Tim Cook กล่าวในงานสัมมนา Goldman Sachs ยืนยัน Apple ยังเติบโตได้อีกมาก

Tim Cook ซีอีโอแอปเปิลได้รับเชิญไปพูดในงานสัมมนา Goldman Sachs Technology ประจำปี 2015 ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคำถามว่าแอปเปิลจะยิ่งใหญ่มากกว่านี้ได้อีกไหม (เพราะตอนนี้ก็ใหญ่สุดๆ แล้ว)

tim-cook-iwatch-3-1

ไตรมาสที่ยิ่งใหญ่ของแอปเปิล แต่จะโตกว่านี้ไหม?

ทิม คุกบอกว่ามีหลายคนเชื่อในหลักการที่ว่า บริษัทยิ่งใหญ่ยิ่งโตยากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับแอปเปิลนั้น สตีฟ จ็อบส์เคยวางแนวทางเอาไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่ว่าอย่าให้สิ่งต่างๆ มาจำกัดตัวเรา ฉะนั้นสิ่งแอปเปิลให้ความสำคัญ จึงไม่ใช่การคิดขายของให้ได้เยอะๆ แต่เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้วตัวเลขที่ดีก็จะตามมา

เพื่อให้เห็นภาพ ทิม คุก ยกตัวอย่างเช่น iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ซึ่งทำสถิติยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ ส่วน Mac ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นแม้อุตสาหกรรมพีซีรวมจะหดตัว และในอนาคต iOS จะทำงานร่วมกับ HealthKit, HomeKit, CarPlay ซึ่งล้วนเสริมการเติบโตขึ้นไปอีก

สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

apple_solar_farm

ทิม คุกบอกว่าส่วนงานอย่างศูนย์ข้อมูลของแอปเปิลก็ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล แต่แอปเปิลก็เลือกที่จะใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด และเพื่อรองรับการเติบโต แอปเปิลจึงร่วมมือกับบริษัท First Solar เพื่อสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาดพื้นที่ 1,300 เอเคอร์ ในเมือง Monterey County รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยเงินลงทุน 850 ล้านดอลลาร์ โดยกำลังการผลิตนี้ใหญ่มากพอสำหรับบ้านเรือนถึง 60,000 หลังคาเรือนเลยทีเดียว

Apple Watch คือการเปลี่ยนโลกครั้งใหม่จากแอปเปิล

apple-iwatch-2015

ทิม คุกเล่าถึง Apple Watch ว่าเขานึกถึงยุคที่มีเครื่องเล่น MP3 ออกมาเต็มไปหมด แต่ทุกเครื่องล้วนใช้งานยากมาก (ทิมประชดว่าบางเครื่องใช้ยากระดับคนใช้งานต้องจบด็อกเตอร์เลย) ส่วนติดต่อผู้ใช้งานหรือ User Interface รกรุงรัง สลับซับซ้อน จนกระทั่ง iPod ออกมาและได้รับความนิยมเพราะใช้งานได้ง่ายกว่า

เช่นเดียวกับแท็บเล็ต ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนผลิตออกมาหลายรุ่นมากมายก็ไม่ฮิต จนกระทั่งมี iPad ซึ่งเขาเชื่อว่า Apple Watch ก็กำลังจะเป็นสินค้าตัวถัดไปในลักษณะเดียวกัน ปัจจุบันเรามีสินค้าที่เรียกตัวเองว่า “Smart Watch” เต็มไปหมด แต่ยังไม่มีสินค้าตัวไหนเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนได้ ซึ่งเขาเชื่อว่า Apple Watch มีจุดแข็งที่เหนือกว่าทั้งความหลากหลายของลวดลาย ไปจนถึงแอพที่รองรับ

ทิมยังเล่าว่า Apple Watch ที่พนักงานแอปเปิลสวมใส่ใช้กับในสำนักงานใหญ่นั้น หลายคนตั้งเตือนให้ลุกขึ้นยืนสัก 10 นาทีทุกชั่วโมง เพื่อเป็นการยืดร่างกาย ฉะนั้นพอถึงเวลาแจ้งเตือน พนักงานแอปเปิลก็จะพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนเต็มไปหมด

การเติบโตในประเทศจีน และ Xiaomi

ทิมบอกว่าจีนเป็นตลาดแห่งโอกาส และแอปเปิลก็ทุ่มเทกับตลาดนี้อย่างมาก ตอนนี้มี Apple Store ในจีนถึง 19 แห่ง และจุดจำหน่ายพาร์ทเนอร์อีกกว่า 4 หมื่นแห่ง ยอดขายของแอปเปิลจากประเทศนี้ก็สูงถึง 38,000 ล้านดอลลาร์ และเขาเชื่อว่าเติบโตได้มากกว่านี้อีกเพราะจำนวนประชากรที่มหาศาล เรียกว่าเป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้อเมริกาเลย

เขายังกล่าวว่ามีคนแนะนำให้แอปเปิลเจาะตลาดจีนด้วย iPhone รุ่นราคาถูก แต่สุดท้ายแอปเปิลก็เลือกไม่ทำเช่นนั้น เขาเชื่อว่าผู้คนต้องการสินค้าที่ดี ไม่ใช่สินค้าลดเกรด ลดสเปก แล้วขายราคาถูก นั่นคือวิธีทำธุรกิจของแอปเปิล

เมื่อถามถึง Xiaomi สมาร์ทโฟนของจีนที่มีราคาถูก สเปกดี และเติบโตสูงมาก ทิมบอกว่าแอปเปิลไม่ได้ตระหนกในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านแอปเปิลเข้าไปธุรกิจไหนก็มีคู่แข่งสายแข็งอยู่ตลอด วันที่ขาย Mac ก็ต้องสู้กับ Windows วันที่ขายสมาร์ทโฟน ตอนนั้น BlackBerry ก็เป็นเจ้าตลาด

ความร่วมมือกับ IBM

apple-ibm1

ทิมบอกว่าระหว่าง Apple กับ IBM นั้นมีสิ่งที่เติมเต็มให้กันได้จึงเกิดเป็นความร่วมมือ IBM มีทีมงานที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละสาขาสายงาน ซึ่งแอปเปิลไม่มี ขณะที่แอปเปิลมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่องค์กรอยากนำไปใช้งานกัน ซึ่งการร่วมมือกับ IBM จะทำให้แอปเปิลมีแอพเฉพาะด้านสำหรับแต่ละองค์กรธุรกิจมากขึ้น

เขายังเสริมว่าการเข้าไปเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานในองค์กรนั้นเป็นเรื่องยากมาก แต่แอปเปิลต้องการเปลี่ยนมัน ฉะนั้นการร่วมมือกับ IBM จะช่วยให้สิ่งนี้บรรลุผลได้เร็วมากขึ้น

ที่มา: 9to5Mac และ iMore