บทสัมภาษณ์ 3 ผู้บริหารแอปเปิลกับการสร้าง iPhone 5s, iOS 7 และการต่อสู้กับ Android

current_304x415

หลังงานเปิดตัว iPhone ที่ผ่านมา ผู้บริหารทั้ง 3 ของแอปเปิล อันได้แก่ Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรรมซอฟต์แวร์, Tim Cook ซีอีโอ และ Jonathan Ive หัวหน้าฝ่ายออกแบบ (เรียงตามลำดับ) ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Bloomberg Businessweek โดยแสดงถึงวิสัยทัศน์ และการทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นสินค้าแอปเปิลแต่ละชิ้น ทีมงาน MacThai ได้รวบรวมประเด็นต่างๆ มาสรุปไว้ ดังนี้

craig-tim-jony-businessweek

แอปเปิลกำลังเข้าใกล้ความหายนะ?

  • ตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน จีนถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด และผู้ผลิตท้องถิ่นต่างก็ผลิตสินค้าราคาถูก และสินค้าราคาถูกคงไม่จำกัดอยู่เพียงในประเทศจีนแน่
  • Tim Cook ไม่รู้สึกปลาบปลื้มในขาขึ้น และไม่รู้สึกแย่ในขาลง เขาผ่านช่วงเวลาที่น่าหวาดเสียวมาหลายรอบแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับทุกตลาด ทั้งกล้อง, พีซี, แท็บเล็ต, มือถือ, VCR และ DVD
  • สำหรับ Cook แล้ว ตลาดมือถือแตกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ส่วนที่สองจะเป็นตลาดบนที่มีราคาสูงแต่คุ้มค่า
  • Cook กล่าวว่า “มันมักจะมีขยะก้อนใหญ่อยู่ส่วนหนึ่งของตลาด เราจะไม่เข้าไปทำตลาดขยะ” ส่วนตลาดบน Cook บอกว่า “นี่คือกลุ่มตลาดที่ต้องการสินค้าที่เราพยายามเพื่อพวกเขา ผมต้องแข่งขันอย่างบ้าคลั่งเพื่อลูกค้าเหล่านั้น ผมไม่อยากจะเสียเวลาไปกับตลาดอื่น ๆ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น โชคดีที่ทั้งสองตลาดนั้นมีขนาดใหญ่ มีผู้คนมากมายที่ต้องต้องการการเอาใจใส่ด้านประสบการณ์ใช้งานจากมือถือหรือแท็บเล็ตของพวกเขา ที่ธุรกิจของแอปเปิลดำเนินไปในทางนั้นอยู่แล้ว”
  • 1 ปีที่ผ่านมา แอปเปิลนั้นแทบไม่เคลื่อนไหวใด ๆ เลย เพียงแค่เพิ่ม iPad mini, iPhone 5s และ iPhone 5c ปลด Scott Forstall หัวหน้าฝ่าย iOS ออก แบ่งหน้าที่เขาออกเป็นสองส่วน คือส่วนงานออกแบบ รับผิดชอบโดย Jonathan Ive และส่วนวิศวกรรมซอฟต์แวร์ รับผิดชอบโดย Craig Federighi

