วันที่: 01/06/2014 | หมวด: Exclusive, Featured, Model of The Month | แท็ก: , , , ,

ช่วงต้นปีที่ผ่านมาภาพยนตร์ไทยนอกกระแสที่ชื่อ “Mary Is Happy, Mary Is Happy” ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการหนังไทยและโลก Social Media ด้วยปรากฏการณ์ต่อคิวจองบัตรที่โรงหนัง House RCA และลิโด้จนล้น พร้อมกวาดรางวัลสุพรรณหงส์มาถึง 4 รางวัล

ทีมงาน MacThai เป็นหนึ่งในแฟนคลับของ “นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์” ผู้กำกับภาพยนตร์ และติดตาม Twitter ของ @Marylony ผู้เป็นต้นฉบับให้กับบทหนังเรื่องนี้ ที่สร้างจาก 410 ทวีตแรงของเธอแบบไม่ข้าม จนเธอโด่งดังในโลก Social Network ในชั่วข้ามคืน

แมรี่คือใคร ? ตัวจริงของเธอเหมือนกับในหนังรึเปล่า ?” เป็นคำถามที่เราสงสัยมาตั้งแต่ได้ชมภาพยนตร์

โชคดีเหลือเกินที่เราได้มีโอกาสเชิญ @Marylony มาถ่ายแบบกับ MacThai เป็นสื่อแรก เราเลยนึกสนุกจัดถ่ายแบบออกเป็น 2 เซ็ท

  • ชุดแรกจะเน้นความเป็นตัวของเธอเองจริงๆ และเราก็แต่งภาพตามแบบของแมรี่จริงๆ
  • ชุดที่สองคือเราพาเธอไปถ่ายตามรอยสถานที่ถ่ายหนังเรื่องนี้จริงๆ และแต่งภาพตามแบบในหนัง
  • นอกจากนี้ทีมงานนึกสนุก ขอให้แมรี่ลองทวีตข้อความ ตามอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละช่วงจริงๆ เพื่อใช้ประกอบการถ่ายแบบและวิดีโอ
  • คำเตือน : เนื้อหาบางส่วน Spoil หนัง และบทสัมภาษณ์ ยาวมาก !!

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Macthai : สวัสดีครับ อยากให้ช่วยแนะนำตัวนิดนึง
Mary : สวัสดีค่ะ ชื่อภัทรินทร์ คงภิวัฒนา ชื่อเล่น “ไนซ์” นะคะ ไม่ได้ชื่อ “แมรี่” (ยิ้ม) แต่ก็จะชินเวลาใครเรียกชื่อนี้ อย่างใครเรียกแมรี่ก็หันนะ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งไปแล้ว ส่วนใหญ่คนจะรู้จักในนามของ @Marylony จะเป็น Account ใน Twitter ซึ่งติดตามจากหนัง Mary is Happy

เรียนจบจากเกษตรศาสตร์ บางเขน คณะมนุษยศาสตร์ วิชาเอกภาษาอังกฤษค่ะ เรียนจบมาเกือบปีแล้วค่ะ

Macthai : ทำไมถึงเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษ
Mary : คือเราชอบภาษาอังกฤษเพราะเรียนแล้วได้ดีที่สุด จริงๆ ก็รองจากศิลปะที่เราชอบ ม. ปลายเรียนสายศิลป์-คำนวณ แต่ไม่ชอบเลข ภาษาเหมือนเป็นอะไรที่ไม่ต้องเรียนมาก เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันเราอยู่แล้ว

ส่วนใหญ่คนที่เรียนจบมาทางนี้ ก็จะไปเป็นนักแปล ล่าม ไกด์ แอร์ นักเขียน เรามองว่ามันกว้างมากเลย มีโอกาสไปได้เยอะแยะ สมัยนี้อะไรก็ใช้ภาษาหมดค่ะ

