ข้อมูลน่าสนใจจาก iPod ชุดใหม่ – Bluetooth 4.1 ตัวแรก, Apple จะโฟกัสแค่ iPod Touch?

จากการเปิดตัว iPod ใหม่ยกชุดของแอปเปิลเมื่อคืนนี้ ก็มีข้อมูลน่าสนใจที่ออกตามมา ช่วยชี้ให้เห็นว่าแอปเปิลกำลังคิดจะทำอะไรต่อกับสินค้ากลุ่มที่ไม่มีการอัพเดตอะไรมาเป็นเวลานานอย่าง iPod

13592-8515-150715-iPod_touch-l

Bluetooth 4.1 ใน iPod Touch

ในหน้าสเปกของ iPod Touch นั้นแอปเปิลระบุไว้ว่าใช้เทคโนโลยี Bluetooth 4.1 ทำให้ iPod Touch ชุดใหม่นี้กลายเป็นสินค้าแอปเปิลตัวแรก ที่เป็น Bluetooth 4.1 ซึ่งใน Bluetooth 4.1 มีจุดเด่นสำคัญคือ

  • ทำงานร่วมกันกับคลื่น LTE ได้ดีมากขึ้น ไม่กวนสัญญาณกัน
  • ปรับปรุงการกลับมาเชื่อมต่อของอุปกรณ์หากสัญญาณหลุดไปได้ดีขึ้น
  • ปรับปรุงการส่งข้อมูลให้รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ในคราวเดียว

จากการอัพเกรดนี้ก็ชัดเจนว่า Bluetooth 4.1 จะเป็นสเปกมาตรฐานใน iPhone และ iPad รุ่นใหม่แน่นอน

iPod Touch จะเป็นมากกว่าอุปกรณ์ฟังเพลง

iPod Touch จะไม่หยุดแค่การฟังเพลงตามชื่อ iPod
iPod Touch จะไม่หยุดแค่การฟังเพลงตามชื่อ iPod

เรื่องฮือฮาถัดมาคือสเปกฮาร์ดแวร์ทั่วไปของ iPod Touch ที่จัดหนักกันตั้งแต่ชิป A8 เทียบเท่า iPhone 6 / iPhone 6 Plus ไปจนถึงกล้อง 8 ล้านพิกเซล, แรม 1GB ซึ่งถือว่าสเปกสูงกว่า iPhone 5s เสียอีก

การอัดฟีเจอร์เข้ามาขนาดนี้ย่อมทำให้ iPod ไม่เป็นแค่อุปกรณ์ฟังเพลงแล้ว หากแต่เป็นได้ทั้งอุปกรณ์เล่นเกม กล้องถ่ายรูปพกพา และอาจทำอะไรได้มากมายกว่านั้น จะเห็นว่าแอปเปิลยังไม่ถอน iPod ออกไปจากตลาดง่ายๆ แน่ตอนนี้

อนาคตของ iPod Nano, iPod Shuffle

iPod Nano
iPod Nano

เมื่อปีก่อนเราโบกมือลา iPod Classic นั่นจึงเป็นที่มาของกระแสว่าแอปเปิลอาจเลิกผลิต iPod แต่เมื่อ iPod Touch จัดสเปกมาขนาดนี้จึงเชื่อว่าชื่อ iPod ยังคงอยู่ต่อไปอีกสักพัก แต่ปัญหาคือ iPod Nano กับ iPod Shuffle อาจไม่อยู่รอดต่อ

เหตุผลที่อธิบายได้คือแม้จะมีการอัพเกรดสีสันชุดใหม่ แต่สเปกฮาร์ดแวร์ภายในทั้ง iPod Nano และ iPod Shuffle ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย 3 ปีก่อนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ความจุก็ยังคงเหมือนเดิมทั้ง 16GB สำหรับ iPod Nano และ 2GB สำหรับ iPod Shuffle แถมสำหรับ iPod Nano นั้นยังใช้หน้าตาแบบ Skeuomorphic ซึ่งไม่ใช่แนวทางออกแบบของ iOS ปัจจุบันแล้ว

ถ้าดูทิศทางที่ออกมาเทียบกับการอัพเกรดฮาร์ดแวร์จัดหนักของ iPod Touch ก็คงบอกได้ว่า iPod Nano และ iPod Shuffle ได้เวลานับถอยหลังแล้วว่าแอปเปิลจะอยากหยุดขายเมื่อใดนั่นเอง

ที่มา: 9to5Mac และ TechCrunch