[Exclusive] สัมภาษณ์พิเศษ Joash Wee SEA General Manager จาก Between

Screen Shot 2557-03-29 at 4.17.01 PM

เป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษระหว่างการเยี่ยมเยียนประเทศไทยที่ทีมงานแมคไทยได้สัมภาษณ์คุณจอช วี ผู้จัดการทั่วไปประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคจาก VCNC บริษัทผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Between ซึ่งเป็นแอพฯ สำหรับคู่รักที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลกในขณะนี้

อธิบายสั้นๆ Between คือแอพพลิเคชั่นที่ช่วยเหลือคู่รักให้พัฒนาความสัมพันธ์โดยมีฟีเจอร์อย่าง ห้องแชทส่วนตัว ปฏิทินส่วนตัว Memory Box ฯลฯ คอยช่วยเหลือคู่รักในเรื่องต่างๆ ทีมงานตื่นเต้นพอสมควรเพราะพวกเราเองก็ใช้งานแอพนี้อยู่ทุกวัน และเป็นแฟนตัวยงกันเลยทีเดียว

เรานัดหมายกันที่ Hubba เอกมัย ที่ซึ่งคุณจอชใช้ทำงานระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย คุณจอชทักทายพวกเราในชุดสบายๆ ในห้องประชุมที่ได้จัดเตรียมไว้ หลังจากที่ได้แนะนำตัวสั้นๆ การสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น

IMG_2435

ภาพรวม

จอช : ขออนุญาตเริ่มจากการให้ Background เล็กๆ น้อยๆ นะครับ ตัวแอพ Between เริ่มต้นพัฒนาเมื่อหลายปีก่อนโดยเริ่มต้นที่เกาหลีใต้ เราวาง Position ไว้เป็นแอพฯ สำหรับคู่รักที่สามารถใช้งานกันได้ทุกวัน ตอนนี้เรามีผู้ใช้จำนวนมากพอสมควรในเกาหลีใต้ และเรากำลังเข้ามาเปิดตลาดในเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิคครับ

MacThai : คุณจอชพอจะเปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ใช้ของ Between ได้ไหมครับ ทั้งในเกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ

จอช : ตัวเลขปัจจุบันของผู้ใช้ Between ทั่วโลกตอนนี้อยู่ที่ราวๆ 6.4 ล้านคนครับ โดย 60% เป็นชาวเกาหลีใต้ 12% เป็นชาวญี่ปุ่น 8% ในจีน และ 7% ในเอเชียแปซิฟิค (4% ในสหรัฐ 4% ในใต้หวัน และที่เหลือทั้งหมดอีก 5%) เรามองเห็นโอกาสอย่างมากในประเทศจีน แต่เราอยากเริ่มต้นทำตลาดในเอเชียแปซิฟิคก่อน เนื่องจากเราเข้าใจตลาดและผู้ใช้มากกว่าภูมิภาคอื่น ถ้าเราแบ่งให้ละเอียดขึ้น เราจะพบว่าในเอเชียแปซิฟิค ไทย คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยมีผู้ใช้ 140,000 คน ตามด้วยมาเลเซียและสิงคโปร์ นี่คือ 3 ประเทศแรกที่เราอยากทำตลาดในภูมิภาคนี้ครับ

ตลาดประเทศไทยและกลยุทธ์

MacThai : เราได้ข่าวมาว่าทาง Between เริ่มแผนทำตลาดในไทยมาสักพัก ปัจจุบันได้มีกิจกรรมอะไรไปแล้วบ้างครับ?

จอช : ตอนนี้เราได้เริ่มมี Partner ทางการตลาด 2 ราย คือ ตลาดดอทคอม (tarad.com) และวงใน (Wongnai) ครับ จริงๆ มันค่อนข้างชัดเจนว่าร้านอาหารกับคู่รักก็เป็นของคู่กัน วงในเลยเป็น Partner ที่เหมาะกับเรามากๆ

เป้าหมายช่วงแรกของเราคือการสร้างความรู้จักและเพิ่มจำนวนผู้ใช้ในไทย โดยเราเลือกใช้กลยุทธ Cross Marketing ซึ่งเราจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเรากับ Partner และสื่อสารลงไปในกลุ่มผู้ใช้ทั้ง 2 กลุ่ม (คือผู้ใช้ของ Between และผู้ใช้ของ Partner ของเรา) โดย Partner ของเราก็สามารถลงข้อมูลใน Between ได้ และเราก็จะลงข้อมูลในพันธมิตรของเราได้

MacThai : กิจกรรมที่ได้เริ่มทำไปแล้วมีอะไรบ้างครับ?