เริ่มใช้ทวิตเตอร์เพราะรู้สึกอยากหนีมาจาก Facebook
อยากได้โลกที่ไม่ต้องสนใจใคร เราอยากพูดความคิดของเรา

macthai-model-mary-malony-004 macthai-model-mary-malony-015

Macthai : คณะนี้เค้าเรียนอะไรบ้าง เรียนภาษาทั้งวันเลยรึเปล่า
Mary : นอกจากภาษาอังกฤษก็จะมีให้เลือกภาษาที่ 3 ด้วยค่ะ เราเลือกเรียนฝรั่งเศสเพราะว่าใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษแล้วก็ชอบฝรั่งเศสอยู่แล้วด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เรียนพวกไวยากรณ์ แกรมม่า แต่เราต้องเรียนรู้ถึงวรรณกรรม วรรณคดี ได้อ่านหนังสือที่เป็นกรรมจริงๆ ของประเทศเขาเลย เราก็จะรู้พื้นฐาน รู้ที่มาที่ไปของภาษา

Macthai : พอเรียนแล้วมันเป็นอย่างที่เราคิดตอนแรกไหม
Mary : ไม่เลยค่ะ (หัวเราะ) ปี 1 เป็นอะไรที่ทรมานมาก เพราะคาดหวังไว้ว่ายังไงก็ต้องเรียนแต่ภาษา แล้วกลายเป็นว่าต้องเรียนวิชาพื้นฐานที่เค้าบังคับให้เราเรียน ไม่ชอบเลย วิชาอังกฤษน้อยมาก ไม่อยากเรียนต่อเลย รู้สึกว่าทำไมต้องอ่านเพื่อจำ

แต่พอปี 2 ก็ไม่ต้องเรียนพื้นฐานแล้ว จะได้เรียนภาษาอังกฤษจริงๆ ก็เลยเริ่มเข้าใจ เริ่มปรับตัวกับเพื่อน มหาลัยได้ แต่บางทีเราก็ยังสนใจอะไรมากกว่า เช่น ตัดเสื้อ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่เรียนเลย ชีวิตมหาลัยเลยไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำมาก

Macthai : ถ้าให้ทวีตความรู้สึกตอนนี้ จะทวีตว่าอะไร
Mary : อยู่ข้างในแต่ได้กลิ่นฝนข้างนอก

Macthai : ทำไมถึงทวีตคำนี้ครับ
Mary : เพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ค่ะ คือสัมภาษณ์อยู่ในร้านกาแฟ แต่ได้กลิ่นฝนข้างนอกนะ [ทีมงาน: เป็นคนชอบใช้คำแปลกดีนะ] ใช่ค่ะ คือเราชอบใช้ความรู้สึก บวกกับภาษาในแบบของเราเอง

macthai-model-mary-malony-012

movie-mary-is-happy3

Macthai : หลายคนสงสัยมากเรื่องการใช้ Twitter เพราะเราไม่เคย Retweet หรือ Mention ใครเลย
Mary : เป็นความตั้งใจเลยค่ะ คือที่สมัคร Twitter เพราะอยากหนีจาก Facebook คืออยากได้โลกที่ไม่ต้องสนใจใคร เราอยากพูดความคิดของเรา

ปกติแล้วถ้าไม่ได้เล่น Twitter ก็คือจะเขียน Dairy อยู่แล้ว เพราะเป็นคนชอบเขียน แต่พอเปลี่ยนยุคที่มี Twitter เรารู้สึกว่า เฮ้ย มันสวยอ่ะ เราเป็นคนที่นั่งเฉยๆ ก็คิดอะไรตลอดเวลา พอมี Twitter ก็กลายเป็นคลังไอเดียของเรา

สำหรับที่ไม่ได้ตอบ Mention หรือ Retweet ใครเลย คือไม่ได้หยิ่งนะคะ ใครอยากจะคุยเค้าก็ตามมาใน Facebook ก็คุยด้วยปกติ แต่เราใช้ Twitter เพราะอยากให้เป็นที่เก็บความคิดของเรา เวลากลับมาดูแล้วชอบความสวยงามของมัน

