เปิดตัวแล้ว!! iPhone 6 ดีไซน์ใหม่หมด มาพร้อมกับชิป A8, กล้อง 8 ล้านพิเซล, ราคาเริ่มต้นที่ $199

ผ่านไปแล้วกับการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในชื่อว่า “iPhone 6” ซึ่งมีการออกแบบใหม่โดยมีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ขนาดของตัวเครื่องบางลง และมาพร้อมกับชิปใหม่ Apple A8 64 bit ราคาเริ่มต้นที่ $199

macthai01

iPhone 6 รุ่นแรกที่ Apple นำมาโชว์เป็นรุ่นหน้าจอ 4.7 นิ้ว ซึ่งมีการออกแบบใหม่แต่ก็ไม่ได้หนีไปจากข่าวหลุดต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ตัวเครื่องมีความกว้างเท่าเดิมแต่มีความยาวที่ยาวมากขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีการออกแบบให้มีความโค้งมนดูหรูหรามีสไตล์

สรุป spec ของ iPhone 6 มีดังนี้

  • ขนาดของตัวเครื่องมีความหนาเพียง 6.9 มิลลิเมตร ยาว 138.1 มิลลิเมตร และกว้าง 67 มิลลิเมตร
  • หน้าจอ Retina HD ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1,334 x 750 พิกเซล (326 ppi)
  • ปุ่ม Power ย้ายไปอยู่ด้านข้าง (ขวา) ของตัวเครื่อง
  • ชิปประมวลผล Apple A8 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า Apple A7 ประมาณ 17% ประมวลผลเร็วขึ้นกว่าเดิม 25% และส่วนกราฟิกประมวลผลเร็วขึ้นถึง 50%
  • มีชิปประมวลผล M8 สำหรับจับการเคลื่อนไหวโดยความสามารถจับการเคลื่อนไหวระหว่างการขับขี่จักรยาน การวิ่ง สามารถจับระยะทางและระดับความสูงได้อีกด้วย
  • รองรับ 4G LTE ที่ความเร็ว 150 Mbps ในถึง 20 คลื่นความถี่
  • รองรับ Voice Over LTE, รองรับระบบ Wi-Fi ที่เร็วกว่าเดิมสามเท่า, รองรับ Wi-Fi​ Calling คือเราสามารถโทรหากันผ่าน Wi-Fi ได้เลย
  • กล้องหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลซึ่งเท่ากับ iPhone 5s แต่มีการปรับปรุงหน้าเลนส์และการรับแสงที่ดีขึ้น พร้อมระบบชดเชยภาพ
  • ปรับปรุงความสามารถในการบันทึกวิดีโอแบบ Slo-Mo ที่ความเร็ว 240 FPS (เดิม 120 FPS)
  • แบตใช้ได้นานพอๆ กับ iPhone 5s โดยในขณะ Standby อยู่ได้ถึง 10 วัน
  • มี 3 สีให้เลือก Space Grey, Silver และ Gold

macthai02

สรุป ราคาของ iPhone 6

  • $199 สำหรับ iPhone 6 ความจุ 16 GB
  • $299 สำหรับ iPhone 6 ความจุ 64 GB
  • $399 สำหรับ iPhone 6 ความจุ 128 GB

(ราคานี้เป็นราคาที่พ่วงมากับสัญญา 2 ปีครับ)

macthai04

iPhone 6 จะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 19 กันยายนนี้ และเปิดรับจองวันที่ 12 กันยายน โดยกลุ่มประเทศแรกที่วางขาย ได้แก่ US, France, Canada, Germany, Hong Kong, Singapore, United Kingdom, Australia, และ Japan แน่นอนยังไม่มีประเทศไทย และจะวางจำหน่ายอีก 115 ประเทศในสิ้นปีนี้

ที่มา – The Verge Live Blog