จอช : สำหรับเคสตลาดดอทคอม เราเริ่มทำอะไรง่ายๆ ร่วมกันก่อนครับ ช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาทางตลาดดอทคอมได้เปิดไมโครไซต์ที่ขายของขวัญเฉพาะสำหรับคู่รักในวันวาเลนไทน์ ซึ่งในหน้าเวบจะมี 12 ชิ้น แต่จะมีข้อความบอกว่า “ยังมีอีก 8 ชิ้นที่เป็นของขวัญ exclusive ที่จะมีอยู่ใน Event Box ของ Between เท่านั้น” กลไกนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างฐานผู้ใช้ของ Between เพิ่มขึ้นได้จากฐานผู้ใช้เดิมของตลาดดอทคอม ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้เดิมของ Between ก็ถูกชักชวนให้เข้าไปชมสินค้าผ่านหน้าเวบของตลาดดอทคอมเช่นกัน โดยเมื่อสิ้นสุดกิจกรรม ผลที่ได้ทะลุเกินเป้าที่คาดไว้ประมาณ 10%

MacThai : แสดงว่าส่วนใหญ่แล้ว Between เน้นการทำ Partnership เพื่อขยายฐานลูกค้าเป็นหลัก?

จอช : ใช่ครับ และเรื่องนี้ก็ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นประโยชน์กับทั้งทางเราและ Partner เลย ตลาดของเราเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มซึ่ง niche มาก ทำให้ Conversion Rate สูงมากเทียบกับสื่ออื่นๆ ในเกาหลีใต้เอง เราก็ทำกิจกรรมร่วมกับแบรนด์สินค้าอิเลกทรอนิคแบรนด์หนึ่ง ซึ่งทางแบรนด์ได้จัดงาน Wedding Fair และโปรโมตผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง Duam และ Naver ซึ่งเป็น 2 เวบใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ รวมถึงโปรโมตผ่าน Event Box ใน Between โดยใน Event Box นั้น เราสามารถกำหนดเพศ วัย อายุ ระบบปฏิบัติการได้หาก Partner เราต้องการ ผลของการโปรโมตทั้ง 3 ช่องทาง Duam กับ Naver ชักชวนคู่รักมาลงทะเบียนได้ 700 คนใน 1 เดือน ส่วนใน Between มีการลงทะเบียน 2,000 คนใน 3 วันเท่านั้น ผมคิดว่านี่คงเป็นข้อพิสูจน์ว่าเราพบวิธีการสื่อสารแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพกับคู่รักแล้วครับ

ฟีเจอร์การแชร์ Moment ระหว่างคู่รัก
ฟีเจอร์การแชร์ Moment ระหว่างคู่รัก

MacThai : เวลาเราพูดถึง Between กันเรามักจะรู้สึกถึงความแตกต่างเพราะแอพนี้เอาไว้ใช้กันเพียง 2 คน ทำให้มันไม่สามารถเชื่อมต่อกลุ่มเพื่อนและแพร่กระจายเพิ่มผู้ใช้ได้เหมือน app อื่นๆ เรื่องนี้ส่งผลอะไรต่อการเติบโตไหมครับ?

จอช : เราเข้าใจดีว่า app ของเราคงไม่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเหมือนกับ Social Network อื่นๆ แน่นอน แต่ก็มีเรื่องขำๆ อยู่นะครับ เราลองตรวจสอบจากผู้ใช้แล้วพบว่า Between เอาก็มี Viral ได้เหมือนกัน แต่จะเกิดขึ้นเมื่อมีคู่รักที่ใช้ Between แล้วเลิกกัน ซึ่งเมื่อทั้งสองคนไปมีแฟนใหม่ ก็จะแนะนำให้แฟนใหม่ใช้ Between เพราะตัวแอพมีส่วนข่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี จริงๆ แล้วแอพของเราดังได้ในประเทศต่างๆ เพราะการใช้การตลาดแบบปากต่อปาก คนที่ใช้ Between แล้วชอบก็จะแนะนำเพื่อนๆ ต่อไปครับ

Business Model

MacThai : ตอนนี้เราเห็น app มากมายที่ทำสติ๊กเกอร์ออกมาให้ใช้และขาย Between เองก็ขายสติ๊กเกอร์เช่นกัน นี่เป็นวิธีการหารายได้หลักของแอพรึเปล่า?