Macthai : จากช่วงแรกที่คน Follow ไม่เยอะ มาถึงตอนนี้เกิน 40,000 คนแล้ว รู้สึกว่าเราทวีตต่างไปจากเดิมไหม
Mary : คิดว่าไม่นะคะ (ตอบทันที) คือจากกระแสหนังทำให้คนมาตามเยอะขึ้น มี Retweet กับ Mention เรามากขึ้น แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เหมือนทุกคนก็เข้าใจว่าเราเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ใคร Mention มาก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็เข้าไปดูตลอดนะ 555 อันไหนที่เราชอบก็จะกด Fav ไว้ค่ะ

การเรียนภาษาไม่ใช่แค่ไวยากรณ์ แกรมม่า
แต่เราต้องเรียนรู้ถึงวรรณคดี รู้ถึงรากฐานของภาษานั้นๆ ด้วย

macthai-model-mary-malony-008     macthai-model-mary-malony-018

Macthai : พอคิดอะไรออกปุ๊บก็ทวีตปั๊บเลยรึเปล่า
Mary : ไม่ค่ะ คือพอดีเป็นคนไม่ใช้สมาร์ทโฟน ก็จะกลับมาทวีตบนคอมฯ ที่บ้าน

Macthai : ฮะ !! คือจะบอกแมรี่ มาโลนี่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน !! [ฮือฮาทั้งวง]
Mary : 555 [หัวเราะ] ใช่ค่ะ คือใช้เป็นนะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับสมาร์ทโฟน แค่เวลาเราอยู่นอกบ้าน อยากใช้เวลากับความคิดมากกว่ากดมือถือ ก็เลยใช้มือถือธรรมดาๆ กลับบ้านใช้คอมก็ค่อยทวีตค่ะ

Macthai : เราน่าจะเป็นคนดังในโลก Social Network ไม่กี่คนที่ไม่ใช้สมาร์ทโฟนนะเนี่ย
Mary : หลายคนก็ตกใจค่ะ อย่างตอนอยู่กับเพื่อนๆ เวลาเขากดมือถือกัน เราก็ใช้เวลาคิดอะไรอย่างอื่น ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกแยกอะไรนะ

Macthai : กลับมาอ่านทวีตของเราบ่อยแค่ไหน
Mary : มีบ้างแต่ไม่บ่อย เวลากลับไปอ่านก็จมเหมือนกันนะ ถึงมันเป็นแค่ตัวอักษรเราจำได้หมดเลยว่าที่มามันคืออะไร เหมือนเป็นอย่างหนึ่งที่เตือนความทรงจำเราเพราะเป็นคนความจำแย่มาก พอกลับมาอ่านก็ทำให้เรานึกได้ว่าเราเคยทำอย่างนี้ คิดอย่างนี้

macthai-model-mary-malony-027

Macthai : ทำไมอยู่ดีๆ ทวีตของเราถึงได้เป็นเรื่อง Mary Is Happy, Mary Is Happy ได้
Mary : พอดีพี่เต๋อ (ผู้กำกับ) มี plan ว่าจะทำหนังเรื่องหนึ่ง พี่เค้าสนใจ Twitter เลยหา Account ที่จะสามารถไปประยุกต์กับหนังได้ พี่แกเลยสุ่มเลือกจาก Follower ไปเรื่อยๆ จนเจอชื่อเราขึ้นมาที่ Suggest มาข้างๆ พอดีเรา Follow เค้าเพราะเราชอบภาพยนตร์ก่อนหน้านี้คือเรื่อง 36 ช่วงนั้นก็อินหนังเรื่องนี้

เคยถามพี่เต๋อเหมือนกัน เค้าบอกว่าทีแรกก็ไม่ได้กดไปดูชื่อเราหรอก แต่มันขึ้น Suggest มาบ่อยๆ พี่เค้าก็เลยลองกดเข้ามาดู แล้วก็ชอบทวีตเราตรงที่มันแปลก ไม่คุยกับใครเลย (หัวเราะ) เป็นอะไรที่น่าเอาไปทำ เลยลองเอาไปเขียนจนมันโอเค ก็ให้ทีมงานติดต่อมาว่าจะขอเอาทวีตไปทำภาพยนตร์

