๆ ได้ สำหรับ iPhone รุ่นที่รองรับการใช้งานคือตั้งแต่ iPhone 5 ขึ้นไป

เมื่อแรกเริ่มเปิดเครื่อง เราก็จะพบกับเมนูเลือกภาษา ซึ่งก็สามารถเลือกได้ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย

หลังจากนั้นเครื่องก็จะให้ทำการเชื่อมต่อ (Pair) เข้ากับ iPhone โดยเราจะต้องเปิดแอพ Watch บนเครื่อง iPhone เพื่อทำการเชื่อมต่อกับเครื่อง

วิธีการ Pair เครื่องนั้น แอปเปิลก็ออกแบบให้เข้าใจง่ายมากเลยทีเดียว คือตัว iPhone จะเปิดกล้องขึ้นมา จากนั้นเราเพียงนำกล้องไปส่องที่หน้าจอ Apple Watch ให้พอดี แค่นี้ก็สามารถเชื่อมต่อเครื่องกับ iPhone ได้แล้ว[/vc_column_text][vc_column_text]

Apple Watch จะต้องใช้งานร่วมกับ iPhone โดยรองรับตั้งแต่ iPhone 5 ขึ้นไป

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30351″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][vc_single_image image=”30353″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30352″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30354″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=””][vc_column width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][vc_single_image image=”30328″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”appear” img_size=”full”][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

ประสบการณ์ใช้งาน Apple Watch จริง

ทีมงาน MacThai ได้ใช้งาน Apple Watch ในชีวิตประจำวันเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน ซึ่งก็ได้พบแง่มุมหลายอย่างกับการใช้ Apple Watch ทั้งเรื่องที่น่าแปลกใจ, ข้อดีต่างๆ รวมไปถึงข้อเสียที่เราพบเจอด้วย

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30334″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”left-to-right” img_size=”large”][vc_single_image image=”30336″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”left-to-right” img_size=”large”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

UI สวยงามลื่นปรื๊ด แต่ใช้ยากกว่าที่คิด

อย่างแรกเลยคือการใช้งานผ่านหน้าจอต่างๆ ทำได้ลื่นเอามากๆ เลยทีเดียว การเปลี่ยนไปเมนูต่างๆ แทบไม่มีการกระตุกให้เห็น ความรู้สึกเหมือนตอนใช้ iPhone หรือ iPad รุ่นแรกเลยทีเดียว หน้าจอนาฬิกาในรูปแบบต่างๆ สามารถปรับได้หลายจุดพอสมควร แต่จำนวนหน้าจอก็มีให้เลือกไม่เยอะเท่าไหร่

ปุ่ม Digital Crown หรือเม็ดมะยมในภาษาไทย สามารถเลื่อนขึ้นลงได้สะดวกดี หมุนง่ายกว่าที่คิด ใช้นิ้วเดียวแค่เลื่อนเบาๆ ก็หมุนได้แล้ว มีความเป็นธรรมชาติเหมาะกับการใช้งานดี ถือว่าแอปเปิลออกแบบปุ่มนี้ได้อย่างถูกต้อง

สิ่งที่ชอบมากสำหรับการใช้งาน Apple Watch คือตัว Taptic Engine หรือระบบสั่น ที่จะให้ความรู้สึกแบบสะกิดนิดๆ เบาๆ ซึ่งจะไม่รู้สึกว่าสะดุดการทำงานหรือสมาธิในการทำอย่างอื่นประจำวันเท่าไหร่

แต่ถึงแม้การใช้งานจะลื่นไหลแค่ไหนก็ตาม แต่การเริ่มต้นใช้งานก็ยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้นานกว่าสินค้าที่ผ่านมาของแอปเปิล เช่นการกดหน้าจอแบบหนักกับเบา (Force Touch) ก็ยังไม่คุ้นเคยในผู้ใช้หลายคน