การจะสร้างอะไรใหม่ๆ น่ะมันง่าย แต่การทำให้ถูกต้องน่ะมันยาก

jonny-ive Craig Federighi

กุญแจแห่งความสำเร็จคือ Jonathan Ive + Craig Federighi

  • Ive เป็นผู้ออกแบบสินค้าต่าง ๆ ของแอปเปิลแทบ ทั้ง iMac, iPod, iPhone, iPad วิดีโอของเขามักจะเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของงานเปิดตัวสินค้าแอปเปิล เช่น ในงานเปิดตัว iPhone 5c นั้น Ive เน้นเรื่องพลาสติก แต่ทำให้พลาสติกนั้นดูหรูหราได้ด้วยคำพูดว่า “พลาสติกที่สวยและทรนง” (มีเสียงหัวเราะดังลั่นกับคำพูดนี้ในหอประชุมที่เปิดตัวสินค้าด้วย)
  • Federighi เริ่มทำงานกับ Jobs ที่ NeXT และในปี 1996 แอปเปิลเข่้าซื้อ NeXT และ Federighi ทำงานกับแอปเปิลอีก 3 ปี จึงลาออกไปอยู่กับ Ariba เขากลับมาทำงานที่แอปเปิลอีกครั้งปี 2009 ในตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ Federighi มักเป็นผู้สร้างความครื้นเครงในงานเปิดตัวสินค้าของแอปเปิลที่ผ่านมา (ตัวอย่างคำพูด เช่น ไม่ต้องเดินไปทั่วห้องเพื่อที่จะเอามือถือคุณไปแตะมือถือชาวบ้าน)
  • โต๊ะของ Ive และ Federighi เดินถึงกันได้ในเวลาเพียง 1 นาที ทั้งคู่จึงทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้ว Ive บอกว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเรากำลังพูดถึงกฏการทำงานของเรา เราพูดถึงทำอย่างไรเราจะสามารถขยายความร่วมมือให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
  • ความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อแอปเปิลประสบอยู่ในช่วงเวลาแห่งการแข่งขัน คุณจะไม่มีเวลามาแบ่งก๊กแบ่งฝ่ายกันเมื่อคุณอยู่ภายใต้การโจมตีจากภายนอก Ive บอกว่า “คุณอาจจะคิดว่า เมื่อความเห็นส่วนตัวของคุณเจ๋งกว่าทุกคนและชี้นำทิศทางของทีมได้ นั่นเป็นความร่วมมือที่ดี แต่จริงๆ แล้ว นั่นไม่ใช่ความร่วมมือ”

เราไม่มีวัตถุประสงค์ในการขายมือถือราคาถูก

วัตถุประสงค์หลักเราคือการขายมือถือที่ให้ประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด

  • Ive และ Federighi ได้พูดถึงความพยายามขนาดไหนที่ทำให้เอฟเฟค gaussian blur บน iOS 7 นั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • แอปเปิลมักถูกโจมตีเรื่องนวัตกรรมที่เลือนหายไป แต่ Ive และ Federighi ไม่สน ทั้งคู่เลือกที่จะมุ่งไปข้างหน้า ไม่เพียงแต่การเพิ่มฟีเจอร์ แต่เป็นการรวมทุกสิ่งเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เช่น เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบน iPhone 5s นั้น Ive ได้กล่าววว่า “มันมีปัญหามากมายที่เราต้องแก้เพื่อเปิดทางให้ไอเดียที่ทรงพลังที่สุด”
  • Ive บอกว่า”เราไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ จากการนำเศษเสี้ยวเทคโนโลยีมา 10 อย่าง แล้วมาหาทางใส่ของพวกนี้ลงไป” และ Federighi ได้พูดขึ้นมาว่า “ของใหม่? ทำของใหม่น่ะง่าย แต่ทำให้ถูกต้องน่ะมันยาก”

iphone-vs-android

Apple vs Android

  • 2 สิ่งที่ทำให้แอปเปิลตกที่นั่งลำบากคือ การเติบโตของ Android และราคาที่ถูกลง
  • ปัจจุบัน Android ครองส่วนแบ่ง 80% ของสมาร์ทโฟน และ 2 ใน 3 ของแท็บเล็ตทั้งโลก
  • ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน (เครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา) หล่นจาก 450 ดอลลาร์ เหลือ 375 ดอลลาร์ แต่ iPhone 5s กลับมีราคาสูงถึง 650 ดอลลาร์
  • iPhone 5c ถูกคาดหวังว่าจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์ แต่เมื่อเปิดตัวจริงๆ กลับมีราคา 550 ดอลลาร์ ถูกกว่า iPhone 5s เพียง 100 ดอลลาร์
  • Cook กล่าวว่า “เราไม่มีวัตถุประสงค์ในการขายมือถือราคาถูก วัตถุประสงค์หลักเราคือการขายมือถือที่ให้ประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด และทำให้ราคาถูกลง”
  • ปัจจุบันนักพัฒนายังทำงานให้กับ iOS มากกว่าเพราะรายได้มากกว่า แต่ Android มียอดดาวน์โหลดสูงกว่า แต่หาก iOS มีรายได้มากกว่าเมื่อไร ทุกอย่างจะพลิกผัน
  • Cook บอกว่า “ผมคิดว่า แนวคิดเรื่องการแข่งขันของระบบปฏิบัติการสองระบบในปัจจุบัน มันยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อคุณมองไปที่ความพอใจและการใช้งานของผู้ใช้ คุณจะเจอช่องว่างระหว่าง iOS และ Android ที่ใหญ่มาก”

ที่มา – Bloomberg’s ฺBusiness Week

มันมักจะมี “ขยะ” ก้อนใหญ่อยู่ส่วนหนึ่งของตลาด เราจะไม่เข้าไปทำตลาด “ขยะ

business-week-tim-cook-jony-ive-Craig-Federighi