Macthai : ตอนที่ทีมงานติดต่อมารู้สึกยังไง
Mary : รู้สึกแปลกใจมากเลยค่ะ คือพอดีทีมงานเค้าเอาข้อความที่พี่เต๋อฝากส่งต่อมา บอกว่าเค้าสนใจทวีตเรา จะขอเอาไปทำภาพยนตร์ เป็นหนังที่ได้ทุนจากฝรั่งเศส จะขออนุญาตไปทำ ถ้าอนุญาตก็ทำ แต่ถ้าไม่อนุญาตก็แย่เลยเพราะว่าเค้าทำไปแล้ว (หัวเราะเสียงดัง)

พี่เต๋อไม่ได้ใช้ Facebook ตัวเองส่งมา แต่ให้พี่ทีมงานเอาข้อความพี่เต๋อส่งเข้า Inbox มา แล้วลงท้ายว่า นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์  ก็ไม่อยากเชื่อเพราะเราเพิ่งไปตามเค้าเอง อินกับหนังเค้า รู้สึกว่าเป็นผู้กำกับที่โอเค

เป็นคนไม่ใช้สมาร์ทโฟนค่ะ เวลาอยู่นอกบ้านอยากใช้เวลากับความคิดมากกว่ากดมือถือ

macthai-model-mary-malony-033 macthai-model-mary-malony-026

Macthai : ระหว่างถ่ายทำได้คุยกันบ้างไหม
Mary :  เรื่องแปลกคือทีมงานบอกว่าเรากับพี่เต๋อห้ามเจอกันนะ ห้ามคุยกัน เพราะมันจะมีผลกระทบต่อบทของพี่เต๋อ พอรู้จักใครแล้วเราจะตีความไปอีกแบบ เค้าอยากได้ในแบบที่เค้าไม่รู้จักเราเลย อ่านแค่ Twitter แล้วก็จะคิดว่าคนนี้เป็นคนยังไง ต่างคนต่างอยู่ เขียนจบค่อยเจอกัน

แต่เราก็เข้าไปดูความเคลื่อนไหวตลอดนะว่าเค้าเขียนถึงไหนแล้ว รู้สึกว่าอยากดูว่าเค้าจะทำออกมาเป็นแบบไหน

Macthai : ได้ดูหนังครั้งแรกเมื่อไหร่ รู้สึกยังไงบ้าง
Mary : ดูรอบสื่อเลยค่ะ พร้อมกับคนอื่นๆ เห็นทวิตเราบนจอรู้สึกว่าจริงเหรอ มันเกิดขึ้นแล้วอ่ะ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกแบบโอเวอร์ ดีใจแบบเงียบๆ มากกว่า พี่เต๋อทำออกมาได้ดีมากจนอยากขอบคุณพี่เต๋อ ถ้าแก่ตัวไปแล้วเอาเรื่องนี้กลับมาดูมันเป็นชีวิตเราทั้งหมด มันก็จะนึกถึง

Macthai : แสดงว่าบทหนังวิเคราะห์ชีวิตเราจากทวีตล้วนๆ แล้วมันตรงบ้างไหม
Mary : ตรงประมาณ 80% (ทีมงาน : โอ้โห) เป็นเรื่องแปลกมากจริงๆ ทั้งภาพ สถานที่ เพลง เรารู้สึกว่ามันใช่หมดเลย ทำให้รู้สึกว่าเค้าเป็นตัวแทนเราได้ ถ้าเราได้ทำหนังเราก็จะทำแบบนี้เหมือนกันค่ะ รู้สึกดีใจจังที่เอาไปทำแล้วออกมาเป็นแบบนี้ ไม่รู้สึกเสียดายเลย

เราอินมากเลยนะ จนติดต่อพี่เค้าไปทีหลังว่าพี่ไปซื้อราวตากผ้านี้ที่ไหน ซื้อชุดว่ายน้ำนี้ที่ไหนด้วย (หัวเราะ)

movie-mary-is-happy2

Macthai : “พรุ่งนี้ต้องเร็วนะ” ทำไมอยู่ดีๆ ทวิตคำนี้คำแรกของทวิตเตอร์เรา
Mary : คือตอนนั้นอยากบอกกับตัวเอง ว่าวันนี้เราเลือกที่จะช้าไปแล้ว เวลาได้ผ่านไปแล้ว เอาน่ะช้าได้ไม่เป็นไร แต่พรุ่งนี้เราจะปรับจังหวะชีวิตใหม่ พรุ่งนี้ต้องเร็วนะ

