วันที่: 30/05/2012 | หมวด: iMac, iPhone 5C, Live, MacBook | แท็ก: , , , , , , , , ,

ในอดีตนั้นบริษัทที่เก็บตัวและไม่เคยออกสื่อใดๆ อย่างแอปเปิลนั้น จะมีเพียงงานเดียวที่พวกเขา (สตีฟ จ็อบส์) ยอมไปให้สัมภาษณ์คืองาน All Things Digital ของ The Wall Street Journal เนื่องจากความสัมพันธุ์อันดีระหว่างจ็อบส์กับ Wall Mossberg บรรณาธิการ

ปีนี้เนื่องจากจ็อบส์ไม่อยู่แล้ว หน้าที่จึงตกเป็นของ Tim Cook ซึ่งตอบรับไปให้สัมภาษณ์เปิดงานกันเลยทีเดียว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่จะได้ฟัง CEO คนใหม่ของแอปเปิลตอบข้อสงสัยในเรื่องต่างๆ แบบเต็มที่ เราลองไปฟังกัน

ภาพจาก All Things Digital

8.14 (เวลาในไทย) – งานใกล้เริ่มแล้ว  งานนี้นอกจาก Tim Cook แล้วยังมีผู้บริหารแอปเปิลหลายคนตามมาด้วย Katie Cotton จากทีมประชาสัมพันธ์,  Phil Schiller ตำแหน่ง VP การตลาด ที่เราคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี

ภาพจาก Engadget

PC & Tablet

8.26 – Tim Cook ขึ้นเวทีแล้ว มาในชุดสูทสีน้ำเงิน

Kara: คุณจะเปิดตัวอะไรในงาน WWDC 2012 ที่กำลังจะมาถึงบ้าง ?

Tim: บอกแค่ว่าเรามีอะไรเจ๋งๆ แน่นอนในงานนี้ แต่ไม่ขอบอกว่าคืออะไร

Walt: ไมโครซอฟท์มีมุมมองที่ต่างจากแอปเปิล ด้วยการออก OS เพียงตัวเดียว แต่ทำงานได้ทั้งบน PC และ Tablet ?

Tim: ตามความเห็นของผม PC กับ Tablet มีความแตกต่างกัน เราไม่ได้เป็นคนคิดค้น Tablet เพราะมันมีมานานแล้ว เราแค่สร้าง Tablet สมัยใหม่ การรวมทั้ง 2 ระบบเข้าด้วยกัน ไม่ได้เป็นผลดีทั้งกับ PC เองหรือกับ Tablet

Walt: แอปเปิลจะต่างออกไปยังไง เมื่อมีคุณมาเป็น CEO ?

Tim: ผมเรียนรู้อะไรมากมายจากสตีฟ การเสียเค้าไปเป็นเรื่องที่เศร้าที่สุดในชีวิตของผม
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากสตีฟคือเราอาจจะทำหลายอย่างให้ดีเลิศได้ แต่ไม่ใช่กับทุกอย่าง นั่นคือสิ่งสำคัญในแอปเปิล และผมไม่มีความคิดที่จะไปเปลี่ยนมัน

สตีฟเคยบอกกับผมว่า อย่าถามว่าเค้าเคยทำอะไรมาบ้าง ? แต่ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ภาพจาก Engadget

Apple Changes

8.45 – Tim: เราเริ่มทำในสิ่งที่เราเห็นว่าสมควรทำ อย่างเช่นเรื่องการบริจาคเพื่อการกุศล ซึ่งเรื่องการบริจาคนี้สตีฟก็รับรู้ก่อนที่เขาจะตาย และเขาก็เห็นด้วย

Walt: งั้นหมายความว่าแอปเปิลจะเก็บความลับน้อยลงไหม ?

Tim: เรายังคงเข้มงวดกับการเก็บความลับภายในบริษัท และจะเข้มงวดขึ้นไปอีก แต่กับเรื่องอื่นเช่นความโปร่งใสของการจัดการโรงงาน หรือการรับผิดอบต่อ Supplier เราอยากให้บริิษัทอื่นลอกเลียนแบบเรานะ

Kara: ทำไมแอปเปิลถึงไม่ตั้งโรงงานของตัวเองในจีนซะเลยล่ะ ?

Tim: เราคุยเรื่องนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างจริงจัง และเราก็พบว่าเราควรจะทำในสิ่งที่เราทำได้เก่งที่สุด และให้คนอื่นทำในเรื่องที่เขาเก่งกว่า ซึ่งโรงงานก็เป็นหนึ่งในนั้น
หลายคนที่นั่นต้องการทำงานมาก พวกเขาเข้ามาทำงานอย่างหนัก 2 ปี  เพื่อเก็บเงินแล้วกลับไปที่หมู่บ้าน

Walt: แอปเปิลเคยมีโรงงานของตัวเองที่สหรัฐ คุณคิดว่าแอปเปิลจะกลับมาสร้างโรงงานที่นี่ไหม ?