จอช : จริงๆ แล้ว business model ของเราไม่ใช่การขายสติ๊กเกอร์นะครับ ส่วนนั้นเป็นรายได้ส่วนที่น้อยมากๆ เราเพียงคิดว่าสติ๊กเกอร์เป็นวิธีการสื่อสารที่ให้อารมณ์ได้ดีเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วเราหารายได้จากการใช้ Event Box ซึ่งถือว่าเป็นสื่อที่เราสามารถใช้สื่อสารไปยังคู่รัก ตัวอย่างเช่น เรามีผู้ใช้ประมาณ 60% ในเกาหลีใต้ ซึ่งนับได้ว่ามากพอสมควร เราใช้ช่องทางนี้ช่วยเหลือแบรนด์ใหญ่ๆ ในการโปรโมตสินค้าและบริการไปยังคู่รักโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (เช่น ร้านอาหาร สปา โรงแรม) business model ของเราคือการสร้างช่องทางการสื่อสารกับคู่รักที่มีประสิทธิภาพกว่าการโฆษณา มี Conversion Rate สูงกว่า ซึ่งจะทำให้แบรนด์มาลงโฆษณากับเรามากขึ้น

MacThai : ในการทำตลาดของแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ?

จอช : มีเรื่องน่าสนใจที่เรามักจะพบจากการศึกษาคู่รักในประเทศต่างๆ ครับ ตัวอย่างเช่น ในญี่ปุ่น อายุของผู้ใช้ของเราจะน้อยกว่า (ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย) ผู้ใช้ในญี่ปุ่นจะ techy มาก เน้นการส่งรูประหว่างกัน ระยะเวลาของความสัมพันธ์ก็จะสั้น ในเกาหลีใต้นั้น คู่รักจะอายุมากกว่าในญี่ปุ่น มีระยะเวลาเฉลี่ยที่คบกันนานกว่า และนิยมพิมพ์ข้อความหากันเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเรามาดูในเอเชียแปซิฟิค ตัวอย่างเช่นประเทศไทย ปริมาณรูปที่ส่งหากันจะสูงมาก โดยปกติแล้ว รูปที่ส่งหากันระหว่างวันธรรมดาจะมีจำนวนน้อยกว่าวันหยุดเพราะคู่รักมักจะได้เจอกันในวันหยุดและมีโอกาสถ่ายรูปด้วยกัน ในขณะที่วันธรรมดาที่ไม่ได้เจอกันก็เลยไม่ได้ส่งรูปมากเท่าไหร่ แต่มีประเทศไทยนี่แหละครับที่ปริมาณรูปพอๆ กันตลอดทั้งสัปดาห์เลย (ฮา)

MacThai : อะไรคือความท้าทายที่สุดในการทำตลาดในประเทศไทยครับ?

จอช : ผมคิดว่าเป็นเรื่องของความเข้าใจนะครับ แนวคิดของแอพสำหรับคู่รักอย่าง Between ยังไม่แพร่หลายนักในไทย เราอาจจะต้องสร้างความเข้าใจให้กับตลาดถึงประโยชน์ตรงนี้ ตลาดเอเชียแปซิฟิคมักจะมุ่งสู่แนวคิดว่า “อยากเป็นคนดัง อยากมี follower เยอะๆ” ทำให้เฟซบุ๊คและอินสตาแกรมได้รับความนิยมมาก จำนวนเพื่อนหรือ follower เป็นเรื่องสำคัญสุดๆ ในสหรัฐฯ และตลาดที่มีการพัฒนาแล้วในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น จะให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก ทำให้แนวคิดของแอพสำหรับคู่รักสามารถสอดแทรกเข้าไปกับวัฒนธรรมของตลาดได้ดี