รวมถึงปุ่มด้านข้าง ที่มีทั้ง Digital Crown และปุ่มกดเพื่อติดต่อเพื่อนๆ ทำให้เครื่องมี 2 ปุ่ม ซึ่งคนที่ใช้ iPhone, iPad มาตลอดและมีเพียงปุ่ม Home ที่ใช้ควบคุม ก็เลยทำให้มีการกดผิดกดถูกกันไปบ้างเหมือนกัน

รู้หรือไม่ : Apple Watch มีการรับประกันแบบ World Wide คือซื้อที่ไหนก็ซ่อมได้ทั่วโลก แต่แอปเปิลรองรับการซ่อมเฉพาะประเทศที่เปิดขาย Apple Watch เท่านั้นนะจ๊ะ

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

ระบบแจ้งเตือน สวยงาม มีประโยชน์

เรื่องดีที่สุดของการสวมใส่ Apple Watch คือเราสามารถกดอ่านหรือโต้ตอบกับ Notification ต่างๆ ที่เข้ามา จากเดิมที่ต้องล้วงกระเป๋าไปหยิบ iPhone ขึ้นมาดู แต่ตอนนี้แค่ยกข้อมือขึ้นมาก็สามารถอ่านข้อความต่างๆ ได้เลย

แจ้งเตือนการประชุม, ข้อความ LINE, SMS, อีเมล์, มีคนมาเม้นใน Facebook หลายครั้งเหลือเกินที่เราไม่ได้ต้องการจะตอบรับการแจ้งเตือนอะไร แต่การต้องหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อดูเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ ทำให้รู้สึกได้เลยว่า นาฬิกาเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการใช้อ่านหรือรับ Notification ต่างๆ มากกว่ามือถือ

ทีมงานพบว่ามีการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ลดลงกว่าแต่ก่อนประมาณ 20-30% ได้ ทำให้มีเวลามองโลกรอบตัวมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยนะ[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”28469″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”right-to-left” img_size=”large”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30358″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”left-to-right” img_size=”large”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

แอพของแอปเปิลลื่นปรื๊ด แต่แอพคนอื่นช้าขั้นสุด

เมื่อเปิดใช้งานแอพต่างๆ ที่มากับเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกดดูหุ้น, ตารางนัดหมาย, พยากรณ์อากาศ, อีเมล์, Message สามารถทำได้รวมเร็วและลื่นไหลมาก แอพโหลดเร็ว ตอบสนองแทบจะในทันที

แต่ปัญหากลับไปตกอยู่ที่แอพของนักพัฒนารายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Twitter, LINE หรือแอพชื่อดังต่างๆ เมื่อมาใช้บน Apple Watch แล้ว กลับใช้เวลาในการโหลดข้อมูลต่างๆ นานมาก เช่นพอเปิดแอพ LINE ก็ต้องรอนานกว่า 5-10 วินาที กว่าข้อมูบจะโหลดเสร็จ

ซึ่งปัญหานี้ค่อนข้างน่าหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย แต่แอปเปิลก็ออกมาบอกแล้วว่าบน watchOS 2 นักพัฒนาจะสามารถทำแอพแบบ Native บน Apple Watch ได้แล้ว ซึ่งจะทำให้แอพทำงานเร็วเท่าๆ กับแอพของแอปเปิลเขียนเองเลย[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

Apple Watch ในมุมสุขภาพและการออกกำลังกาย

จุดขายอย่างหนึ่งที่แอปเปิลเน้นกับตัว Apple Watch คือเรื่องของการให้เราใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และการเป็นเครื่องมือช่วยในการออกกำลังกายต่างๆ โดยเมื่อเราแรกเริ่มเปิดใช้แอพ Activity ตัวเครื่องก็จะถามว่าเราอายุเท่าไหร่, น้ำหนัก, ส่วนสูง เพื่อใช้คำนวณแคลอรี่ที่ต้องใช้ในแต่ละวัน

จากนั้นเครื่องก็จะคอยจับการเคลื่อนไหวของเราตลอดทั้งวันที่สวมใส่นาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นการยืน, การเดิน หรือการออกกำลังกาย

