วันที่: 17/10/2014 | หมวด: Apple, Featured, iOS, macOS, Tips | แท็ก: , , , , , , ,

ios-8-9

หลังจาก OS X Yosemite ปล่อยออกมาเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่คนที่มี Mac, iPhone, iPad, iPod touch หลายเครื่องอยากจะลองก็คือ Continuity หรือการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่าง iOS และ OS X และมีคำถามเข้ามามากมาย ทีมงานจึงแปลเอกสารจาก Apple Support มาเพื่อตอบคำถามทุกท่านนะครับ

เครื่องไหนใช้ได้บ้าง

เครื่องที่จะใช้ Continuity ได้ ต้องมี Bluetooth 4 LE (เพราะจำเป็นต้องเปิด Bluetooth ตลอดเวลา ซึ่ง Bluetooth รุ่นเก่าจะกินพลังงานสูง ทำให้ Apple ต้องจำกัดไว้)

สำหรับ Mac มีรายชื่อดังนี้ (ส่วนใครที่หลุดโผนี้ก็ยังใช้ Continuity ได้นะครับ แต่ใช้ได้ไม่ทุกฟีเจอร์)

  • MacBook Air (Mid 2012 หรือใหม่กว่า)
  • MacBook Pro (Mid 2012 หรือใหม่กว่า)
  • iMac (Late 2012 หรือใหม่กว่า)
  • Mac mini (Late 2012 หรือใหม่กว่า)
  • Mac Pro (Late 2013)

Mac ที่เก่ากว่านี้ ถึงแม้อัพเดต OS X Yosemite ได้แต่ก็ไม่สามารถใช้ความสามารถได้เต็มที่ แต่มีทางแก้ที่เว็บฝรั่งทดลองคือเอา Bluetooth 4 LE ใส่เข้าไปสามารถทำงานได้ (ซึ่งลำบากไปนะ)

เพิ่มเติม: สำหรับ MacBook Air (Mid 2011) มีคนทำสคริปต์ให้ทดลองใช้ได้ ตามนี้ครับ

ส่วนอุปกรณ์ iOS มีเครื่องที่ใช้ได้ดังนี้

  • iPhone 5 หรือใหม่กว่า
  • iPad รุ่นที่ 4 หรือใหม่กว่า
  • iPad mini ใช้ได้ทั้งหมด
  • iPod touch รุ่นที่ 5

ส่วน iPhone 4s นั้น Apple แจ้งว่าใช้ได้เฉพาะรับสาย/โทรออกเท่านั้น ไม่สามารถใช้ฟังก์ชันอื่นของ Continuity ได้

airdrop-ios-and-mac

AirDrop

AirDrop เป็นการแชร์ไฟล์ระหว่าง Mac กับ Mac ตอนหลัง Apple เพิ่มให้แชร์กันระหว่าง iOS กับ iOS ซึ่งพอ iOS 8 กับ OS X Yosemite นั้น Apple เปิดให้แชร์ไฟล์ระหว่าง iOS และ Mac ได้ แต่ก็มีข้อจำกัดเล็กน้อยสำหรับเครื่องที่จะใช้ คือ Mac เครื่องใดก็ตามที่ยังสามารถใช้ AirDrop ระหว่าง Mac กับ Mac ได้ก็ใช้ได้ตามปกติ แต่เครื่องที่จะใช้ AirDrop ระหว่าง Mac กับ iOS ได้ก็คือเครื่องที่มีรายชื่อที่ใช้ Continuity ได้ตามด้านบน โดยมีวิธีใช้ดังนี้

  • เปิด Wi-Fi และ Bluetooth ทั้ง iOS และ Mac
  • เปิด AirDrop บน Mac ไปที่ Finder เมนู sidebar จะมี AirDrop ส่วน iOS ให้ลาก Control Center ขึ้นมา จะเห็นเมนู AirDrop
  • เปิดให้ทุกคนเห็น สำหรับ Mac ไปที่ Allow me to discovery by ด้านล่างต้องเขียนว่า Everyone ส่วน iOS คลิก AirDrop จะเห็นเมนู ให้เลือก Everyone
  • หลังจากนั้นก็สามารถแชร์ไฟล์ได้ตามปกติ หากจะแชร์จาก Mac ให้ลากไฟล์มาลงที่หน้าของอีกฝ่ายที่ต้องการจะแชร์ใน Finder ส่วน iOS ให้เลือกไฟล์ที่จะแชร์ กดปุ่ม Share และเลือกคนที่จะแชร์ใน AirDrop

ข้อมูลจาก GottaBe Mobile

os-x-yosemite55

Handoff

แอพที่จะใช้ Handoff ได้ คือแอพของ Apple ทั้งหมด ส่วนแอพจากนักพัฒนาภายนอกนั้น Apple ก็เปิด API ให้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่านักพัฒนาจะทำหรือไม่ โดย Apple แจ้งเงื่อนไขว่าเครื่องที่จะใช้ Handoff ด้วยกันต้องทำตามนี้

  • ลงชื่อเข้าใช้บัญชี iCloud บัญชีเดียวกันบนอุปกรณ์ทุกเครื่อง
  • iPhone, iPad และ iPod touch ต้องใช้ iOS 8 ขึ้นไป ส่วน Mac ต้องใช้ OS X Yosemite ขึ้นไป
  • เปิด Bluetooth ซึ่งอุปกรณ์ต้องอยู่ใกล้กันพอสมควร
  • ต่อ Wi-Fi วงเดียวกัน