อีกเรื่องคงเป็นเรื่องภาษาที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ตอนนี้เรามีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น จีนกลาง (ตัวย่อและตัวเต็ม) ผมคิดว่าถ้าเราออกเวอร์ชั่นภาษาไทยน่าจะช่วยเหลือเราได้มากเลยครับ

ฟีเจอร์ปฏิทินส่วนตัวสำหรับคู่รัก
ฟีเจอร์ปฏิทินส่วนตัวสำหรับคู่รัก

คู่แข่ง และอนาคต

MacThai : จากที่คุยกันมา เราพอจะจับใจความได้ว่า Between คือแพลตฟอร์มสำหรับคู่รักที่ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน ตอนนี้คุณเห็นอะไรในขณะที่คุณมองไปยังคู่แข่งที่โด่งดังในตลาดแชทอย่าง “LINE”?

จอช : “LINE” เป็นที่นิยมมากในไทย อันนี้เราเข้าใจดีครับ ตัวเลขล่าสุดบอกว่าปริมาณผู้ใช้ LINE ในไทยคิดเป็นอันดับสองของโลก แต่มันแตกต่างกันครับ Between ไม่ได้เป็นเพียงแอพแชทหรือโซเชียล แต่มันเป็นกล่องเก็บความทรงจำของคุณกับคนรักของคุณที่เป็นเรื่องราวดีๆ ตลาดระยะเวลาที่คบกัน ในความเป็นจริง เราไม่ได้มองว่า LINE เป็นคู่แข่งของเรานะครับ คู่แข่งของเราจริงๆ เป็นแอพสำหรับคู่รักอื่นๆ ตัวอย่างเช่น “Couple” (ซึ่งมีฟีเจอร์อย่าง “Thumbkiss” ที่ให้คู่รักเอานิ้วแตะจอพร้อมกันแล้วเครื่องก็จะสั่น) แต่เราก็แตกต่างจากคู่แข่งใน Category เดียวกันนะ ความแตกต่างแรกเลย คือคุณจะไม่มีทางได้เห็นฟีเจอร์ลักษณะนี้ในแอพของเรา เพราะเราต้องการให้มีฟีเจอร์ที่จำเป็นและเหมาะสมที่สุดสำหรับคู่รักจริงๆ เท่านั้น เราต้องการให้ทุกอย่างเรียบง่าย การเอาฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นใส่เข้ามาจะทำให้คู่รักไม่ได้ใส่ใจในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์จริงๆ เท่าที่ควร

สรุปแล้ว เราไม่ค่อยกังกลเรื่องคู่แข่งนะ เอาเป็นว่าเราโฟกัสในเรื่องที่เราเห็นว่าจะพัฒนาแอพของเราเป็นหลักมากกว่าครับ

MacThai : เราจะได้เห็น Between พัฒนาอะไรในระยะเวลาอันใกล้ไหม?

จอช : มีคนถามเรามาเยอะมากเลยว่า มันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้สำหรับการใส่ Link หรือการใส่พวก filter ถ่ายภาพจากแอพอื่นๆ มั๊ย? คือเราก็เห็นช่องว่าตรงนี้เหมือนกันครับ ทุกคนอยากได้ API สำหรับเชื่อมต่อ

กับแอพอื่นๆ แต่เราเองก็ยอมรับว่าเราทำทุกอย่างไม่ได้ตอนนี้เพราะทีมเรายังเล็กมาก เราเลยต้องโฟกัสไปในเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญก่อน เดี๋ยวเราก็จะปล่อย update ในเกาหลีใต้เร็วๆ นี้แล้วครับ

ก่อนจากกัน คุณจอชได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการทำตลาดในไทยโดยเน้นการสร้าง Partner ที่ดี เพราะนิสัยที่เป็นมิตรของคนไทย ทำให้การทำงานร่วมกันกับ Partner เป็นไปด้วยความราบรื่นตลอดมา เราหวังว่าเราจะได้เจอ Partner ที่เป็นมิตร และสามารถสร้างตลาดที่ใหญ่ขึ้นในไทยได้ในอนาคตครับ”

สัมภาษณ์โดย ทีมงาน MacThai

(ในการ Launch version 2.0 ทาง Between ได้ทำวีดีโอน่ารักๆ เอาไว้ด้วยครับ กดดูกันได้เลย)