  • บางครั้งเรานั่งทำงานนานเกือบชั่วโมง Apple Watch ก็บอกให้ลุกขึ้นมายืนได้แล้ว นั่งนานไปไม่ดีนะจ๊ะ
  • หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ก็มีสถิติขึ้นมาสรุปให้ดูว่าวันนี้เราใกล้ทำครบทั้ง 3 อย่างไหม
  • เส้นทั้ง 3 แสดงให้เห็น ช่วยกระตุ้นให้เรารู้สึกว่า วันนี้เราควรเดินอีกหน่อยนะ วันนี้เราควรออกกำลังกายอีกนิดก็ดี
  • แต่ก็มีเหมือนกันที่นั่งดูหนังนานหลายชั่วโมง แล้ว Apple Watch ก็บอกให้เรายืนยิดเส้นยืดสายหน่อย (ใครจะยืนฟะ บ้าป่าว)

[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30366″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30367″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”large”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30365″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30364″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”left-to-right” img_size=”large”][vc_single_image image=”29801″ border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”left-to-right” img_size=”large”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

การใช้นาฬิกาเพื่อเม๊ากับเพื่อนๆ

เมื่อกดปุ่มด้านข้างของเครื่อง จะเข้าสู่หน้าจอการติดต่อกับเพื่อนของเรา ซึ่งจะเลือกมาจาก Favorite บน iPhone นั่นเอง โดยเราสามารถเลือกที่จะส่งข้อความ (SMS หรือ iMessage), โทรศัพท์ หรือถ้าเพื่อนมี Apple Watch ก็กดส่ง Digital Touch การวาดบนหน้าจอไปให้ก็ได้

การรับส่งข้อความ SMS, iMessage สะดวกและรวดเร็วดี แค่พูดออกไป ก็จะสามารถส่งเป็นเสียงพูด หรือจะส่งเป็นข้อความ Text ตามที่เราพูด ซึ่งรองรับภาษาไทยซะด้วย

สำหรับการโทรศัพท์ผ่าน Apple Watch เสียงที่ออกมาจากลำโพงนั้นค่อนข้างเบา คือถ้าอยู่ในห้องที่บ้านก็พูดคุยได้โอเค แต่ถ้าออกมาข้างนอก หรือตามห้าง จะแทบไม่ได้ยินเลย ซึ่งถ้ามีโทรศัพท์เข้ามาจริงๆ เราแนะนำให้หยิบ iPhone ขึ้นมาโทรคุยจะดีกว่า

สุดท้ายคือการส่ง Digital Touch เป็นกิมมิกที่น่ารักดี โดยการวาด, การจิ้มที่จอ หรือการส่งการเต้นของหัวใจไปให้ ทำได้ดีเหมือนที่แอปเปิลโม้ไว้ แต่คำถามคือ จะมีเพื่อนเราซักกี่คนที่ใช้ Apple Watch #ฮาาาา[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=”” el_id=””][vc_column width=”1/1″][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30350″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_single_image image=”30349″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” img_size=”medium”][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/6″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”2/3″][vc_column_text]

แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน แต่ต้องชาร์จตอนกลางคืน

จุดด้อยที่ Apple Watch น่าจะรั้งท้ายคู่แข่งคือเรื่องของแบตเตอรี่ แต่ถึงอย่างนั้นทีมงานก็พบว่า Apple Watch ใช้แบตได้นานกว่า iPhone อยู่พอสมควร คือถ้าให้เทียบกันแล้ว ระหว่างวัน iPhone แบตหมดก่อนเป็นประจำ

เมื่อทดลองใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมทั้งออกกำลังกายช่วงเย็นๆ พอกลับถึงบ้านแล้ว ก็ยังมีแบตเหลืออยู่มากกว่า 30% แทบทุกวัน ทำให้สรุปได้ว่าแบตอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จ ยกเว้นถ้าจะเล่น Apple Watch อย่างหนัก ก็มีหมดระหว่างวันได้เหมือนกันนะ