Tim: ผมเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้หลายอย่างก็ผลิตขึ้นที่สหรัฐ อุปกรณ์หลายอย่างของ iPhone และ iPad ผลิตที่สหรัฐ กระจกหน้าหลังผลิตที่ Kentucky

ภาพจาก All Things Digital

Smart Phone & Patent Wars

Kara: เรื่องสงครามสิทธิบัตรล่ะ ?

Tim: โอ้ นั่นเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก เราไม่สามารถที่จะวาดภาพลงบนฝาผนัง แล้วให้คนอื่นมาเซ็นต์ชื่อเป็นเจ้าของแทนเราได้ เราไม่ใช่นักพัฒนารายเดียวของโลก เราแค่ต้องการให้คนอื่นสร้างสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเขาเอง

Walt: แต่คนอื่นๆ ก็ฟ้องแอปเปิลนี่

Tim: ผมคิดว่าไม่ควรมีใครที่จะครอบครองสิทธิบัตรที่ไม่ได้มาตรฐาน เราฟ้องคนอื่นในเรื่องที่เฉพาะเจาะจงลงไป ซึ่งเรื่องนี้แอปเปิลได้มีการคุยกับซัมซุงแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

9.05: Kara: การแข่งขันในตลาด Smart Phone เข้มข้นมาก คุณมีความเห็นอย่างไร ?

Tim: เราไม่ได้เป็นเจ้าของตลาดทั้งหมด แต่เรามีโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลก ตอนนี้ Android กับ iOS กำลังมาแรง ส่วน Windows Phone เองเพิ่งจะเข้าตลาด เราต้องรอดูกันต่อไป
RIM เคยครองตลาดองค์กร แต่ตอนนี้เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว

ตลาด Smart Phone เพิ่งอยู่ในยุคเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีโอกาสอีกมากมายรออยู่

Android

Walt: ผู้ผลิตโทรศัพท์ Android เริ่มจะลดจำนวนรุ่นลง เหลือแค่ไม่กี่รุ่นเท่านั้น ?

Tim: ผมเองก็สงสัยว่าพวกเขาเอาไอเดียคุ้นๆ นี้มาจากไหน

Walt: ทำไมคุณไม่ทำ iPhone หรือ iPad หลายรุ่นบ้าง ขนาดต่างกันบ้าง ?

Tim: จุดหมายของเราคือทำสินค้าที่ดีที่สุด ตอบสนองผู้ใช้มากที่สุด และผลของเป้าหมายนั้นคือการมีเพียงรุ่นเดียว เราจะทำมากกว่านี้ก็เป็นได้ ถ้าพบว่ามันเหมาะสมและดีพอ
อีกอย่างหนึ่งคือเราไม่ต้องการพบปัญหา Fragmentation แบบใน Android และเราควรมีมาตรฐานเดียวใน App store

TV ??

Kara: แล้วเรื่อง TV ล่ะ สตีฟเคยพูดถึงความฝันที่เขาอยากจะเปลี่ยนแปลง TV ?

Tim: คุณก็รู้ว่าเราไม่ใช่บริษัทที่จะทำอะไรเล่นๆ ธุรกิจ TV เป็นสิ่งที่เราพยายามผลักดัน แต่เราติดแหงกอยู่กับข้อจำกัดหลายอย่าง มันมีโอกาสมากมายในนั้น และเราพยายามแก้ปัญหาอยู่

เรามีความสัมพันธ์อันดีกับ Hollywood และผู้ผลิตเนื้อหา สตีฟเองก็เป็นเจ้าของเนื้อหาเหล่านั้น (หมายถึง Disney และ Pixar) เราไม่ได้มีปัญหากับผู้ผลิตเนื้อหา ซึ่งผมคิดว่าเรามาถูกทางในเรื่องนี้

Walt: แล้วกับ Facebook คุณมีความเห็นอย่างไร ? คุณมี Twitter ใน iOS แล้ว ทำไมถึงยังไม่มี Facebook ล่ะ ?

Tim: เรานับถือซึ่งกันและกันมาก Facebook เป็นบริษัทที่ดี เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ถึงแม้เราจะมองไปคนละเส้นทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะร่วมงานกันไม่ได้ ผมคิดว่าเราคงจะได้เห็นในเร็วๆ นี้

Walt: คุณสนใจ Instagram บ้างรึเปล่า ?

Tim: ไม่ ไม่เลย

Siri & Goal of Apple

Walt: แล้วสำหรับ Siri ล่ะ มันทำงานได้ดี แต่ยังไม่ดีพอสำหรับหลายๆ คน ?

Tim: Siri เป็นฟีเจอร์หนึ่งที่ลูกค้าใช้มากที่สุดบน iPhone 4S มันทำงานได้ดี และก็ยังมีช่องทางให้พัฒนาได้อีกมาก ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้เห็นสิ่งที่ Siri ทำได้ในอีกไม่กี่เดือนหลังจากนี้ คุณจะต้องชอบมันแน่นอน (หมายถึงในงาน WWDC ที่กำลังจะมาถึง)

Kara: ในแต่ละวันคุณทำอะไรบ้าง ? คุณมีความเป็น Visionary แบบสตีฟ จ็อบส์มากแค่ไหน ?