Macthai : ในหนังเรามีเพื่อนสนิทชื่อซูริ ชีวิตจริงเขาเป็นคนยังไง
Mary : ซูริเป็นชื่อหมาที่บ้านค่ะ (เงิบทั้งวง) ยังมีคนทักมาบอกเลยว่าเสียใจด้วยนะ ที่เพื่อนเสียชีวิต เลยต้องบอกว่ามันเป็นหมาที่บ้าน พอดีว่าช่วงที่พี่เต๋อเลือกทวิตนี้ไปเพราะเราทวิตไปว่า “ซูริมันงงกับเครื่องปริ้นใหญ่เลย” เค้าเลยดึงชื่อนี้มาเป็นเพื่อนของแมรี่ดีกว่า เค้าก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นหมา

Macthai : ในหนังมีตัวละครที่แมรี่แอบชอบคนชื่อเอ็ม ชีวิตจริง เค้าคนนั้นเป็นอย่างในหนังหรือเปล่า
Mary : เป็นอย่างนั้นเลยค่ะ ยังถามพี่เต๋อเลยว่าทำไมให้เอ็มชื่อเอ็ม คือคล้ายกันมากจริงๆ พี่เต๋อบอกว่าพี่มีเพื่อนชื่อนี้ ก็อยากให้ชื่อนี้

ชอบสินค้าแอปเปิลที่ดีไซน์ ดูแล้วรู้เลยว่าผ่านการคิดมาเยอะ เรียบง่ายแต่ใช้งานได้ดี

macthai-model-mary-malony-044

macthai-model-mary-malony-082

Macthai : เป็นแฟนกัน ?
Mary : ไม่นะ ไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ แบบว่าชอบเฉย ๆ แล้วก็คุยกันมาสักพัก เค้าก็ไม่ได้เป็นแฟนเรา สุดท้ายแล้วก็แยกย้ายกันไป

Macthai : ถ้าให้สรุป 410 ทวิตแรกของเรา ตอนนั้นเราอยู่ในช่วงไหน อารมณ์ยังไง
Mary : ต้องบอกว่าช่วงนั้นกำลังเรียนอยู่มหาลัยปี 4 ค่ะ กำลังจะจบแล้ว อารมณ์แบบเรียนจบแล้วจะไปทางไหน จริงๆ ก็เป็นสีสันของช่วงปี 4 เทอมสุดท้าย ชีวิตในมหาลัยค่อนข้างไม่มีอะไรเลย พอจะจบก็ดันมีเรื่องนี้พอดีให้เรานึกถึงอารมณ์แบบไม่แน่นอน ว้าวุ่นใจ เป็นช่วงที่แบบจะเอาอะไร จะไปทางไหน

Macthai : Magic hour ของแมรี่คือกี่โมง
Mary : ในหนังมันคือช่วง 6 โมง แต่ของเราคือเวลามองท้องฟ้าก็ Magic hour แล้ว ไม่ได้เกี่ยวว่ากี่โมง ถ้า 6 โมงเป๊ะๆ นะคะ

ตัวจริงไม่ได้ชื่อแมรี่ แต่ตอนนี้ทุกคนก็เรียกแมรี่ไปแล้ว
คือใครตะโกนว่าแมรี่ก็หันไปนะ 55

macthai-model-mary-malony-058     

Macthai : ที่ทวีตว่า “วันนี้อินฟรานซ์” ไปจริงไหม
Mary : ไม่ได้ไปค่ะ คือตอนนั้นกำลังคิดอยู่ว่าจะไปฝรั่งเศสหรือว่าฟอเรนส์ อิตาลี แต่ที่เจ๋งคือในหนังพี่เต๋อทำให้แมรี่ได้ไปฝรั่งเศสจริงๆ ตอนที่ดูหนังตอนนี้ดูแล้วจะร้องไห้ มันเหมือนกับว่าช่วงนั้นจะเรียนจบแล้วก็ลังเลอยู่ว่าจะไปเรียนต่อที่นั่นดีไหม แล้วตัดสินใจว่าไม่ไป แต่ในหนังมันทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ไปจริงๆ