สำหรับการชาร์จ ก็ต้องชมว่าแอปเปิลออกแบบสายชาร์จได้สวยงาม และใช้งานง่าย โดยแค่เราแปะหัวชาร์จไปที่ด้านหลัง Apple Watch ก็จะแนบติดเครื่องด้วยแรงแม่เหล็กเอง การชาร์จเครื่องจาก 0 ไปเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/6″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row][vc_row full_width=”” parallax=”” parallax_image=””][vc_column width=”1/1″][vc_separator color=”grey” align=”align_center” style=”” border_width=”” el_width=””][vc_single_image image=”30330″ alignment=”center” border_color=”grey” img_link_large=”” img_link_target=”_self” css_animation=”appear” img_size=”full”][vc_row_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]

สรุปจากประสบการณ์ใช้งานมากว่า 2 เดือน

หลังจากที่ใช้งานมาเป็นเวลานานพอสมควร เราพบว่าช่วงแรกของการใช้งานนั้น มีเรื่องที่ต้องเรียนรู้มากพอสมควร การใช้งานกว่าจะคล่องคือต้องผ่านไปแล้ว 3-4 วัน ซึ่งต่างจาก iPhone, iPad ที่คนไม่เคยใช้ ก็ยังเล่นเป็นได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าการเลือกซื้อนาฬิกานั้น เรื่องของความสวยงามและรสนิยมต่างๆ มีผลมากกว่าฟีเจอร์ข้างใน ซึ่งถ้าดูในแง่มุมของการเป็นเครื่องประดับ ใส่แล้วเข้ากับตัวเรา ใส่แล้วออกไปเดินได้ไม่อายใคร ใส่สบายข้อมือ ถือว่า Apple Watch สอบผ่านทั้งหมด น่าจะเรียกได้ว่าเป็น Smart Watch ที่ใส่แล้วดูดีที่สุดในตลาดตอนนี้

แต่ทั้งนี้ความสวยงาม ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงปรี๊ดดด เช่น Apple Watch สาย Milanese Loop ราคาสูงถึง 26,500 บาท เรียกว่าแพงกว่า iPhone 6 ซะอีก[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/1″][vc_column_text]

macthai-review-apple-watch-with-milanese-loop-007

[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_row_inner el_id=””][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/2″][vc_column_text]ในแง่ของการใช้งานต่างๆ ทั้งระบบแจ้งเตือน, การใช้เพื่อออกกำลังกาย, การสื่อสารกับคนอื่น ถือว่าทำได้โอเคดีตามที่นาฬิกาฉลาดๆ ซักเครื่องควรจะเป็น แต่กลับมาตกม้าตายเมื่อใช้งานแอพของนักพัฒนารายอื่นๆ ต้องรอดูว่า watchOS 2 จะแก้ปัญหานี้ได้ดีแค่ไหน

ปัญหาของ Apple Watch บางทีอาจจะเพราะแอปเปิลพยายามทำให้มัน “ฉลาดเกินไป” จึงเกิดท่ายากในการใช้งานต่างๆ รวมถึงแลกมาด้วยแบตที่อยู่ได้ไม่นาน ซึ่งการต้องชาร์จนาฬิกาทุกวันก่อนนอน ก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกๆ อยู่เหมือนกัน

โดยสรุปในฐานะสาวกของแอปเปิล เมื่อนำไปเทียบกับสินค้า Gen 1 ตัวอื่นๆ อย่าง iPod, iPhone, iPad รุ่นแรก ก็ต้องบอกว่า Apple Watch ทำได้ดีในหลายแง่มุม สมกับที่สาวกตั้งตารอ โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบและความสวยงามในการสวมใส่ แต่เมื่อดูถึงองค์ประกอบโดยรวม ทั้งเรื่องราคาที่สูง การใช้งานที่ดูงงๆ ทำให้เราได้ข้อสรุปว่า

“Apple Watch เป็นนาฬิกาที่ฉลาดและสวยงาม แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน”[/vc_column_text][/vc_column_inner][vc_column_inner el_class=”” width=”1/4″][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row]