การปิด Handoff สำหรับ iPhone, iPad, iPod touch ให้ไปที่ Settings -> General -> Handoff & Suggested Apps ส่วนบน OS X ให้ไปที่ System Preferences -> General และติ๊กถูกออกตรงช่อง Handoff

วิธีใช้ สำหรับบน iOS ถ้าล็อคอยู่ จะมีไอคอนขึ้นด้านล่างซ้าย ให้ลากแล้วจะเปิดแอพทำงานต่อได้ทันที แต่ถ้าทำงานกับแอพอื่นอยู่ สามารถเข้า Multitasking แล้วปาดเลื่อนหน้าจอไปทางซ้ายสุด แอพจะอยู่ก่อนหน้า Home สามารถแตะเพื่อทำงานต่อได้ทันที ส่วนบน OS X จะขึ้นโชว์บน Dock สามารถกดเพื่อทำงานต่อได้

HT6337_mac_and_ios_mac_phone

Phone Call

การโทรศัพท์จาก Mac, iPad, iPod touch ผ่าน iPhone ไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ปกติ อุปกรณ์ที่จะใช้ด้วยกันต้องมีเงื่อนไขดังนี้

  • ลงชื่อเข้าใช้บัญชี iCloud บัญชีเดียวกันบนอุปกรณ์ทุกเครื่อง
  • iPhone, iPad และ iPod touch ต้องใช้ iOS 8 ขึ้นไป ส่วน Mac ต้องใช้ OS X Yosemite ขึ้นไป
  • ต่อ Wi-Fi วงเดียวกัน
  • ลงชื่อเข้าใช้ FaceTime ด้วยบัญชี iCloud บัญชีเดียวกัน
  • ต้องปิด Wi-Fi Calling ของ iPhone ไว้ด้วย โดยไปที่ Settings -> Phone ถ้ามี Wi-Fi Calling ให้ปิดซะ
  • ส่วนเครื่อง iPad, iPod touch ไปที่ Settings -> FaceTime เปิด iPhone Cellular Calls ด้วย สำหรับ Mac ให้เปิดแอพ FaceTime แล้วเข้าเมนู FaceTime -> Preferences และเปิด iPhone Cellular Calls

วิธีปิดการเตือนสายเข้าจาก iPhone บน iPad, iPod touch ให้ไปที่ Settings -> FaceTime และปิด iPhone Cellular Call. ส่วน Mac ให้เปิดแอพ FaceTime -> Preferences คลิก Settings และติ๊กถูกตรง iPhone Cellular Calls ออก

วิธีใช้ การโทรออกให้เลือกชื่อจาก Contacts แล้วกดโทรได้ หรือว่าจะลากแถบคลุมดำเบอร์แล้วโทรออกก็ได้เช่นกัน (มีประโยชน์ในกรณีที่เป็นเบอร์ร้านค้าในอินเทอร์เน็ต) ส่วนเมื่อสายเข้า ก็จะดังทุกเครื่องที่เชื่อมต่อไว้ ซึ่งกดรับได้ 1 เครื่องแล้วเครื่องอื่นก็จะตัด แต่ถ้าจะเอากลับมาคุยใน iPhone จะมีแถบสีเขียวอยู่ด้านบน (ดังภาพ) สามารถแตะแล้วสามารถคุยต่อบน iPhone ได้ทันที

mac_and_ios_sms

SMS

การรับ-ส่ง SMS จาก Mac, iPad, iPod touch ไปยัง iPhone ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ปกติ อุปกรณ์ที่จะใช้ด้วยกันต้องมีเงื่อนไขดังนี้

  • อัพเดต iPhone, iPad และ iPod touch ต้องใช้ iOS 8.1 ขึ้นไป ส่วน Mac ต้องใช้ OS X Yosemite
  • เปิด iMessage ทั้งบน Mac และอุปกรณ์ iOS
  • บน iPhone ให้เข้าที่ Settings -> Messages -> Text Message Forwarding แล้วดูรายชื่อเครื่อง แล้วค่อยๆ เปิดทีละเครื่อง แล้ว Mac, iPad และ iPod touch จะแสดงโค้ด ให้เอาไปใส่ iPhone เพื่อยืนยันตัวตนและเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้

หมายเหตุ: หากใช้เครื่องที่ใช้รองรับแต่ไม่พบปุ่ม Text Message Forwarding ให้ logout ออกจาก iMessage และ login ใหม่

mac_and_ios_hotspot-1

Instant Hotspot

การใช้ Instant Hotspot ที่สามารถเรียกใช้ Hotspot ได้โดยไม่ต้องหยิบ iPhone หรือ iPad มาตั้งค่า มีเงื่อนไขดังนี้

  • ลงชื่อเข้าใช้ iCloud ด้วย Apple ID เดียวกัน
  • อุปกรณ์ทั้งที่จะขอใช้เน็ตและอุปกรณ์ที่จะถูกขอใช้ต้องเปิด Bluetooth ไว้ทั้งคู่ และอุปกรณ์ต้องใกล้กันพอสมควร
  • อุปกรณ์ที่จะถูกขอเข้าใช้ต้องเป็น iPhone, iPad ที่ต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถืออยู่

การเปิดใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์ iOS ให้ไปที่ Settings -> Wi-Fi ส่วนบน OS X ให้กดปุ่ม Wi-Fi ที่เมนูบาร์ หลังจากนั้นจะขึ้นอุปกรณ์ที่พร้อมใช้ Instant Hotspot

อ้างอิงจากเอกสาร Apple Support

About nutmos

สนใจ Apple ชอบ Apple รัก Apple
Blog : nutmos.com
Social Media : Twitter

Leave a Reply