MacThai : คิดว่า @Malylony เป็นคนยังไง
Mary : ถ้าดูจากในทวิตเตอร์ ก็เป็นคนที่อยู่กับตัวเองเยอะ เป็นคนที่คุยกับตัวเองตลอดเวลา เข้าใจตัวเองในระดับนึง มีโลกส่วนตัวสูง ซึ่งชีวิตจริงก็ประมาณนั้น

MacThai : หลายคนเข้าใจว่าแมรี่ต้องเป็นเด็กม. ปลาย สก๊อย เวิ่นเว้อ มีแฟนแล้วด้วย
Mary : (หัวเราะ) ไม่ตรงสักอย่างเลยค่ะ ถ้าได้รู้จักกันแล้วเค้าจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเวิ่นเว้อหนักกว่านี้อีก 55

MacThai : แล้วตัวจริงของน้องไนซ์ ที่ไม่ใช่แมรี่ในทวิตเตอร์เป็นคนยังไง
Mary : เป็นคนที่มีโลกของตัวเอง รู้สึกว่ามีความสุขกับโลกของเราอยู่แล้ว เป็นคนลืมง่าย ไม่อยู่กับอะไรนานๆ ต่อให้เครียดแป๊บเดียวก็หายแล้ว ไม่เก็บมาคิด ไม่สบายใจก็จบได้ด้วยตัวเอง

Magic Hour ของเราไม่มีเวลาที่แน่นอน ขอแค่ฟ้าสวยก็ใช้ได้

macthai-model-mary-malony-020

macthai-model-mary-malony-073

MacThai : ตัวจริงแมรี่ที่อยู่ในหนังเหมือนเราตัวจริงหรือเปล่า
Mary : เหมือน เป็นประมาณนั้นเลย เช่น ฉากที่คุยกับซูริว่า “เฮ้ย มันต้องไม่ใช่แน่เลยอ่ะ” แค่คำพูดมันก็ใช่เราแล้วอ่ะ

MacThai : ได้คุยกับนักแสดงอีก 2 คนบ้างไหม
Mary : จริงๆ ได้คุยแบบทักทายกัน แต่ไม่ได้คุยถึงว่าเค้าเล่นตอนนั้นเป็นยังไง หรือรู้สึกยังไงกับแมรี่

MacThai : Feedback ส่วนใหญ่ที่คนเข้ามาหาเราส่วนใหญ่เป็นยังไงบ้าง
Mary : ส่วนใหญ่เข้ามาบอกว่าดูหนังแล้วรู้สึกอินกับความเป็นเรา ดูหนังแล้วรู้สึกอยากคุยกับแมรี่ตัวจริง สนใจความคิด ชีวิตเรา รู้สึกว่าหนังยังไม่จบเพราะว่ายังมีเราให้ตามต่อไป อย่างตอนนี้เราใช้ชีวิตยังไงเค้าก็ยังตามอยู่ว่ามันเป็นภาคต่อ มีเรื่องราวตลอดเวลา

ดีใจที่มีคนติดตามเรา มีคนที่เห็นความสวยงามของภาษา
มีคนตามเยอะๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนวิธีทวีตของเราเลยค่ะ

macthai-model-mary-malony-083

macthai-model-mary-malony-074

MacThai : ชอบอะไรในตัวสินค้า Apple
Mary : ชอบดีไซน์ เพราะเราเป็นคนชอบดีไซน์ เรารู้แหละว่ามันดี ไม่ได้ดูแพงแต่ดู minimal ชอบอะไรที่เรียบแต่รู้สึกได้

MacThai : เป็นคนชอบของที่ดีไซน์
Mary : ใช่ค่ะ คือของแอปเปิลเค้าแตกต่าง ซึ่งดีไซน์ดีมากจริงๆ ดูแล้วรู้เลยว่าผ่านการคิดมาเยอะ เรียบง่ายแต่ใช้งานได้ดี

