เกิดอะไรขึ้นหลัง iPhone 5 เข้ามาเมืองไทย

iPhone 5 เข้ามาเมืองไทยได้หลายสัปดาห์แล้ว ซึ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นก็ได้ชี้ให้เห็นเทรนด์ที่กำลังจะเกิดในตลาดมือถือของไทยครับ

มือถือตราแอปเปิลยังเป็นกระแสอยู่


ภาพบรรยากาศการต่อคิว iPhone 5 ของทรูมูฟเอช จากผู้จัดการ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานเปิดตัว iPhone 5 ของทั้งสามค่ายมือถือนั้นยังคงสร้างกระแสให้คนไปต่อคิวรอรับเครื่องกันตอนเที่ยงคืนได้ดีเหมือนเช่นคราว iPhone 4, iPhone 4S ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พบกับมือถือค่ายอื่นช่วงที่ผ่านมา ที่สำคัญงานของทั้งสามค่ายก็จัดกันแบบอลังการ คับคั่งด้วยเซเลบบริตี้ที่พวกเขาไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้ iPhone ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะของค่ายทรูมูฟเอชและเอไอเอสนั้น คนดังมากันเพียบเลยครับ

อีกสิ่งที่ชัดเจนคือหลังจากนั้น iPhone 5 ก็ยังเป็นกระแสต่อเนื่องในเครือข่ายสังคมอีกหลายวัน ทั้งแง่บวกแง่ลบก็ว่ากันไป แต่นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าพลังของสินค้าเรือธงของแอปเปิลตัวนี้ยังมีมนต์ขลัง ยากที่แบรนด์อื่นจะมาเทียบเคียงได้ในนาทีนี้

Android ราคาไม่ลง (ซะงั้น)

มีกูรูทำนายไว้หลายท่านว่าโทรศัพท์ Android รุ่นเรือธงของค่ายโน้นนี้จะตกรุ่น แถมต้องโดดลงมาลดราคาสู้กับ iPhone 5 ซึ่งผลก็เป็นดังที่เห็นกันคือส่วนใหญ่แทบไม่ลดราคาลงมาเลย เพราะ iPhone 5 ดันมีราคาแพงสูงขึ้นกว่ารุ่น 4S เลยไม่รู้จะลดราคาให้เจ็บตัวทำไมอีก (ฮา)

แนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้อาจบอกเป็นนัยๆ ได้ว่าพลังของ iPhone นั้นเริ่มไม่ทำให้คู่แข่งสะท้านหวั่นไหวเช่นในอดีต ซึ่งก็เป็นโจทย์ในอนาคตของแอปเปิลด้วยเช่นกันว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

เมื่อถามในมุมกลับกันว่าแล้วทำไม iPhone 5 เกิดขายแพงขึ้นเสียอย่างนั้น สาเหตุหลักมาจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคา iPhone 5 กลับไปอยู่ในช่วงราคาสมัย iPhone 3GS นั่นเอง แต่ค่ายมือถือต่างๆ ก็ให้ข้อเสนอในการซื้อ iPhone 5 พ่วงโปรโมชันที่ทำให้เครื่องมีราคาถูกลงมาบ้างนั่นเอง หรือไม่อย่างนั้นเราก็สามารถสั่งซื้อแบบออนไลน์ผ่าน Apple Store ได้ครับ

แพคเกจเน้น data คือปัจจัยสำคัญ

เทรนด์ตลาดมือถือบ้านเราซึ่งเป็นมาสักระยะแล้วคือการแข่งขันของสามค่ายจะเน้นไปที่การใช้งานรับส่งข้อมูลมากขึ้น การโทรเป็นปัจจัยที่ใช้เป็นจุดขายน้อยลง และการมาของ iPhone 5 รอบนี้ก็ชัดมากขึ้นเมื่อกระแสการต่อคิวซื้อไปอยู่ที่ทรูมูฟเอชมากที่สุด จากปีก่อนๆ เป็นของค่ายอื่น เมื่อลงไปดูรายละเอียดแล้วก็จะเห็นว่าแพคเกจทรูมูฟเอชนั้นเน้น data เป็นจุดขายหลักนั่นเอง อีกทั้งการที่ทรูมูฟเอชมีช่องความถี่มากกว่าค่ายอื่น การใช้งานในเมืองใหญ่จึงมีสภาพที่ “ลื่น” กว่าเมื่อเทียบกับค่ายอื่นนั่นเอง

อดีตเคยมีข้อพิสูจน์ว่าความนิยมของ BlackBerry ส่งผลให้สามค่ายมือถือต้องเร่งขยายเครือข่ายรองรับการใช้งานข้อมูลมากขึ้น ก็เป็นได้ว่า iPhone 5 ที่เปิดให้การทำงานทุกอย่างทำงานผ่านเครือข่ายมือถือได้มากขึ้น (เดิมบางอย่างอนุญาตให้ใช้ได้บน WiFi เท่านั้น) จะเร่งให้สามค่ายมือถือต้องอัพสปีดการใช้งานข้อมูลแข่งขันกันนั่นเองครับ

สเปกนี้คือมาตรฐานขั้นต่ำสมาร์ทโฟน

แต่ไหนแต่ไรมา iPhone ไม่ได้มีฐานะเป็นผู้นำในเรื่องสเปกฮาร์ดแวร์อยู่แล้ว และแต่ละอย่างที่เพิ่มเข้ามาใน iPhone แต่ละรุ่นก็มีคู่แข่งทำอยู่ก่อนทั้งนั้น แต่เมื่อ iPhone เลือกใส่หรือเลือกไม่ใส่บางอย่าง มันก็เป็นการกำหนดเทรนด์อุตสาหกรรมไปกลายๆ ทันทีว่าอะไรที่ต้องมีและอะไรที่ต้องไม่มี ซึ่งก็ยกมาตรฐานของวงการสมาร์ทโฟนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยรายการเด่นๆ ที่เราเห็นได้ก็มีดังนี้ครับ

  • จอ 4 นิ้ว – เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าสมาร์ทโฟนในตอนนี้ จอต้องไม่เล็กนะครับ
  • ต้องรองรับ 4G – เราได้แต่หวังว่ามาตรฐานตรงนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เครือข่ายโทรคมนาคมไทยพยายามทัดเทียมโลกเช่นกันครับ
  • กล้องต้องเยี่ยม – สิ่งนี้จะได้เห็นว่าคู่แข่งต่างต้องชูจุดขายเรื่องคุณภาพกล้องด้วยเช่นกัน
  • NFC ยังไม่จำเป็น – สิ่งที่แอปเปิลเลือกไม่ทำใน iPhone 5 และดูกังขาที่สุดก็คือ NFC ซึ่งแอปเปิลอธิบายว่าถ้าต้องการระบบจ่ายเงินนั้น Passbook มีครบพอแล้ว จากนี้ก็ต้องดูว่าร้านค้าต่างๆ จะเลือกไปทางไหนครับ

ก็น่าติดตามต่อไปครับว่าตลาดสมาร์ทโฟนที่นับวันจะคึกคักและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนับจากนี้