วันที่: 18/11/2012 | หมวด: Article, Exclusive, iTunes, News, Uncategorized | แท็ก: , , , , , , , , , , ,

เป็นเรื่องที่น่าคิดสำหรับผู้ใช้ iTunes ที่อาจใช้ iPod หรือ iOS Device อื่นๆ กับคำถามที่ว่า

“ถ้า iTunes จะเปิดกว้างกว่านี้ โดยมีอยู่ใน Android หรือ Windows Phone ล่ะ?”

คำถามนี้ไม่เพียงมีประเด็นน่าสนใจ แต่ประเด็นนี้เกิดการชูขึ้นโดยหนึ่งใน 3 ผู้ก่อตั้งแอปเปิล ในงาน TEDx Brussels สตีฟ วอซเนียก (วอซ) ผู้พัฒนาแอปเปิลทู คอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เพื่อมวลชนเครื่องแรกของแอปเปิล โดยวอซได้กล่าวในงานอย่างชัดเจนว่า “แอปเปิลควรกระจายให้ iTunes มีอยู่ในแพลตฟอร์มอื่นๆ อยู่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นรวมถึงแอนดรอยด์ และวินโดว์ส โฟน”

ที่มา – TechCrunch

เดจาวู

ย้อนกลับไปในอดีต เหตุการณ์กรณีคล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นกับธุรกิจเพลงของแอปเปิล คือการตัดสินใจให้ไอพอดสามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการวินโดว์สได้ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ไอพอดฟีเวอร์ไปทั่วโลก เพราะต่อไปนี้ตรูจะสามารถซื้อไอ้เครื่องนี่มาต่อกับ IBM ที่บ้านได้แล้วเว้ย! หากมองดีๆ ในตอนนั้นแอปเปิลได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจ 2 อย่างด้วยกัน

  1. ยุทธศาสตร์ในการโฆษณาไอพอดเพื่อส่งเสริมการขายเครื่องแม็คในยุคนั้น ถูกวางมาตั้งแต่ไอพอดรุ่นแรก โดยลดการโฆษณาแม็คลงแล้วมาโฆษณาไอพอดแทน ทำให้คนที่อยากได้ไอพอด “ต้อง” มีเครื่องแม็ค เป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้มาโดยตลอด ก่อนหน้าที่จะเปิดให้ไอพอดเชื่อมต่อกับวินโดว์สได้ (โดยตอนแรกเชื่อมต่อผ่าน Music Match Jukebox ซึ่งห่วยซะจนแอปเปิลต้องมาทำไอทูนส์บนวินโดวส์ซะเอง) หลังจากนั้น ที่เปิดให้ไอพอดใช้งานกับวินโดว์สได้ ยุทธศาสตร์นี้ก็ตกไป เครื่องแม็คก็ต้องมีเส้นทางของตนเอง
  2. แต่ผลกระทบอย่างที่สอง คือการสร้างปรากฏการณ์ให้ไอพอดและไอทูนส์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการสูงมากในตลาด รายได้จากการขายไอพอดนั้นน่าจะมากพอที่จะชดเชยยอดขายแม็คที่ลดลง และรายได้จากการขายเพลงใน iTunes Store กลายเป็น “ถังข้าวสาร” สำหรับแอปเปิลในเวลาต่อมา

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย คือเปิดกว้างให้ไอพอดเข้าสู่มวลชน ทุกคนมีสิทธิซื้อและใช้ไอพอดและซื้อเพลงได้ด้วย

แล้วแอปเปิลควรทำไหม?

การจะถามว่าแอปเปิลควรนำไอทูนส์ลงแอนดรอยด์ไหม? เราต้องมองว่า “แล้วแอปเปิลได้อะไรจากการเปิดกว้างเป็นการตอบแทน” คำตอบนั้นคือการเปิดให้ผู้ใช้แอนดรอยด์จำนวนมากสามารถดาวน์โหลดเพลง เช่า/ซื้อภาพยนตร์ ผ่านทาง iTunes Store และใช้ไอทูนส์เข้าถึงคอนเทนต์อื่นๆ ได้ (ผมขอตัดเรื่องความสามารถอื่นๆ ของไอทูนส์นะครับ) มองเผินๆ แล้วน่าจะเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพราะจำนวนผู้ใช้แอนดรอยด์นั้นมากกว่าผู้ใช้ iPhone ในระดับโลก แต่แน่นอนว่าย่อมต้องมีปัจจัยพิจารณาและสิ่งแลกเปลี่ยนตามมา

  • ปัจจัยที่ 1 ผู้ใช้แอนดรอยด์ มีการดาวน์โหลดเพลง และใช้คอนเทนต์ลิขสิทธิ์มากน้อยแค่ไหน
  • ปัจจัยที่ 2 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบรองรับ ทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน (เซิร์ฟเวอร์) รวมถึงต้องทำไอทูนส์ให้รองรับการซิงก์แอนดรอยด์และวินโดวส์โฟน คุ้มค่ากับผลตอบแทนแค่ไหน
  • ปัจจัยที่ 3 การเพิ่มทางเลือกนี้ จะก่อให้เกิด Switcher คือคนที่เคยอยู่ในสิ่งแวดล้อมของแอปเปิล เปลี่ยนไปใช้งาน device อื่นๆ ที่ไม่ใช่ของแอปเปิลได้ นั่นย่อมทำให้ยอดขายของไอพอด ไอโฟน และไอแพด ลดลง และทำให้แอปเปิลเสียรายได้ในการจำหน่าย device เหล่านี้แน่นอน

ตัวเลขจริงๆ ผมไม่ทราบนะครับ แต่จากสัดส่วนกำไรที่แอปเปิลได้จากการขาย device ในปัจจุบัน น่าจะมากกว่าการขายคอนเทนต์แน่นอน (แอปเปิลเค้าขาย device เป็นหลัก ไม่เหมือน google หรือ amazon นะ@Khajochi) ดังนั้น ถ้าแอปเปิลยังสามารถทำรายได้จากการขาย device ของตัวเองได้ขนาดนี้ บวกกับการเติบโตของตลาดในอีกหลายๆ ประเทศ ขอฟันธงว่า “ไม่มีทาง” แน่นอน

อย่างไรก็ตาม อยากทราบความเห็นจากชาว MacThai ในมุมต่างๆ นะครับ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่แต่ละท่านมี ยินดีเปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนความเห็นครับ

About themacci

แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ๊อบส์ อีกคนหนึ่ง | ชายผู้วิ่งไล่ตามความฝัน
อยู่ระหว่างการก้าวข้ามไปสู่ชีวิตเรียบง่าย และตามหาความหมายของชีวิตแบบอยู่เพื่อกิน
Contact : @themacci, Gmail

Leave a Reply