MacThai : มีคนบอกว่าเราเป็นเน็ตไอดอลทาง Twitter ที่ไม่ได้เน้นหน้าตา คิดว่ายังไง
Mary : เราก็ยังใช้ชีวิตปกติ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจที่ใครมาตามเราเยอะๆ เพราะเราก็ไม่ต้องตอบคำถามทุกคน ถ้าเป็นแบบนั้นเราคงรู้สึกอึดอัด ว่าทำไมต้องมานั่งตอบ ไม่มีใครมาว่าดังแล้วไม่ตอบ เราก็อยู่ของเราอย่างนี้อยู่แล้ว

ส่วนหนึ่งก็ดีใจที่คนมองเห็นความสวยงามของภาษา มองเห็นความคิดของเราแล้วเอาไปประยุกต์ใช้ชีวิตของเขาได้ บางทีเป็นคำที่ไม่ได้ยากอะไรแต่พอเค้าอ่านก็รู้สึกว่าชีวิตเค้าก็เป็นแบบนี้ คำพูดนี้มันจริง เราเป็นจุดที่ทำให้เค้านึกถึง

MacThai : มองตัวเองว่าอนาคตอยากทำอะไร
Mary : อยากทำงาน Creative, Copy Writer หนังสือก็อยากทำ อยากทำฟิลด์อาหาร งานดีไซน์ คอลัมน์นิสต์

ปรากฏการณ์ House โรงแตก เพื่อต่อคิวซื้อบัตรหนัง

movie-mary-is-happy

นักแสดง, เจ้าของทวีต, ผู้กำกับ (ภาพจาก ternawapol)

MacThai : ดูเหมือนจะเหมาะเป็นคอลัมน์นิสต์มาก
Mary : จริงๆ แล้วโอกาสอะไรที่เข้ามาเราก็อยากลองหมด ไม่สามารถตอบได้ว่าเราจะโอเคกับมันไหม เราจะชอบมันไหม บางเรื่องเราคิดว่าโอเค แต่พอทำแล้วอาจจะไม่ใช่ หรือบางเรื่องที่เราปฏิเสธตั้งแต่แรกพอได้ลองทำอาจจะรักเลยก็ได้ อะไรมันไม่แน่นอน อยู่ที่ว่าโอกาสอะไรเข้ามาก็ลอง

MacThai : อยากฝากอะไรถึงแฟนคลับ @Marylony ที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่
Mary : ไม่เคยเชื่อว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสแบบนี้ หรือเจอเรื่องราวดีๆ แบบนี้ ซึ่งมันน้อยคนมากที่จะได้มา ขอบคุณที่ติดตามถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์มากมาย แต่ก็รู้สึกได้ว่าเค้าชอบในตัวของแมรี่จริงๆ ดีใจที่ได้คุยกัน

บางคนไม่ได้ดูหนังแต่เค้าแชร์ต่อ บางคนไม่รู้จักกันเลยแต่เค้าเห็นของบางอย่างแล้วคิดถึงก็ส่งมาให้ อย่างนี้มันคือ Magic hour ก็จะจำช่วงเวลานี้ว่ามันเคยเกิดขึ้น หนังจบแล้วแต่เราก็ดำเนินชีวิตต่อไปในช่วงเวลาเดียวกันกับคนเหล่านี้ เค้าได้ติดตามเรา

macthai-model-mary-malony-067-re

Model : ภัทรินทร์ คงภิวัฒนา (แมรี่)
การศึกษา : คณะมนุษยศาสตร์ วิชาเอกภาษาอังกฤษ มหาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
Twitter : @Marylony
Fanpage : แมรี่ แลนด์

Photo by : MemoLikePhoto

พบกับอัลบั้มภาพสวยๆ ของแมรี่ มาโลนี่ ได้ที่ MacThai Fanpage

 

About khajochi

แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์, บล็อกเกอร์ที่เชื่อในรักแรกพบ, ชาบูภริยายิ่งกว่าใคร
บล็อกเกอร์ : Khajochi.com
Social Media : @Khajochi, Facebook, Google+

Leave a Reply