Tim: สตีฟเป็นอัจฉริยะ และเป็นนักคิดที่ยิ่งใหญ่ ผมไม่มีความคิดที่จะเป็นเหมือนกับสตีฟ และนั่นไม่ใช่เป้าหมายของผม

ผมใช้เวลากับการทำงาน กับทีมงานเพื่อสร้างสินค้าที่ดีที่สุด ทีมงานของเราทำงานกันมามากกว่า 10 ปี เราไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน ไม่มีใครหรอกที่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว

Walt: เป้าหมายของคุณคืออะไร ? ทำเงินหลายแสนล้านดอลล่าห์ ?

Tim: เป้าหมายของเราคือทำสินค้าให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หลายบริษัทหลงทางไปกับหุ้น กำไร ส่วนแบ่ง แต่เรามุ่งไปที่สินค้า และสิ่งอื่นๆ จะตามมาเอง

Walt: ใครเป็นแบบอย่างให้กับคุณ ?

Tim: ถ้าคุณเดินเข้ามาในออฟฟิศผม คุณจะเห็นรูป Bobby Kennedy กับ Martin Luther King ถ้าคุณหมายถึง CEO ผมนับถือ Bob Iger ผู้บริหาร Disney

Q & A

Q&A: คุณมาเริ่มงานกับแอปเปิลได้ยังไง ช่วยเล่าเรื่องตอนนั้นหน่อย ?

Tim: ผมทำงานอยู่ที่บริษัทหนึ่ง สตีฟต้องการหาใครซักคนมาทำในตำแหน่งผู้จัดการบริหาร (Operation) เขาจ้างบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งช่วยหา บริษัทนั้นโทรมาหาผม ผมปฏิเสธไป แต่เขายังไม่ยอมหยุดและโทรมาอีกหลายต่อหลายครั้ง

ผมเลยนัดเจอกับสตีฟในเช้าวันเสาร์ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ 5 นาทีนั้นผมตอบตกลงทำงานกับแอปเปิลทันที ผมไม่เคยเห็นบริษัทไหนที่โฟกัสไปที่ลูกค้ามากเท่านี้มาก่อน เราไม่ได้สนใจเรื่องการเงินด้วยซ้ำ ลูกค้าของแอปเปิลนั้นไม่เหมือนกับที่ไหนจริงๆ

Q&A: ทำไมแอปเปิลถึงตั้งชื่อ iPad แล้วก็ iPad 2 แล้วก็ iPad ?

Tim: เรามีทางเลือกมากมายในการตั้งชื่อ มีหลายคนถามผมแบบนั้นเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ต่างกันเมื่อเราเปลี่ยนชื่อจาก iPod, iPod Mini, iPod Nano หรือดูอย่าง iMac, Macbook Air เป็นตัวอย่าง

แต่เราก็สามารถทำทั้ง 2 ทางไปพร้อมกันได้ อย่าง iPhone 3G, iPhone 3GS, iPhone 4, iPhone 4S

Kara: แล้ว iPhone 5 ล่ะ ?

Tim: ใครจะถามคำถามต่อไปครับ ? :)

Q&A: อะไรคือความท้าทายสูงสุดในยุคหลังจากจ็อบส์จากไปแล้ว ?

Tim: สตีฟรู้จักทุกคนดี รู้สิ่งที่ควรจะเป็นในบริษัท CEO คนใหม่มักจะต้องพบปัญหาวัฒนธรรมองค์กร แต่ผมโชคดีที่ไม่ต้องเจอปัญหานั้น
สิ่งต่อมาคือชื่อตำแหน่ง CEO ทำให้ได้รับอีเมล์วันหนึ่งหลายพันฉบับ ส่วนมากมาจากลูกค้า ซึ่งเราก็เหมือนไปนั่งฟังเขาพูดคุยในห้องนั่งเล่น

Q&A: Google Glasses เป็นอุปกรณ์ที่เจ๋งมาก แล้วสำหรับปากกาล่ะ (หมายถึง iPen ที่แอปเปิลเพิ่งจดสิทธิบัตรไป)?

Tim: อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้นั้นน่าสนใจเสมอ อย่าง Nike+ เป็นต้น คำถามคือมันจะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนได้จริงรึเปล่า ? ตอนนี้ยังเป็นคำถามอยู่ กับปากกานั้นก็เป็นบางสิ่งที่เรากำลังพัฒนาอยู่

Q&A: เกิดอะไรขึ้นกับ Ping ?

Tim: เราได้สร้างมัน และลูกค้าก็โหวตแล้วว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราควรให้เวลากับมันมากนัก

Q&A: ถาม Walt กับ Kara ขอให้เปรียบเทียบ Tim Cook กับ Steve Jobs ?

Walt: เราขอให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน

 

About khajochi

แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์, บล็อกเกอร์ที่เชื่อในรักแรกพบ, ชาบูภริยายิ่งกว่าใคร
บล็อกเกอร์ : Khajochi.com
Social Media : @Khajochi, Facebook, Google+

Leave a Reply